สรุปข่าว
- วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านมติ S. Res. 772 ร่วมกัน เป็นเอกฉันท์อย่างไร้เสียงคัดค้าน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
- มติดังกล่าวได้แสดงจุดยืนว่าSam Bankman-Fried (SBF) ไม่ควรได้รับการอภัยโทษ ลดหย่อนโทษ หรือการผ่อนปรนใด ๆ จากฝ่ายบริหารในทุกกรณี
- การเคลื่อนไหวไม่มีผลทางกฎหมายหากประธานาธิบดีต้องการจะอภัยโทษให้ SBF ด้วยตนเอง นี่จึงเป็นเพียงการส่งสัญญาณจากทางวุฒิสภาเท่านั้น
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกันโหวตผ่านมติสภา S. Res. 772 อย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 เพื่อประกาศจุดยืนคัดค้านการให้เสรีภาพ อภัยโทษ หรือลดหย่อนโทษในทุกกรณีแก่ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตผู้บริหารของ FTX โดยสภามองว่าการต้องโทษจำคุก 25 ปี นั้นสมควรแก่ความผิดที่ได้ก่อขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามมตินี้จะไม่มีผลทางกฎหมายหาก ประธานาธิบดีต้องการจะอภัยโทษให้จริง
วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านมติเป็นเอกฉันท์ในการคัดค้านการอภัยโทษให้แก่ Sam Bankman-Fried ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม FTX เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการปิดประตูความหวังในการได้รับการอภัยโทษของ SBF
อ้างอิงข้อมูลจากรายงานที่ได้มีการเผยแพร่ออกมา วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านมติ S. Res. 772 เป็นเอกฉันท์ โดยไม่มีผู้ใดคัดค้านจากทั้งสองพรรคโดยแสดงจุดยืนชัดเจนว่า นาย Samuel Bankman-Fried ไม่ควรได้รับการอภัยโทษ, ลดโทษ หรือการอภัยในรูปแบบอื่นใดจากฝ่ายบริหารภายใต้สถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม
มติดังกล่าวถูกเสนอขึ้นผ่าน วุฒิสมาชิก Ruben Gallego และ วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis และได้รับการสนับสนุนจาก วุฒิสมาชิก Bernie Moreno โดยมีเหตุผลว่า FTX และ Alameda Research ได้ร่วมกันฉ้อโกงลูกค้าและนักลงทุนหลายล้านคน ในขณะที่ SBF ได้ใช้เงินลูกค้าเป็นกระปุกออมสินส่วนตัว ซึ่งสภามีมติชัดเจนว่า SBF ไม่ควรได้รับการอภัยโทษใดๆ โดยยืนยันว่าโทษ 25 ปี เป็นธรรมและเหมาะสมกับฐานความผิด
ปัจจุบันคณะลูกขุนพบว่า SBF มีความผิด 7 ข้อหา ซึ่งผู้พิพากษา Lewis A. Kaplan ได้ตัดสินสั่งจำคุก 25 ปี และริบทรัพย์กว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวของ SBF ก็ยังอ้างว่าตัวเขานั้นยังบริสุทธิ์และยังคงเรียกร้องการอภัยโทษจากประธานาธิบดีทรัมป์ จากภายในเรือนจำ
อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวเป็นเพียงแค่การแสดงความเห็นของวุฒิสภาเท่านั้น หมายความว่ามติไม่ได้มีข้อผูกพันทางกฎหมาย และไม่สามารถห้ามประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ให้อภัยโทษได้โดยตรง แต่ความเคลื่อนไหวนี้ก็เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากทั้งสองพรรคว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับการลดโทษ SBF ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
ที่มา : Congress.gov
มุมมองผู้เขียน : ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของ SBF ก็สมเหตุผลแล้วที่เขาจำเป็นต้องก้มหน้ารับโทษต่อ เพราะในความจริงแล้วไม่ได้มีเพียงลูกค้าของ FTX ที่เสียหาย แต่การหมกเม็ดของเขาได้ทำให้ตลาดคริปโตทั้งหมดเกือบที่จะล่มสลายไปแล้ว

