สรุปข่าว
- สำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการกล่าวโทษบริษัท Bitkub และอดีตกรรมการจากกรณีปกปิดข้อมูลการถูกแฮ็กสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาทโดยมีการยื่นรายงานอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล
- บริษัท Bitkub ชี้แจงว่าการชะลอการเปิดเผยข้อมูลทำไปเพื่อป้องกันความตื่นตระหนกจนเกิดวิกฤตการแห่ถอนเงิน และผู้ก่อตั้งได้ใช้เงินส่วนตัวชดเชยสินทรัพย์ทั้งหมดคืนระบบแล้ว
- ปัจจุบันระบบความปลอดภัยของแพลตฟอร์มได้รับการยกระดับจนได้รับการรับรองมาตรฐานสากลและไม่กระทบต่อสินทรัพย์ของลูกค้าในปัจจุบัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากข่าวคดีความและการกล่าวโทษอดีตผู้บริหารส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาล ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนเกิดความกังวลและตัดสินใจชะลอการลงทุนหรือโยกย้ายสินทรัพย์ออกจากแพลตฟอร์ม
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินการกล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) พร้อมด้วยอดีตกรรมการบริษัทต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในกรณีจงใจรายงานข้อมูลเท็จเพื่อปกปิดเหตุการณ์ที่แพลตฟอร์มถูกโจมตีทางไซเบอร์และถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาทเมื่อช่วงปี 2564 ขณะที่ฝั่งบริษัทได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงทันทีว่าการตัดสินใจปกปิดข้อมูลในเวลานั้นทำไปเพื่อป้องกันวิกฤตแห่ถอนเงินหรือ Bank Run พร้อมยืนยันว่าผู้ก่อตั้งได้ใช้เงินส่วนตัวรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดแล้วจนลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบใด
จากการตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต. พบว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 แพลตฟอร์มของ Bitkub ได้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวน 16 สกุลถูกนำออกไปจากศูนย์ซื้อขาย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,700 ล้านบาท แต่ทางบริษัทกลับไม่ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงาน ก.ล.ต. รับทราบในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวันในช่วงระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 โดยไม่มีการแสดงให้เห็นถึงยอดทรัพย์สินที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์ดังกล่าว
การกระทำดังกล่าวทำให้สำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการกล่าวโทษบริษัท Bitkub รวมถึงอดีตกรรมการบริษัทที่รับผิดชอบการนำส่งแบบรายงานในขณะนั้นจำนวน 2 ราย ได้แก่ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงให้สำนักงาน ก.ล.ต. หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้ตามปกติ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 76 มาตรา 94 และมาตรา 88(2) แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาผ่านการสอบสวนของ บก.ปอศ. ต่อไป
ในวันเดียวกันนั้น ทางบริษัท Bitkub ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยบริษัทยอมรับว่าเหตุการณ์การถูกโจรกรรมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล 1 ใบเกิดขึ้นจริงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 ทั้งที่ระบบรักษาความปลอดภัยในเวลานั้นได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่มูลเหตุที่ทำให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตัดสินใจไม่เปิดเผยข้อมูล ไม่ได้เกิดจากการกระทำทุจริต แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนนำไปสู่เหตุการณ์ Bank Run หรือการที่ลูกค้าจำนวนมากแห่เข้ามาขอถอนสินทรัพย์พร้อมกัน
ทางบริษัทให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าในขณะเกิดเหตุบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการแก้ปัญหาและจะไม่สามารถหาสินทรัพย์มาทดแทนได้ทันท่วงทีหากมีการแห่ถอนเงินพร้อมกัน ซึ่งหากปล่อยให้เกิด Bank Run ขึ้นจริงย่อมสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อทั้งตัวลูกค้าเองและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทยทั้งหมด
แม้ว่าบริษัทจะยังไม่สามารถติดตามสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้ แต่กลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งของ Bitkub ก็ได้ออกมารับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดแทน โดยใช้เงินส่วนตัวเข้าไปซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลตามสกุลและจำนวนที่สูญหายมาทดแทนคืนให้กับบริษัทอย่างครบถ้วน ทำให้ลูกค้าของแพลตฟอร์มไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่รายเดียว ซึ่งทางสำนักงาน ก.ล.ต. เองก็ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วและยืนยันข้อมูลเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ว่าทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัยและถูกเก็บรักษาไว้อย่างครบถ้วน
ปัจจุบัน Bitkub ยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยได้รับการจัดอันดับจาก Cer.Live ให้อยู่ในกลุ่ม 20 อันดับแรกของโลกด้านศูนย์ซื้อขายที่มีความปลอดภัยสูง รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 27001 และ ISO 27701 SOC 2 Type I พร้อมทั้งมีระบบงานตามมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework บริษัทยังมีการนำเทคโนโลยี Passkey และฟังก์ชัน Self-Freeze มาให้บริการลูกค้าเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด และมีการเก็บรักษาสินทรัพย์ร่วมกับผู้ให้บริการรับฝากระดับโลกอย่าง Bitgo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC.
นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานโดยการแต่งตั้งกรรมการอิสระเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจอย่างโปร่งใส และเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสินทรัพย์ที่เก็บรักษาไว้ผ่านงบการเงินได้โดยตรง สำหรับเหตุการณ์โจรกรรมในอดีต บริษัทได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 แล้วและยืนยันจะเอาผิดทางกฎหมายให้ถึงที่สุด พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อความมั่นคงทางการเงินของบริษัท มิเช่นนั้นบริษัทจะมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ในส่วนของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ทิ้งท้ายด้วยการเตือนให้ประชาชนและนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยควรเลือกใช้บริการเฉพาะแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือการฟอกเงิน หากพบเบาะแสการดำเนินการที่น่าสงสัยสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสของสำนักงาน ก.ล.ต. ตลอดเวลา
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าเหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงการปะทะกันระหว่างการบริหารวิกฤตจริงกับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การเลือกปกปิดข้อมูลเพื่อยับยั้งความตื่นตระหนกของตลาดย่อมช่วยลดความเสียหายเฉพาะหน้าและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินคริปโตในประเทศพังทลายลงในขณะนั้น แต่ในแง่ของโครงสร้างการกำกับดูแล การบิดเบือนงบการเงินหรือแบบรายงานถือเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงมาก การที่หน่วยงานภาครัฐดำเนินคดีอย่างจริงจังหลังจากผ่านไปนานหลายปีเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าความโปร่งใสของข้อมูลคือสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
คดีความครั้งนี้อาจกลายเป็นชนวนที่ส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาวของบริษัท โดยเฉพาะความพยายามในการระดมทุนหรือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าผู้ก่อตั้งจะแสดงความรับผิดชอบอย่างสูงด้วยการนำเงินส่วนตัวมาอุดรอยรั่วจนไม่มีใครต้องเสียเงิน แต่ตราบาปทางกฎหมายและภาพลักษณ์เรื่องความซื่อสัตย์จะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ประเด็นนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการกระจายความเสี่ยงโดยไม่พึ่งพิงกระดานเทรดเพียงแห่งเดียวเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่เสมอ เพื่อป้องกันผลกระทบจากความเสี่ยงทางกฎหมายของตัวผู้ให้บริการ

