bitkub-banner

ไปต่อไม่ไหว Poolin อดีตเหมืองขุด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยื่นล้มละลายขอฟื้นฟูกิจการ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Poolin อดีตพูลขุด Bitcoin ที่เคยใหญ่ที่สุดในโลก ยื่นขอความคุ้มครองล้มละลายตามมาตรา Chapter 11 ต่อศาลสหรัฐฯ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ พร้อมบริษัทลูกอีกสองแห่ง เพื่อขายเหมืองขุดในเทกซัสและปิดกิจการอย่างเป็นทางการ
  • บริษัทแบกหนี้สินรวมกว่า 173 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นตั๋ว IOU ที่ค้างจ่ายลูกค้า Poolin Wallet มาตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่มีสินทรัพย์เหลือเพียง 1-10 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
  • มีผู้เสนอซื้อรายแรกในนาม Thor CALAP LLC เข้ามาวางเงินซื้อพื้นที่เหมืองรวม 52 ล้านดอลลาร์ หลังกระบวนการหาผู้ซื้อยาวนานถึง 3 เดือน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องราวขององค์กรที่ล่มสลายมาตั้งแต่ปี 2022 และปัจจุบันกำลังเดินเข้าสู่กระบวนการปิดฉากอย่างเป็นทางการเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตโดยรวมแต่อย่างใด เพราะทุกฝ่ายรับรู้ปัญหาของ Poolin มานานแล้ว การยื่นล้มละลายครั้งนี้ จึงเป็นเพียงจุดสิ้นสุดที่คาดการณ์ได้ ไม่ใช่ปัจจัยเซอร์ไพรส์ที่จะสั่นสะเทือนราคา Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น

Poolin ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพูลขุด Bitcoinที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองการล้มละลายตามมาตรา Chapter 11 ต่อศาลล้มละลายสหรัฐฯ ในเขตรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 พร้อมกับบริษัทในเครือฝั่งสหรัฐฯ อีกสองแห่ง คือ Lonestar Dream Inc. และ Lonestar Taproot LLC โดยมีเป้าหมายเพื่อขายพื้นที่ทำเหมืองขุดทางตะวันตกของรัฐเทกซัส และดำเนินการปิดกิจการอย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้ Poolin ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินงานอยู่ในสิงคโปร์ ประเมินว่า ตนเองมีเจ้าหนี้มากถึง 10,000 ถึง 25,000 ราย ขณะที่บริษัทมีสินทรัพย์อยู่เพียง 1 ถึง 10 ล้านดอลลาร์ แต่กลับแบกหนี้สินสูงถึง 100 ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานจากประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปรับโครงสร้าง (CRO) เปิดเผยว่า บริษัทมีภาระหนี้สิน ก่อนยื่นล้มละลายรวมประมาณ 173.1 ล้านดอลลาร์ โดยหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดกว่า 163.7 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (IOUs) ไร้หลักประกัน ที่ออกให้แก่ลูกค้าของ Poolin Wallet หลังจากที่บริษัทต้องสั่งระงับการถอนเงินในช่วงตลาดคริปโตตกต่ำ เมื่อปี 2022

การยื่นคำร้องครั้งนี้ถูกวางโครงสร้างไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการ “ขายสินทรัพย์ภายใต้การกำกับดูแลของศาล” แทนที่จะเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อกลับมาดำเนินธุรกิจต่อ 

โดยบริษัท Lonestar Dream ได้สั่งหยุดการขุด และบริการโฮสติ้ง ที่พื้นที่ Pyote และ Tarbush ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม โดยเหลือไว้เพียงพนักงานจำนวนจำกัด เพื่อดูแลความปลอดภัยของสถานที่เท่านั้น 

ทั้งนี้ กลุ่มลูกหนี้ได้จัดหาบริษัท Thor CALAP LLC เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้เสนอซื้อรายแรก (Stalking-horse Bidder) ด้วยวงเงินรวม 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ สิทธิ์การใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ในพื้นที่ Pyote และอีก 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสิทธิ์การใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในพื้นที่ Tarbush 

โดยข้อเสนอนี้ เกิดขึ้นหลังจากกระบวนการ การตลาดตลอด 3 เดือน ที่ได้ติดต่อนักลงทุนที่สนใจมากกว่า 335 ราย รวมถึงผู้ให้บริการ AI, ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่, กลุ่ม Hyperscalers, กองทุน REITs และบริษัท Private Equity จนนำไปสู่การทำข้อตกลงที่ไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) 28 ฉบับ และหนังสือแสดงความจำนง (LOI)อีก 7 ฉบับ

ย้อนรอยความรุ่งโรจน์ สู่การล่มสลายของ Poolin

Poolin ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี 2017 โดย Zhibiao “Kevin” Pan, Fa Zhu และ Tianzhao Li ก่อนจะทะยานขึ้นเป็นพูลขุดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ในเดือนกันยายน 2019 

บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Poolin Wallet ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน นำคริปโตมาวางค้ำประกัน เพื่อกู้ยืมเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDT ได้

แต่หลังจากที่จีนสั่งห้ามการขุด Bitcoin ในปี 2021 ประกอบกับราคาคริปโตที่ร่วงดิ่งลงอย่างหนักในปี 2022 Poolin ได้โอนสินทรัพย์ค้ำประกันของลูกค้าไปยัง Antalpha Technologies และกู้ยืมเงินมาประมาณ 213 ล้านดอลลาร์ โดยใช้คริปโตค้ำประกัน ซึ่งมีมูลค่าขณะนั้นราว 355.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินมาใช้ขยายเหมืองในเทกซัส ซื้ออุปกรณ์ และรองรับการถอนเงินของลูกค้า 

จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 Poolin Wallet ก็ไม่สามารถแบกรับภาระหนี้ได้ และต้องสั่งระงับการถอนเงิน พร้อมออกเหรียญ IOU ให้แก่ลูกค้ากว่า 11,700 ราย ที่มียอดเงินคงเหลือค้างเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ 

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน Antalpha ได้สั่งยึด และบังคับขายสินทรัพย์ค้ำประกันดังกล่าว เนื่องจากมูลค่ายอดหนี้พุ่งสูงถึง 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกัน เหลือเพียงประมาณ 265 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

นอกจากวิกฤตฝั่งกระเป๋าเงินแล้ว โครงการขยายเหมืองขุดในรัฐเทกซัสเองก็ประสบปัญหาอย่างหนัก โดย Poolin ตั้งเป้าว่าจะได้รับอนุมัติกำลังไฟฟ้าสูงถึง 600 เมกะวัตต์จากบริษัท Texas-New Mexico Power แต่ในความเป็นจริงกลับได้รับจัดสรรเพียง 100 เมกะวัตต์ในช่วงแรก ส่งผลให้บริษัทสั่งซื้อเครื่องขุดเกินความจำเป็น และต้องนำออกมาเทขายขาดทุนไปราว 8.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2023 ถึง 2025 

ยิ่งไปกว่านั้น ดีลเสนอขายธุรกิจในเทกซัสมูลค่า 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่บริษัท China Green Agriculture ที่เคยประกาศไว้ เมื่อเดือนธันวาคม 2023 ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกหนี้คาดหวังว่า การเปิดประมูลขายสินทรัพย์ในรอบนี้ จะช่วยจัดสรรเงินคืนให้แก่กลุ่มเจ้าหนี้ไร้หลักประกันได้บ้าง ซึ่งรวมถึงลูกค้าของ Poolin Wallet ที่ต้องอดทนรอคอยเงินของตนเองคืนมานานเกือบ 4 ปีนับตั้งแต่ถูกอายัดไป

ที่มา : blockhead


มุมมองผู้เขียน : กรณีของ Poolin ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการนำธุรกิจเหมืองขุดคริปโต ไปผูกติดกับบริการปล่อยกู้ผ่านกระเป๋าเงิน (Wallet) เพราะเมื่อเจอแรงกระแทกสองเด้ง ทั้งราคาคริปโตที่ผันผวนหนัก และมาตรการกวาดล้างจากรัฐบาลจีน บริษัทก็แทบจะรอดยาก ซึ่งการเปิดประมูลขายสินทรัพย์ในครั้งนี้ น่าจะเป็นบทสรุปที่จะช่วยให้บรรดาเจ้าหนี้ได้เงินคืนกลับมาบ้าง