สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์ Darkfost เผย ผู้ถือ Bitcoin ระยะยาว หรือกลุ่มที่ถือเหรียญนานเกิน 6 เดือน ตอนนี้ถือครอง Bitcoin รวมกันราว 16.3 ล้าน BTC
- ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนกลุ่มนี้ อยู่ที่ราว 49,400 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้กำไรทางบัญชีร่วงเหลือเพียง 30% จากที่เคยพุ่งสูงถึง 340% ในเดือนมกราคม 2025
- กำไรที่บางลงหมายความว่า แรงเทขายทำกำไรจากกลุ่มนี้เหลือน้อย ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ ก็เสี่ยงเผชิญภาวะขาดทุนทางบัญชีหนักขึ้นได้ หากราคายังปรับตัวลงต่อ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ตัวเลขที่ Darkfost นำมาเปิดเผย สะท้อนภาพสองด้าน ด้านหนึ่งคือ แรงขายจากผู้ถือระยะยาวที่เบาบางลงมาก ซึ่งพอจะลดแรงกดดันฝั่งขาย แต่อีกด้านคือ ส่วนต่างกำไรที่แคบลงเรื่อย ๆ ทำให้พอร์ตของนักลงทุนกลุ่มนี้เปราะบางต่อความผันผวนมากขึ้น หากราคาย่อตัวลงต่อเนื่องอีกไม่มาก ก็มีโอกาสเห็นกำไรเปลี่ยนเป็นขาดทุนได้ไม่ยาก จึงยังไม่มีสัญญาณเอียงไปทางใดทางหนึ่งชัดเจนในระยะสั้น
Darkfost นักวิเคราะห์คริปโตเคอเรนซี ได้เปิดเผยบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2026 ที่ระบุว่า กลุ่มนักลงทุนระยะยาว ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ถือครองเหรียญ Bitcoin ติดต่อกันนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป มีปริมาณการถือครอง Bitcoin (BTC) รวมกันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 16.3 ล้าน BTC
โดยจากการประเมินพบว่า ต้นทุนเฉลี่ยในการถือครองของนักลงทุนกลุ่มนี้ อยู่ที่ประมาณ 49,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC ส่งผลให้กำไรทางบัญชี (Unrealized Gains) ของพอร์ตโดยรวมในปัจจุบัน ลดลงเหลือเพียงราว 30% เท่านั้น
Darkfost ได้นำตัวเลขดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับช่วงเดือนมกราคมปี 2025 ซึ่งในเวลานั้น กลุ่มนักลงทุนระยะยาว เคยมีกำไรทางบัญชีสูงถึงประมาณ 340% ก่อนที่กำไรจะค่อย ๆ ลดลงมาจนเหลือระดับปัจจุบัน
Darkfost จึงชี้ให้เห็นว่า ระดับกำไรทางบัญชีในปัจจุบัน ลดลงมาค่อนข้างมาก จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้นักลงทุนเทขายเพื่อทำกำไร ทำให้ผู้ถือครองระยะยาวมีแรงจูงใจในการขายทำกำไรน้อยกว่าช่วงก่อน
สำหรับกลุ่มนักลงทุนระยะยาว นักลงทุนกลุ่มนี้ มักจะมีพฤติกรรมเข้าซื้อเหรียญเพิ่ม ในช่วงที่ราคาปรับตัวลดลง และจะทยอยขายทำกำไรในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้พฤติกรรมของพวกเขาถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดสภาวะและอารมณ์ของตลาดที่สำคัญ
ทาง Darkfost ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วงท้ายของตลาดหมีรอบล่าสุด ผลกำไรและการขาดทุนทางบัญชีโดยรวมของกลุ่มนักลงทุนระยะยาว เคยดิ่งลงไปติดลบประมาณ -20%
และเมื่อพิจารณาถึง กำไรทางบัญชีในปัจจุบัน ที่ลงมาเหลืออยู่ที่ราว 30% เขาจึงมองว่า “ตลาดยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะกดดันให้นักลงทุนระยะยาวต้องเผชิญกับสภาวะขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) ที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นกว่าเดิม”
แต่ Darkfost ยังกล่าวเสริมว่า สถานการณ์ที่เรื่องดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ก็อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือเอาไว้ สำหรับความเป็นไปได้ทั้งสอง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : กำไรที่บางลงขนาดนี้ ถือเป็นดาบสองคม ในมุมหนึ่งก็ช่วยลดแรงเทขายจากกลุ่มที่ถือยาวลงได้ แต่ในอีกมุมก็ทำให้พอร์ตของพวกเขาเปราะบางต่อความผันผวนสุดๆ เพราะถ้าราคาย่อลงอีกนิดเดียว กลุ่มนี้อาจพลิกกลับมาขาดทุนทันที

