bitkub-banner

กลยุทธ์ ‘ถือทน’ แตกพ่าย Empery บริษัทคลัง Bitcoin เทขาย 1,635 BTC เหลือในพอร์ตไม่ถึงครึ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Empery Digital ได้เทขาย Bitcoin ออกไป 1,635 BTC มูลค่า 102.2 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 6 สิงหาคม 2026 ทำให้เหลือ Bitcoin ในคลัง 1,279 BTC
  • ในจำนวนดังกล่าว 954 BTC ถูกใช้เป็นหลักประกันหนี้ 35 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทเหลือ Bitcoin ที่ไม่มีภาระผูกพันและสามารถนำมาใช้ได้อย่างอิสระเพียง 325 BTC
  • Empery ยังเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง โดยมีเงินสด 3.7 ล้านดอลลาร์ เงินทุนหมุนเวียนติดลบ 5.7 ล้านดอลลาร์ และอาจต้องใช้เงินเพิ่มอีก 62.1 ล้านดอลลาร์ หากดีลอสังหาริมทรัพย์สำหรับ Data Center เสร็จสมบูรณ์

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Empery Digital เปิดเผยว่า บริษัทได้เทขาย Bitcoin 1,635 BTC มูลค่า 102.2 ล้านดอลลาร์ เหลือถือครอง 1,279 BTC แต่ 954 BTC ถูกใช้เป็นหลักประกันหนี้ 35 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทมี Bitcoin ที่ใช้ได้อย่างอิสระเพียงแค่ 325 BTC เท่านั้น ขณะที่ยังเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง และอาจต้องใช้เงินเพิ่มอีก 62.1 ล้านดอลลาร์สำหรับดีล Data Center สะท้อนว่า โมเดลคลังสำรอง Bitcoin ไม่ได้วัดกันแค่จำนวน BTC ในคลัง แต่บริษัทที่ใช้กลยุทธ์นี้จะต้องมีสภาพคล่องที่มากเพียงพอด้วย เพื่อไม่ให้ถูกบังคับขายในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ

Empery Digital บริษัทที่ใช้โมเดลการถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง เปิดเผยว่าได้ขาย Bitcoin จำนวน 1,635 BTC คิดเป็นมูลค่ารวม 102.2 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 6 สิงหาคม 2026 ส่งผลให้ยอด Bitcoin ในคลังลดลงเหลือ 1,279 BTC

แต่สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ Bitcoin ที่บริษัทสามารถนำมาใช้ได้อย่างอิสระเหลือเพียง 325 BTC เพราะอีก 954 BTC ถูกนำไปเป็น Collateral หรือหลักประกันหนี้มูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ Empery มี Bitcoin ที่ไม่มีภาระผูกพันอยู่ 1,375 BTC ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ที่มา:cryptoslate

การขายครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก ซึ่ง Empery ขาย Bitcoin ไปแล้ว 1,167 BTC และได้เงินมา 80.1 ล้านดอลลาร์ โดยนำเงินไปใช้ในหลายด้าน ทั้งซื้อหุ้นคืน 54 ล้านดอลลาร์ ชำระหนี้ภายใต้วงเงินกู้ระยะสั้นที่ใช้สินทรัพย์ค้ำประกัน 50 ล้านดอลลาร์ และชำระหนี้เพิ่มเติมอีก 10 ล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน หนี้ที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันยังเป็นจุดที่ต้องจับตา เพราะ Empery ต้องรักษาระดับหลักประกันไว้ที่ 174% หากลดต่ำกว่า 153% ผู้ให้กู้สามารถเรียกหลักประกันเพิ่มได้ และหากต่ำกว่า 143% อาจเข้าสู่กระบวนการ Liquidation หรือการบังคับขายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้ หากบริษัทไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันภายใน 12 ชั่วโมง

ก่อนหน้านี้ Empery เคยโอน Bitcoin จำนวน 576 BTC และ 186 BTC ให้ผู้ให้กู้ หลังถูกเรียกหลักประกันเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า ผู้ให้กู้ได้บังคับขาย Bitcoin ดังกล่าว

ต่อมาบริษัทชำระหนี้เพิ่ม 20 ล้านดอลลาร์ ทำให้ผู้ให้กู้คืน Bitcoin จำนวน 585 BTC กลับมา ส่งผลให้ Bitcoin ที่ใช้ค้ำประกันลดลงจาก 1,539 BTC เหลือ 954 BTC ขณะที่หนี้ลดจาก 55 ล้านดอลลาร์ เหลือ 35 ล้านดอลลาร์

แรงกดดันด้านสภาพคล่องยังไม่หมดไป หาก Empery ปิดดีลซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับ Data Center บริษัทอาจต้องใช้เงินเพิ่มอีก 62.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน บริษัทมีเงินสดเพียง 3.7 ล้านดอลลาร์ และมีเงินทุนหมุนเวียนติดลบ 5.7 ล้านดอลลาร์

ฝ่ายบริหารของ Empery ระบุว่า บริษัทยังมีทางเลือกในการหาเงินหลายช่องทาง ทั้งกระแสเงินสดจากธุรกิจ การกู้ยืม รายได้จากธุรกรรมอนุพันธ์ และการขาย Bitcoin โดยยังไม่ได้ระบุว่า มีความจำเป็นต้องขาย Bitcoin เพิ่มอย่างแน่นอน

ดังนั้น แม้ตัวเลขทางบัญชีจะระบุว่า Empery ยังถือ Bitcoin อยู่ 1,279 BTC แต่ในความเป็นจริง 954 BTC ถูกล็อกไว้เป็นหลักประกัน ส่งผลให้บริษัทเหลือ Bitcoin ที่สามารถบริหารได้อย่างอิสระเพียงแค่ 325 BTC เท่านั้น

ที่มา:cryptoslate


มุมมองผู้เขียน: กรณีของ Empery Digital สะท้อนให้เห็นชัดว่า โมเดลคลังสำรอง Bitcoin ไม่ได้วัดกันแค่ว่า บริษัทถือ Bitcoin ได้มากแค่ไหน หรือความเชื่อว่า ราคาจะขึ้นไปไกลเพียงใด แต่หัวใจสำคัญคือ ‘สภาพคล่อง’ เพราะหากเงินสดไม่เพียงพอ สุดท้ายบริษัทอาจต้องขาย Bitcoin ในช่วงเวลาที่ไม่ต้องการขายจนทำให้เกิดการขาดทุนในที่สุด