สรุปข่าว
- Peter Brandt มองว่า ตลาดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน แต่เตือนว่า อาจมีการย่อลงทดสอบ 61,000–66,000 ในช่วงต้นเดือนตุลาคม เพื่อสะบัดรายย่อย ที่ซื้อตามกระแส ETF ออกจากตลาด
- คาดจุดสูงสุดของวัฏจักรอยู่ช่วงปลายปี 2028 ถึงต้นปี 2029 โดยโมเดล “Bitcoin Banana” ชี้เป้าที่ราคา 220,000–250,000 และหากกระทิงรุนแรงสุดขีดอาจพุ่งไปถึง 300,000–600,000
- แนะนำจัดพอร์ตแบบมาราธอน คริปโตเพียง 5–10% เลี่ยง Altcoins หน้าใหม่ และมองว่า AI กำลังอยู่ในภาวะคล้ายฟองสบู่ Dot-com
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
เป้าหมายในระยะยาวเป็นบวกอย่างชัดเจน แต่ในระยะสั้นยังมีน้ำหนักของคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดการย่อตัวแรงในเดือนตุลาคมคอยถ่วงเอาไว้ ส่งผลให้ภาพรวมในขณะนี้ ยังคงอยู่ในสภาวะเป็นกลาง
ในการสัมภาษณ์ล่าสุดผ่านรายการ Trade Secrets ของ Cointelegraph ขณะที่ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวบริเวณ 85,000 ดอลลาร์ Peter Brandt นักเทรดระดับตำนานได้ออกมาเปิดเผยมุมมองเชิงลึกต่อวัฏจักรตลาด แม้เขาจะยอมรับว่าการคาดการณ์จุดต่ำสุดในรอบนี้คลาดเคลื่อนไปจากทฤษฎีเดิมราว 2 เดือน โดยประเมินใหม่ว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

แต่ในระยะสั้น Brandt เตือนว่า ตลาดอาจเกิดการย่อตัวอย่างรุนแรงลงไปทดสอบระดับ 61,000–66,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งกลไกนี้เปรียบเสมือนการ “สะบัดรายย่อย” ที่แห่ซื้อตามกระแส ETF ให้ออกจากตลาด เพื่อเปิดทางให้ผู้เล่นรายใหญ่ได้สะสมพลังอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะพุ่งทะยานเข้าสู่รอบกระทิงที่แท้จริง

เป้าหมายราคาและกฎระยะเวลาเท่ากัน
สำหรับเป้าหมายราคานั้น Brandt ระบุชัดเจนว่า ตัวเลข 100,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ “กฎระยะเวลาเท่ากัน” เมื่อนำมาคำนวณร่วมกับปรากฏการณ์ Halving ที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2028 เขาคาดการณ์ว่า จุดสูงสุดของวัฏจักรจะไปตกอยู่ในช่วงปลายปี 2028 ถึงต้นปี 2029
โดยอ้างอิงจากโมเดล “Bitcoin Banana” ของเขา ราคา Bitcoin มีโอกาสพุ่งทะลุ 220,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์ และหากตลาดกระทิงมีความรุนแรงถึงขีดสุด ราคาอาจทำยอดได้สูงถึง 300,000 ถึง 600,000 ดอลลาร์ในช่วงปี 2029 ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบมาราธอน
แม้จะมีมุมมองที่สดใสต่อคริปโทเคอร์เรนซี แต่ Brandt ย้ำจุดยืนว่า ตนเองไม่ใช่ Bitcoin Maximalist เพราะสำหรับเขา การสร้างความมั่งคั่งคือ การวิ่งมาราธอน เขาจึงแนะนำการจัดพอร์ตโดยแบ่งสัดส่วนคริปโทฯ ไว้เพียง 5-10% ซึ่งเน้นหนักไปที่ Bitcoin เป็นหลัก หรือแบ่งเพียง 1-2% ให้กับ Ethereum และ Solana

เขายังเตือนสติให้นักลงทุนหลีกเลี่ยง Altcoins เกิดใหม่หน้าตาแปลก ๆ เพราะเหรียญเหล่านี้กว่า 99% มักจะล้มเหลวและมีมูลค่าเหลือศูนย์ ส่วนเม็ดเงินที่เหลือควรจัดสรรไปยังทองคำและแร่เงิน 5-10% รวมถึงกลุ่มพลังงาน 5-10% และใช้ตราสารหนี้เป็นฐานรากหลักของพอร์ตในสัดส่วน 40-70%

จับตาฟองสบู่ AI และการถดถอยของดอลลาร์
ในมิติของการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยี Brandt เปรียบกระแส AI ปัจจุบันว่า คล้ายกับฟองสบู่ Dot-com แม้จะมีบริษัทที่เป็นผู้ชนะรอดพ้นมาได้ แต่หุ้น AI ส่วนใหญ่จะล้มหายตายจากไป เขาจึงแนะนำให้ลงทุนผ่าน AI ETF เพื่อลดความเสี่ยง หรือรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาหุ้นรายตัว ย่อลงมาถึงระดับ 30% ก่อน


ขณะเดียวกัน เขายังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของเฟดว่า มักจะตัดสินใจล่าช้าและผิดพลาดเสมอ โดยประเมินว่า ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า อำนาจของเงินดอลลาร์จะถดถอยลงจากพิษเงินเฟ้อ โลกอาจหันไปใช้ตะกร้าสินทรัพย์ที่ประกอบด้วย Bitcoin, ทองคำ, น้ำมันดิบ และดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เป็นมาตรฐานอ้างอิงใหม่
ความเสี่ยงระดับโครงสร้างที่ต้องระวัง
สุดท้ายนี้ Brandt ได้ประเมินเหรียญอื่น ๆ อย่าง XRP โดยมองว่า XRP เป็นเพียงเหรียญเพื่อการทำธุรกรรม ไม่ใช่สินทรัพย์กักเก็บมูลค่า การที่โปรเจกต์จับมือกับธนาคารได้ ก็ไม่ได้การันตีว่า มูลค่าหน้ากระดานจะพุ่งตามไปด้วย
สำหรับความเสี่ยงระดับโครงสร้างเดียวที่จะทำลาย Bitcoin ได้คือ “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” ทว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า เครือข่ายจะอัปเกรดระบบป้องกันได้ทันเวลา ส่วนประเด็นรัฐบาล แม้จะไม่สามารถสั่งปิดบล็อกเชนได้ แต่จะหันไปคุมเข้มการเก็บภาษีผ่านช่องทางแปลงคริปโทฯ กลับเป็นเงินสดแทน

มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่น่าสนใจคือ Brandt เน้นย้ำเรื่องช่วงเวลาและวัฏจักรตลาดมากกว่าการฟันธงตัวเลขกลมๆ ซึ่งดูสมเหตุสมผลกว่า ขณะเดียวกัน คำเตือนเรื่องการสลัดนักลงทุนรายย่อยช่วงต้นเดือนตุลาคมเป็นสัญญาณที่ต้องเตรียมรับมือ เพราะหากราคาย่อตัวลง อารมณ์ตลาดจะเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายปี 2029 ยังอีกยาวไกล และทุกแบบจำลองย่อมมีความคลาดเคลื่อนได้เสมอ ดังเช่นที่เขาเคยยอมรับถึงความผิดพลาดในการคาดการณ์จุดต่ำสุดมาก่อน

