สรุปข่าว
- Bitcoin กำลังขาดความผันผวน หลังราคาขยับในกรอบแคบเป็นเวลานาน ทำให้นักเทรดระยะสั้นมีโอกาสทำกำไรน้อยลง
- เงินเก็งกำไรกำลังย้ายสนาม โดยนักลงทุนหันไปหาหุ้น AI หุ้น Tokenized, Perpetual Futures และ Prediction Market ที่มีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากกว่า
- ตลาดคริปโตเข้าสู่โหมดจำศีล สภาพคล่องลดลงและ Spread กว้างขึ้น แต่หากมีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น Bitcoin ก็ยังมีโอกาสกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ความผันผวนลดลงอย่างชัดเจน จนไม่ดึงดูดนักเทรดสายเก็งกำไรเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เงินบางส่วนเริ่มไหลไปหาหุ้น AI หุ้น Tokenized รวมถึง Perpetual Futures และ Prediction Market ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า โดยเฉพาะตลาดที่กำลังมีโมเมนตัมแรงอย่างหุ้น AI และตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่า นักลงทุนหมดความสนใจใน Bitcoin แต่สะท้อนว่าเงินกำลังมองหาสนามที่มีความเคลื่อนไหวมากกว่า และหากมีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ตลาด Bitcoin ก็มีโอกาสกลับมาคึกคักและดึงนักเทรดเหล่านี้กลับมาอีกครั้ง
Bitcoin เริ่มไม่เร้าใจสำหรับนักลงทุนสายเก็งกำไร เนื่องจากความผันผวนที่เคยเป็นเสน่ห์สำคัญของตลาดคริปโตกลับลดลงอย่างมาก ขณะที่นักเทรดส่วนใหญ่ย้ายเงินไปซบตลาดอื่นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า
หลังจากตลาดคริปโตผ่านช่วงขาขึ้นที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสของ Donald Trump และการเข้าซื้อ Bitcoin ของบริษัทต่าง ๆ เพื่อถือเป็นสินทรัพย์สำรอง ราคาก็กลับเข้าสู่ช่วงเคลื่อนไหวในกรอบแคบเป็นเวลานาน
สำหรับนักเทรดระยะสั้น เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ข่าวดี เพราะเมื่อราคาเคลื่อนไหวน้อย โอกาสทำกำไรจากการซื้อขายระยะสั้นก็ลดลงตามไปด้วย
Edmond Goh หัวหน้าฝ่ายการซื้อขายระดับโลกของ B2C2 ระบุว่า นักลงทุนรายย่อยที่เคยมีบทบาทสำคัญในตลาด Bitcoin กำลังหันไปสนใจหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI รวมถึงหุ้นแบบ Tokenized ซึ่งหมายถึงหุ้นที่ถูกนำมาออกเป็นโทเคนบนบล็อกเชน และ Prediction Market หรือตลาดที่เปิดให้เก็งกำไรจากผลลัพธ์ของเหตุการณ์ต่าง ๆ
Bitcoin เริ่มไม่หวือหวาเหมือนในอดีต
ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงของ Bitcoin ในช่วง 30 วันล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 42% ต่อปี ขณะที่ดัชนี S&P 500 ซึ่งใช้สะท้อนภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 18% ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกเราว่า ช่องว่างระหว่างความผันผวนของ Bitcoin และหุ้นสหรัฐฯ ได้แคบลงจนเข้าสู่ระดับต่ำที่สุดในประวัตศาตร์

ในอดีต Bitcoin เคยมีความผันผวนมากกว่า S&P 500 ถึงกว่า 5 เท่า แต่วันนี้ช่องว่างดังกล่าวกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยเหตุนี้ สำหรับนักเทรดที่ต้องการสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวแรง ๆ ตลาด Bitcoin ในช่วงเวลานี้ อาจไม่น่าตื่นเต้นเหมือนเดิมอีกแล้ว
Greg Cipolaro หัวหน้าฝ่ายวิจัยระดับโลกของ NYDIG มองว่า นักเทรดระยะสั้นไม่ได้ยึดติดกับสินทรัพย์ใดเป็นพิเศษ พวกเขามักเคลื่อนย้ายเงินไปหาตลาดที่มีความผันผวนและโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า และเมื่อ Bitcoin เริ่มนิ่ง เงินจึงเริ่มไหลไปหาสนามอื่น
เงินไม่ได้หายไปไหน แต่มันแค่ย้ายสนาม
เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพเรื่องนี้ชัดที่สุด นักลงทุนรายย่อยกลุ่มที่เคยผลักดันให้เกิด Kimchi Premium หรือส่วนต่างราคาคริปโตในตลาดเกาหลีใต้ กำลังหันไปเก็งกำไรหุ้น AI โดยเฉพาะ Samsung Electronics และ SK hynix
ทั้งสองบริษัทได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิป และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ขณะที่ดัชนี KOSPI ปรับตัวขึ้นมากกว่า 70% ในปีนี้ ปริมาณการซื้อขายบน Upbit และ Bithumb กลับลดลงถึง 80% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สัญญาณเดียวกันยังปรากฏให้เห็นในตลาดกองทุน ETF โดยกลุ่ม ETF ที่เน้นลงทุนหุ้น AI ดึงดูดเม็ดเงินได้ประมาณ 19,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าจากปีก่อน
ในทางกลับกัน กองทุน Bitcoin ETF กลับมีเงินทุนไหลเข้าตั้งแต่ต้นปี 2026 ประมาณ 536 ล้านดอลลาร์ภายในช่วงกลางปี ซึ่งคิดเป็นเพียงเศษเสี้ยวของตัวเลขเม็ดเงิน 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ดึงดูดได้ในปีแรกที่เปิดตัว
ภาพนี้จึงสะท้อนว่า นักลงทุนไม่ได้หยุดเปิดรับความเสี่ยง แต่กำลังมองหาคำตอบใหม่ว่า “ตลาดไหนให้โอกาสทำกำไรได้มากกว่า?”
จาก Bitcoin สู่หุ้น Perpetual และ Prediction Market
การย้ายสนามไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดหุ้น เพราะนักเทรดกำลังขยายพื้นที่เก็งกำไรไปยังสินทรัพย์และตลาดรูปแบบใหม่มากขึ้น ปริมาณการซื้อขายสัญญา Perpetual Futures เพิ่มจาก 52,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เป็น 268,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2026 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าภายในเวลาเพียง 6 เดือน
ขณะเดียวกัน Prediction Market ก็กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น โดย Kalshi มีมูลค่าการซื้อขายรวมของสัญญาสูงถึง 31,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ส่วน Polymarket ทำสถิติรายเดือนที่ 10,800 ล้านดอลลาร์
สำหรับนักเทรดที่กำลังมองหาผลตอบแทน 5 เท่าหรือ 10 เท่า ตัวเลือกจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Bitcoin อีกต่อไป แต่ครอบคลุมตั้งแต่หุ้น Nvidia ทองคำ สัญญาหุ้น Perpetual Futures ไปจนถึงสัญญาออปชันที่หมดอายุภายในวันเดียว
ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่โหมดจำศีล
เมื่อเงินและนักเทรดบางส่วนย้ายออกไป อุตสาหกรรมคริปโตเองก็เริ่มปรับตัวตาม บริษัทเทรดหลายแห่งตัดสินใจลดขนาดทีมงาน และควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่สภาพคล่องในตลาดลดลง หากสภาพคล่องบางลง คำสั่งซื้อหรือขายขนาดใหญ่ก็สามารถทำให้ราคาขยับแรงขึ้นได้ง่ายขึ้น
Howard จาก Wincent ระบุว่า Spread หรือส่วนต่างราคาซื้อและขายเริ่มกว้างขึ้น หลังนักเทรดบางส่วนทยอยออกจากตลาดไป
ภาพนี้จึงสะท้อนให้เห็นสองเรื่องใหญ่ ด้านหนึ่ง Bitcoin มีความผันผวนน้อยจนโอกาสเก็งกำไรลดลง แต่อีกด้านหนึ่ง ตลาดที่มีสภาพคล่องบางลงก็อาจทำให้ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้น หากมีปัจจัยสำคัญเข้ามากระตุ้น
ความเงียบของ Bitcoin ในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่า ความผันผวนจะหายไปตลอดกาล เพราะหากมีเรื่องราวใหม่เข้ามาจุดประกาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเศรษฐกิจ กฎระเบียบ หรือแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน นักเทรดที่กำลังออกไปตามหาความตื่นเต้นจากตลาดอื่น ก็อาจหันกลับมาหา Bitcoin อีกครั้ง
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายอยู่ที่ 64,281 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.25% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูล CoinMarketCap

ที่มา:coindesk
มุมมองผู้เขียน: Bitcoin ไม่ได้หมดเสน่ห์ ตลาดแค่กำลังอยู่ในช่วงจำศีล จนนักเทรดต้องออกไปหาความตื่นเต้นที่อื่นก่อน เพื่อรอวันที่ตลาดคริปโตจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

