สรุปข่าว
- กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิรวม 517.19 ล้านดอลลาร์ในวันพุธที่ผ่านมา สูงสุดนับตั้งแต่ 4 พฤษภาคม
- กองทุน IBIT ของ BlackRock นำโด่ง ด้วยยอดเงินไหลเข้า 284.7 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยกองทุน ARKB และกองทุน FBTC
- นักวิเคราะห์ชี้ว่า นี่คือเงินลงทุนระยะยาวจากสถาบัน ไม่ใช่กระแส FOMO ของรายย่อย โดยมีแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
เม็ดเงินระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าตลาดในวันเดียว ประกอบกับราคา Bitcoin ที่ทะลุ 69,000 ดอลลาร์ และ Ether ที่กลับมายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อจริงจากนักลงทุนสถาบัน ปัจจัยนี้มักเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางราคาระยะสั้นถึงกลาง แม้จะยังต้องจับตาความต่อเนื่องของแรงซื้อในสัปดาห์ถัดไป
กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รายงานยอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิ รวมสูงถึง 517.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของตลาดคริปโตเคอเรนซี
โดยข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า กองทุน Bitcoin ETF จำนวน 8 จาก 12 กองทุน บันทึกยอดเงินทุนไหลเข้าเป็นบวก นำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ที่มียอดเงินไหลเข้าสูงถึง 284.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตามมาด้วยกองทุน ARKB ของ Ark & 21Shares ที่มีเงินไหลเข้า 77.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกองทุน FBTC ของ Fidelity ที่มียอดเงินไหลเข้า 62.4 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดเงินทุนไหลเข้ารวมในครั้งนี้ กลายเป็นตัวเลขรายวันที่สูงที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งคิดเป็นในรอบ 3 เดือนกับอีก 16 วัน ที่ผ่านมา
บรรดานักวิเคราะห์ต่างเห็นพ้องกันว่า ตัวเลขเงินทุนที่ไหลเข้ามหาศาลนี้ เป็นผลมาจากข่าวเชิงบวกหลายประการที่เข้ามาช่วยหนุนตลาด หลังจากที่ซบเซามายาวนานหลายเดือน
โดยเมื่อวานนี้ ราคา Bitcoin ได้พุ่งทะลุ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน ขณะที่ราคา Ether กลับขึ้นมาเยือนระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และข้อเสนอระดมทุนคริปโตล่าสุดจาก SEC
โดย Jeff Mei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ BTSE กล่าวว่า “เราไม่แปลกใจกับยอดเงินไหลเข้า $517 ล้านดอลลาร์ เพราะมันเป็นปฏิกิริยาตอบรับตามธรรมชาติ เมื่อกระทรวงการคลังส่งสัญญาณเข้าแทรกแซง เพื่อตรึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แรงหนุนด้านความเสี่ยงกลับมา และส่งผลดีต่อ Bitcoin และคริปโต”
เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน ไม่ใช่แรงเก็งกำไรรายย่อย
Rachael Lucas นักวิเคราะห์คริปโตจาก BTC Markets ชี้ว่า การคาดการณ์เรื่องสภาพคล่องในระบบที่มีแนวโน้มดีขึ้น ได้กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการปรับพอร์ตลงทุนระลอกใหม่ของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ซึ่งถือเป็นการขยับตัว ด้วยมุมมองทางกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงแค่กระแสความกลัวตกขบวน (FOMO) ของนักลงทุนรายย่อยแต่อย่างใด
Rachael Lucas กล่าวว่า “หลังจากมีเงินทุนไหลออกอย่างหนักในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน และสถานการณ์เงินทุนยังคงสลับสับเปลี่ยนไม่แน่นอนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกลางสิงหาคม ตัวเลขเงินทุนไหลเข้าระดับนี้ ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า ผู้จัดสรรเงินทุนรายใหญ่เริ่มมองว่า ระดับราคาปัจจุบันเป็นจุดเข้าซื้อที่ดีแล้ว ซึ่งนี่ไม่ใช่เงินทุนเก็งกำไรรายวัน แต่เป็นเงินลงทุนระยะยาวจากผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทั้งโครงสร้างการกำกับดูแลและงบการเงินที่พร้อมรองรับการซื้อขายขนาดใหญ่”
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Rachael Lucas และ Jeff Mei ต่างเตือนว่า ยอดเงินไหลเข้าระดับมหาศาลนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดิมทุกวัน โดยต้องจับตาดูว่า กระทรวงการคลังจะดำเนินมาตรการซื้อคืนพันธบัตรในระยะยาวหรือไม่ รวมถึงต้องรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ในสัปดาห์หน้า และประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านด้วย
ที่มา : theblock
มุมมองผู้เขียน : นักลงทุนควรติดตามกระแสเงินทุน ETF อย่างใกล้ชิดในสัปดาห์ถัดไป เพื่อประเมินว่านี่คือจุดเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ หรือเป็นเพียงการฟื้นตัวระยะสั้นเท่านั้น

