สรุปข่าว
- ชาวอเมริกันกว่า 63% มองว่า การที่โดนัลด์ ทรัมป์และครอบครัวแสวงหาผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโตเป็นเรื่อง “ไม่เหมาะสม” ขณะที่ 69% เชื่อว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดี
- ธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์เติบโตอย่างมาก ทั้ง World Liberty Financial และเหรียญมีม TRUMP โดยข้อมูลในผลสำรวจระบุว่าสร้างรายได้มากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
- ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมมองว่า ความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจกับการเมืองในรัฐบาลทรัมป์สมัยที่ 2 ซับซ้อนกว่าที่เคยเห็น
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ชาวอเมริกันจำนวนกว่า 63% มองว่า ทรัมป์และครอบครัวแสวงหาผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโตอย่าง “ไม่เหมาะสม” ขณะที่ 69% เชื่อว่าผลประโยชน์ส่วนตัวอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในฐานะประธานาธิบดี ตามข้อมูลจากโพลสำรวจจาก Reuters/Ipsos มุมมองดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจของครอบครัวทรัมป์อย่าง World Liberty Financial และเหรียญมีม TRUMP ที่สร้างรายได้รวมกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และการลงทุนของทรัมป์ถูกบริหารโดยสถาบันการเงินอิสระ
โพลสำรวจล่าสุดจาก Reuters/Ipsos สะท้อนความกังวลของชาวอเมริกันต่อบทบาทของทรัมป์ในอุตสาหกรรมคริปโตอย่างชัดเจน โดย 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า การที่ทรัมป์และครอบครัวแสวงหาผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโตเป็นเรื่อง “ไม่เหมาะสม” ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 32% มองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
ประเด็นนี้เกิดขึ้นหลังธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์เติบโตขึ้นอย่างมาก ทั้ง World Liberty Financial และเหรียญมีม TRUMP โดยข้อมูลในผลสำรวจระบุว่า ธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์สร้างรายได้มากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ทรัมป์ยังเคยออกมาสนับสนุนเหรียญ TRUMP ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเปิดเผย
ความกังวลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝ่ายเดโมแครต โดย 69% ของชาวอเมริกันเชื่อว่า ผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวของทรัมป์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในฐานะประธานาธิบดี รวมถึงผู้ลงคะแนนเสียงอิสระราว 2 ใน 3 และชาวเดโมแครตถึง 9 ใน 10 ขณะที่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันก็มีมุมมองในทิศทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยยืนยันว่า การลงทุนของทรัมป์ได้รับการบริหารจัดการโดยสถาบันการเงินอิสระ และเขาไม่ได้เข้ามาบริหารธุรกิจของครอบครัวในแต่ละวันนับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่ง
ริชาร์ด เพนเทอร์ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมประจำทำเนียบขาวในรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู บุช ระบุว่า ความซับซ้อนของผลประโยชน์ทางธุรกิจในรัฐบาลทรัมป์สมัยที่ 2 ไม่เคยเกิดขึ้นในระดับนี้มาก่อน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเดินหน้านโยบายที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมคริปโตอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ โพลสำรวจดังกล่าวถูกจัดทำระหว่างวันที่ 14-17 สิงหาคมที่ผ่านมา กับผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 1,166 คนทั่วประเทศ โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนประมาณบวกลบ 3 จุดเปอร์เซนต์
ที่มา:reuters
มุมมองผู้เขียน: สำหรับนักลงทุนคริปโต ประเด็นนี้น่าจับตาไม่แพ้ทิศทางนโยบาย เพราะความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจครอบครัวทรัมป์กับอุตสาหกรรมคริปโตอาจกลายเป็นประเด็นทางการเมืองสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะชี้ชะตาว่า พรรครีพับลิกัน หรือเดโมแครตจะได้เป็นผู้กุมอำนาจในสภาคองเกรส

