สรุปข่าว
- Paul Wei อดีตเทรดเดอร์ระดับตำนานจาก BitMEX ผู้เคยปั้นพอร์ตโต 70 เท่าใน 3 ปี เปิดเผยแดชบอร์ดการเทรดจริงบน Hyperliquid ให้สาธารณชนได้ติดตาม
- พอร์ต BTC Perpetual ของเขาเริ่มจากเงินทุน 100,000 ดอลลาร์ ปัจจุบันเติบโตมาอยู่ที่ 120,323.31 ดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทน 20.32% ภายในเวลาราว 8 เดือน โดยควบคุมเลเวอเรจจริงให้ต่ำกว่า 1x ตลอดเวลา
- กลยุทธ์หลักของเขาคือ Grid Trading แบบตั้งคำสั่งซื้อขายเป็นขั้นบันได เน้นทำกำไรจากส่วนต่างราคาในช่วงตลาดผันผวน แทนการเดาทิศทางตลาด
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นเรื่องราวของกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของเทรดเดอร์รายบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin หรือการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินขนาดใหญ่ในตลาด จึงไม่น่าจะส่งผลต่อทิศทางราคาโดยตรง แต่มีคุณค่าในเชิงการศึกษาและอาจส่งผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมของเทรดเดอร์รายย่อยที่หันมาสนใจการเทรดแบบระมัดระวังมากขึ้น
Paul Wei อดีตเทรดเดอร์ระดับตำนานจาก BitMEX ผู้เคยปั้นพอร์ตโต 70 เท่าใน 3 ปี กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดเผยพอร์ตการลงทุนจริง (Real-time Dashboard) บนแพลตฟอร์ม Hyperliquid ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสไตล์การเทรดแบบตั้งรับที่เน้นความปลอดภัยขั้นสุด แต่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
Paul Wei คือใคร
สำหรับสายเทรดฟิวเจอรส์ Paul Wei คือ เทรดเดอร์ระดับตำนานที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “BitMEX Legends” จากวีรกรรมปั้นพอร์ตเติบโตกว่า 70 เท่าภายใน 3 ปี ในตลาดกระทิงรอบที่ผ่านมา

ส่องแดชบอร์ดจริง มูลค่าพอร์ตและสถานะการถือครอง
จากการสำรวจพอร์ตเทรด BTC Perpetual ของ Paul บน Hyperliquid (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2026) พบว่า เขาเริ่มต้นพอร์ตด้วยเงินทุน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับมูลค่าราว 1 BTC ในช่วงต้นปี ผ่านไปประมาณ 8 เดือน พอร์ตนี้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงโดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 120,323.31 ดอลลาร์ (ประมาณ 3.93 ล้านบาท) กวาดกำไรสุทธิสะสมไปแล้วกว่า 20,328 ดอลลาร์ หรือราว 6.6 แสนบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่ 20.32% โดยมีเส้นโค้งการเติบโตของเงินทุนที่ราบเรียบและมีการขาดทุนสะสม (Drawdown) ที่ต่ำมาก

เคล็ดลับสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ กลยุทธ์ “Grid Trading” หรือการตั้งคำสั่งซื้อขายแบบขั้นบันได (Pyramid Orders)
แนวทางของ Paul คือ การกระจายความเสี่ยงโดยทยอยตั้งรับซื้อ Bitcoin เมื่อราคาย่อตัว และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดกลับ
แต่จุดที่ทำให้เขาแตกต่างจากสาย Grid Trade ทั่วไป คือ การควบคุม “เลเวอเรจจริงให้อยู่ต่ำกว่า 1x ตลอดเวลา” โดยปัจจุบันอัตราเลเวอเรจของเขาอยู่ที่เพียง 0.878x (ถือครอง 1.33557 BTC มูลค่าราว 105,648 ดอลลาร์ ขณะที่ราคา BTC อยู่ที่ 79,106 ดอลลาร์) ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นการปิดประตูความเสี่ยงเรื่องพอร์ตแตกแทบจะ 100%

เมื่อเจาะลึกเข้าไปในคำสั่งซื้อขาย จะเห็นได้ว่า Paul ไม่ได้ทุ่มเงินซื้อในราคาปัจจุบันทั้งหมด แต่เลือกวางคำสั่งดักรอซื้อ (Limit Orders) ไว้ในโซนแนวรับด้านล่างอย่างเป็นระบบ
กลยุทธ์นี้มีลักษณะเด่นคือ:
- ไม่เดาทิศทางตลาดแบบข้างเดียว : แต่จะเน้นทำกำไรจากส่วนต่างของราคาในช่วงที่มีการผันผวน
- การตั้งออเดอร์เป็นชั้นๆ : มีการตั้งคำสั่งซื้อ และคำสั่งขาย หนาแน่นเป็นสเต็ปในราคาที่กำหนดล่วงหน้า
- ตัวอย่างในอดีต (ธันวาคม 2025): เขาเคยตั้งช่วงราคาคำสั่ง Long/Short ไว้ที่ $84,600–$90,200
- ตัวอย่างล่าสุด (สิงหาคม 2026): บันทึกคำสั่งซื้อออเดอร์ Buy Limit ของเขาถูกวางกระจายอย่างเป็นระบบตั้งแต่ราคา $57,860 ไปจนถึง $73,521 รวมกว่า 14 ชั้น เพื่อรอรับราคาอย่างเป็นระบบเมื่อตลาดเกิดการย่อตัว
- เก็บกำไรแบบพีระมิด: ทยอยสะสมโพสิชันและปิดทำกำไรเมื่อราคาแกว่งตัวผ่านโซนที่ตั้งไว้
ทำไมเลเวอเรจต่ำคือ ทางรอดเดียวในระยะยาว?
บทเรียนที่สำคัญที่สุดจาก Paul Wei ไม่ใช่เรื่องของกำไรขั้นสูงสุด แต่คือ “การจำกัดเลเวอเรจเพื่อความอยู่รอด”
ในขณะที่แพลตฟอร์ม Hyperliquid เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้เลเวอเรจได้สูงถึง 50 เท่าสำหรับ BTC และเทรดเดอร์รายย่อยมักจะเปิดเลเวอเรจสูงเพราะความโลภ แต่ Paul Wei กลับเลือกใช้เลเวอเรจเฉลี่ยที่ต่ำมาก โดยทั่วไปจะจำกัดอยู่เพียงแค่ประมาณ 2 เท่า (2x) เท่านั้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอ
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีตของ Hyperliquid ในช่วงกลางปี 2025 ถึงต้นปี 2026 บัญชี LookOnChain ได้เผยสถิติอันน่าสะพรึงกลัวว่า มีเทรดเดอร์ระดับท็อปบน Leaderboard ถึง 8 ราย ที่เคยสร้างกำไรมหาศาลหลักสิบถึงร้อยล้านดอลลาร์ แต่สุดท้ายกลับถูกล้างพอร์ตจนหมดตัว ยกตัวอย่างเช่น
- BitcoinOG/1011short: เคยทำกำไรสูงสุดได้ถึง +$142 ล้าน แต่สุดท้ายโดนล้างพอร์ตจนติดลบ -$128.7 ล้าน
- James Wynn: พุ่งแตะ +$87 ล้าน ก่อนจะร่วงมาติดลบ -$22 ล้าน
- Low-Stack Degen: ปั้นพอร์ตจากเงินเพียง $125,000 ขึ้นไปเป็น $43 ล้านดอลลาร์ที่จุดสูงสุด แต่สุดท้ายเจอมรสุมตลาดผันผวนจนสูญเสียกำไรทั้งหมดและเหลือยอดสุทธิที่ติดลบ -$196,000
ความล้มเหลวของสุดยอดเทรดเดอร์เหล่านั้น เกิดจากการใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไป ในช่วงเวลาที่ตลาดเกิดการเหวี่ยงตัวรุนแรง ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคาเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์สามารถล้างพอร์ตที่เคยมีกำไรมหาศาลให้กลายเป็นศูนย์ได้ในชั่วพริบตา แต่สำหรับ Paul Wei การคุมเลเวอเรจไว้ที่ 2x ทำให้เขามี ระยะล้างพอร์ตที่ปลอดภัยมาก
แนวทางการเทรดของ Paul Wei ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ระบบการบริหารความเสี่ยงและวินัยในการควบคุมขนาดโพสิชันสำคัญกว่าจุดเข้าซื้อที่สมบูรณ์แบบ ผู้ที่อยู่รอดในระยะยาวไม่ใช่ผู้ที่ทำกำไรได้หวือหวาที่สุดในวันนี้ แต่คือ ผู้ที่รู้จักควบคุมเลเวอเรจให้เหมาะสมเพื่อรอคอยโอกาสในวันข้างหน้าอย่างแท้จริง
มุมมองผู้เขียน : กลยุทธ์ Grid Trading แบบคุมเลเวอเรจต่ำอย่างที่ Paul ใช้ ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในทิศทางระยะยาวของ Bitcoin แต่ไม่อยากแบกความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจสูง

