bitkub-banner

นิวยอร์กเตรียมสั่งแบนห้ามนักเรียนใช้ AI ในโรงเรียนจนกว่าจะถึงชั้นมัธยม หวั่นเด็กสมองฝ่อ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นิวยอร์กบังคับใช้นโยบายสั่งระงับการใช้ Generative AI ในโรงเรียนรัฐสำหรับเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงม.2 เป็นเวลา 1 ปี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพัฒนาการทางปัญญา
  • นักเรียนมัธยมปลายจะสามารถใช้ AI ที่อยู่ภายใต้การดูแลได้ ขณะที่ AI แชตบอตเยียวยาจิตใจจะถูกสั่งห้ามใช้งานอย่างเด็ดขาดในทุกระดับชั้น
  • ครูสามารถใช้ AI ในการช่วยเตรียมการเรียนการสอนและงานสารบรรณเท่านั้น ห้ามนำมาใช้ประเมินผลหรือตัดเกรดนักเรียน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

นครนิวยอร์กเปิดตัวนโยบายคุมเข้มโดยการสั่งระงับห้ามใช้งาน Generative AI สำหรับนักเรียนระดับอนุบาลถึงเกรด 8 หรือเทียบเท่า ม.2 เป็นเวลา 1 ปี เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและการคิดวิเคราะห์ และเป็นการดึงความสำคัญของการเรียนรู้กลับมาสู่การฝึกคิดด้วยตนเองและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันอย่างมาก ตั้งแต่งานที่มีความละเอียดซับซ้อนไปจนถึงเรื่องทั่วไป และเด็กๆ ที่เกิดมาในยุคดิจิทัลก็ต่างเข้าถึงเทคโนโลยีในอัตราที่รวดเร็วจนหยุดไม่อยู่ ทำให้ทั้งรัฐบาลและผู้ปกครองเริ่มกังวลกันว่าการใช้ AI ที่มากและเร็วก่อนวัยจะสร้างผลเสียมากกว่าผลดี

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า มหานครนิวยอร์กมีแผนสั่งแบนห้ามไม่ให้นักเรียนเข้าใช้งานปัญญาประดิษฐ์ประเภท Generative AI ในโรงเรียนรัฐจนกว่าจะถึงเกรด 8 (เทียบเท่ากับ ม.2 ในไทย) โดยกำหนดการสั่งแบนคาดว่าจะมีการประกาศใช้จริงในสัปดาห์หน้าและจะมีผลเป็นเวลาทั้งสิ้น 1 ปี

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกเครื่องข้อกำหนดการใช้เทคโนโลยีในเขตพื้นที่การศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ซึ่งมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนราว 900,000 คนต่อปี 

นิวยอร์กคุมเข้ม AI

ปัจจุบัน บรรดาครูอาจารย์และผู้ปกครองต่างกังวลว่า การใช้งานซอฟต์แวร์ AI เป็นสื่อการสอนจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็กรวมไปถึงพัฒนาการทางสติปัญญา, การคิดวิเคราะห์,การใช้เหตุผล  ตลอดจนประเด็นด้านการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม 

นักวิจัยเองก็ได้แสดงถึงความกังวลเช่นกัน เพราะเด็กที่ใช้งาน AI มีแนวโน้มที่จะปล่อยให้ซอฟต์แวร์ทำงานแทนสมอง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกเรียกว่า “ภาวะยอมจำนนทางสติปัญญา”

การใช้งาน AI จึงจะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อนักเรียนก้าวเข้าสู่การศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือมัธยมศึกษาปีที่ 3 และแม้จะเปิดให้เยาวชนสามารถเข้าถึงได้ เนื้อหาและการใช้งาน AI ก็จะถูกจำกัดไม่สามารถใช้งานได้อิสระ

ขณะเดียวกัน AI ประเภท “เพื่อนแชท” ที่ให้การเยียวยาหรือซัพพอร์ตทางจิตวิทยาก็จะถูกแบนไม่ให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ส่วนครูอาจารย์ก็ต้องถูกจำกัดการใช้ AI และจะสามารถใช้ได้ในกรณีการเตรียมเนื้อหาการสอน ไม่สามารถใช้ในการประเมินผลงานนักเรียนหรือผลการเรียนได้

นอกเหนือจากนี้ นิวยอร์กยังมีการปรับเปลี่ยนนโยบายอีกข้อ คือ การสั่งห้ามไม่ให้นักเรียนใช้แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตในห้องเรียน จนกว่าจะพ้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (อายุประมาณ 9 หรือ 10 ปี) ส่งผลทำให้นโยบายของเมืองแห่งนี้ได้รับความสนใจและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา

สุดท้ายนี้ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก Zohran Mamdani ได้แสดงความเห็นต่อข้อบังคับดังกล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เด็กๆ จำเป็นที่จะต้องมีคุณครูและปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นๆ เพื่อที่จะสามารถเรียนรู้และเติบโต พัฒนาทักษะใหม่ร่วมกันกับเพื่อนวัยเดียวกัน และสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงฝึกรับมือพร้อมก้าวผ่านปัญหาที่ยากลำบากด้วยตนเอง”

ที่มา: The Guardian , Reuters


มุมมองผู้เขียน : การตั้งการ์ดสูงของเขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ น่าจะเป็นโมเดลต้นแบบให้โรงเรียนทั่วโลกหันมาทบทวนขอบเขตการใช้ AI ในห้องเรียนอย่างรัดกุมยิ่งขึ้นในยุคสมัยที่ความสัมพันธ์บนหน้าจอเริ่มมีบทบาทเหนือกว่าความสัมพันธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง