bitkub-banner

Ledger–Trezor เตือนนักล่าช่องโหว่ AI ชี้อย่าเปิดเผยต่อสาธารณะ ก่อนแจ้งผู้ผลิตแก้ไข

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ledger และ Trezor ออกโรงเรียกร้องให้นักวิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผยช่องโหว่อย่างมีความรับผิดชอบ แทนที่จะแฉต่อสาธารณะทันที
  • ทั้งสองบริษัท เสนอกรอบเวลามาตรฐานราว 90 วัน ให้ผู้พัฒนาได้แก้ไขปัญหาก่อนจะออกมาเปิดเผยข้อมูล
  • ประเด็นนี้ถูกจุดขึ้น ท่ามกลางเหตุการณ์ความปลอดภัยฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหลายกรณี ทั้งการขโมยเงินจาก Coldcard มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ และข้อมูลผู้ใช้ Trezor รั่วไหล

แนวโน้มที่ส่งกระทบผลต่อราคา : Neutral

ประเด็นนี้เป็นเรื่องของแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหรือโทเคนใดเป็นการเฉพาะ ผลกระทบต่อตลาดจึงแทบไม่มี เว้นแต่จะเกิดช่องโหว่ร้ายแรงที่กระทบความเชื่อมั่นในฮาร์ดแวร์วอลเล็ตโดยรวมในอนาคต

Ledger และ Trezor สองผู้ผลิตกระเป๋าเงินคริปโตเคอเรนซีแบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) ชั้นนำ ออกมาร่วมเรียกร้องให้นักวิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผยข้อมูลช่องโหว่ทางเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ 

โดย Charles Guillemet CTO ของ Ledger ได้โพสต์ชี้แจงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยให้การค้นหาและเจาะระบบทำได้ง่ายขึ้นมาก แต่นักวิจัยบางรายกลับเลือกที่จะแฉรายละเอียดช่องโหว่ต่อสาธารณะทันทีโดยไม่รอให้ผู้พัฒนาแก้ไข 

ซึ่งเขาติงว่า เป็นการสร้างกระแสโดยใช้ความเสี่ยงของผู้อื่นเป็นเครื่องมือ พร้อมเสนอให้นักวิจัยแจ้งเตือนปัญหากับทางบริษัทเป็นการส่วนตัวก่อน โดยควรกำหนดระยะเวลาแก้ไขมาตรฐานร่วมกันราว 90 วัน ซึ่งอาจยืดหยุ่นได้ตามความซับซ้อน และความรุนแรงของปัญหา ก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

ด้าน Jan Komárek หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของ Trezor ได้เน้นย้ำ โดยกล่าวเสริมว่า กรอบเวลา 90 วันไม่ได้มีไว้ผูกมัดเฉพาะนักวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธสัญญาที่ผู้พัฒนาต้องเร่งแก้ไขระบบให้เสร็จสิ้น 

โดยขอให้นักวิจัยช่วยแจ้งเตือนเข้ามาล่วงหน้า เพื่อตกลงกรอบเวลาร่วมกัน ก่อนเปิดเผยข้อมูล และหากบริษัทล้มเหลว ไม่สามารถปล่อยแพตช์แก้ได้ทันตามกำหนด นักวิจัยก็สามารถแฉรายละเอียดสู่สาธารณะได้ทันที 

ทั้งนี้ ประเด็นความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตกำลังถูกจับตาอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ หลังเกิดเหตุการณ์ขโมยเงินจากกระเป๋า Coldcard จนมูลค่าความเสียหายสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับกรณีข้อมูลผู้ใช้งานนับหมื่นรายของ Trezor รั่วไหลผ่านบริษัทขนส่งพันธมิตรในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : การที่ Ledger และ Trezor ออกมาพร้อมกันเพื่อวางกรอบมาตรฐานเรื่องการเปิดเผยช่องโหว่ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรม เพราะสะท้อนว่า ผู้ผลิตเริ่มตระหนักว่า AI ได้เปลี่ยนสมดุลอำนาจระหว่างแฮกเกอร์และผู้พัฒนาไปอย่างถาวรแล้ว การมีกรอบเวลาที่ชัดเจนและเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายน่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานทั่วไปต้องเผชิญจากการเปิดเผยข้อมูลก่อนเวลาอันควร