สรุปข่าว
- Christine Lagarde ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ติดต่อนายกรัฐมนตรีกรีซ Kyriakos Mitsotakis โดยตรง เพื่อขอให้ปฏิเสธคำขอใบอนุญาตคริปโตของ Binance ในสหภาพยุโรป
- เหตุผลหลักคือ Binance มีประวัติการทำผิดกฎหมายฟอกเงินในสหรัฐฯ และความกังวลว่า สเตเบิลคอยน์ที่อิงมูลค่าดอลลาร์จะมาบั่นทอนโครงการยูโรดิจิทัลของ ECB
- Binance ตัดสินใจถอนคำขอใบอนุญาตกลางเดือนมิถุนายน ก่อนหน่วยงานกำกับดูแลกรีซจะตัดสินอย่างเป็นทางการ พร้อมยุติการทำตลาดในสหภาพยุโรป
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish
จากการที่ Binance ถูกปิดกั้นจากตลาดใหญ่อย่างสหภาพยุโรป สะท้อนถึงแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่ยังไม่จางหายไปจากอดีต แม้จะไม่กระทบต่อกลไกราคาคริปโตในภาพรวมมากนัก แต่ก็เป็นสัญญาณลบต่อภาพลักษณ์ธุรกิจของ Binance และแผนขยายตลาดของ Binance เอง ในระยะสั้น
Christine Lagarde ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เอ่ยปากขอร้องนายกรัฐมนตรีกรีซ Kyriakos Mitsotakis ด้วยตนเอง ให้ปฏิเสธคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจคริปโตของ Binance ในสหภาพยุโรป ตามรายงานของ The Wall Street Journal ที่เปิดเผยเบื้องหลังการเจรจาครั้งนี้
Christine Lagarde พุ่งเป้าไปที่ประวัติการละเมิดกฎระเบียบของ Binance ในสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงที่สเตเบิลคอยน์อิงกับดอลลาร์จะเข้ามาบ่อนทำลายโครงการยูโรดิจิทัลที่ ECB วางแผนไว้
เส้นทางขอใบอนุญาตที่สะดุด
Binance ยื่นขอใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโต ผ่านหน่วยงานกำกับดูแลของกรีซ ภายใต้กรอบกฎหมาย MiCA ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่การอนุมัติจากประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียว สามารถใช้ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจได้ทั่วทั้งภูมิภาค
ทางการกรีซแจ้งต่อสำนักงานหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งยุโรป (ESMA) ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนว่า มีความตั้งใจจะอนุมัติคำขอนี้
ช่วงเวลานั้น Binance เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในยุโรปแล้ว มีแผนให้ Richard Teng ซีอีโอเดินทางเยือนกรุงเอเธนส์ด้วยซ้ำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งกรีซ (HCMC) จะแจ้งแก่ Binance ในเวลาต่อมาว่า Lagarde ได้คัดค้านคำขอดังกล่าว
สองเหตุผลเบื้องหลังการคัดค้าน
The Wall Street Journal ระบุว่า การคัดค้านของ Christine Lagarde มีรากฐานจากสองประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือ กรณีที่ Binance เคยยอมรับสารภาพผิดในคดีฟอกเงินและละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มาก่อน ซึ่งเธอมองว่า เป็นสัญญาณเตือนด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่ไม่อาจมองข้ามได้
ประเด็นที่สองเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ของ ECB เอง มีรายงานว่า Lagarde เกรงว่า การเข้ามาของ Binance จะเร่งให้ชาวยุโรปหันไปใช้สเตเบิลคอยน์อิงดอลลาร์มากขึ้น
ซึ่งสิ่งนี้จะเข้ามาดิสรัปต์และบั่นทอนความพยายามผลักดันยูโรดิจิทัลที่ธนาคารกลางยุโรปทุ่มเทมานาน ทั้งที่ในทางกฎหมาย ECB ไม่มีอำนาจอนุมัติใบอนุญาตกระดานเทรดภายใต้กรอบ MiCA โดยตรง เพราะอำนาจนี้เป็นของหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติแต่ละประเทศ
จุดจบก่อนถึงเส้นตาย
Binance ตัดสินใจถอนคำขอใบอนุญาตในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ก่อนที่ HCMC จะมีมติอย่างเป็นทางการ พร้อมยุติการทำการตลาดกับผู้ใช้ในสหภาพยุโรปทันที หลังพลาดเส้นตายการรับใบอนุญาตในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปิดฉากความพยายามเข้าสู่ตลาดยุโรปแบบเต็มรูปแบบของเอ็กซ์เชนจ์รายใหญ่ที่สุดของโลกไปโดยปริยาย
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน: กรณีนี้น่าจะทำให้ Binance ต้องกลับไปทบทวนกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดยุโรปใหม่ทั้งหมด ส่วนโครงการยูโรดิจิทัลของ ECB เองก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าจะสามารถแข่งขันกับสเตเบิลคอยน์อิงดอลลาร์ที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบันได้จริงหรือไม่

