bitkub-banner

Bitcoin จ่อหลุด $83,000 ตลาดผวา 2 แรงกดดันจากจุดยืนนิวเคลียร์อิหร่าน-พันธบัตรสหรัฐฯ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin (BTC) ร่วงแตะ $82,900 หลังไม่ผ่านแนวต้าน $85,000
  • อิหร่านกดดันตลาด ความตึงเครียดดันราคาน้ำมันและ Bond Yield สูงขึ้น
  • Fed ยังเป็นตัวแปรสำคัญ Bond Yield 10 ปีแตะ 5.255% ตลาดให้น้ำหนัก 68.1% ต่อการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค.

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Bitcoin ร่วงหลุด $83,000 อีกครั้ง หลังอิหร่านปฏิเสธการผ่อนปรนจุดยืนด้านนิวเคลียร์ กดดันราคาน้ำมันและตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 5.255% สูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี และตลาดให้น้ำหนัก 68.1% ต่อโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม ภาพรวมจึงเป็นแรงกดดันสองด้านต่อ BTC ทั้งจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น

ช่วงเช้าวันนี้ Bitcoin ร่วงหลุด $83,000 อีกครั้ง หลังอิหร่านปฏิเสธรายงานว่าพร้อมผ่อนปรนจุดยืนด้านนิวเคลียร์ ส่งผลให้ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมา ราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นและตลาดคริปโตฯ ถูกเทขาย

ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า ก่อนหน้านี้ BTC เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ $83,000 – $85,000 โดยราคาพยายามปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้าน $85,000 อยู่หลายครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านได้ และถูกตบกลับลงมาที่ $82,900 คิดเป็นการปรับตัวลงราว 1.8% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กราฟ BTC ไทม์เฟรม 4 ชั่วโมง

แรงกดดันอีกด้านมาจากตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ โดยอัตราผลตอบแทน Bond Yield อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 5% แตะ 5.255% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ขณะที่ตลาดให้น้ำหนัก 68.1% ต่อโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม

การพุ่งขึ้นของ Bond Yield สะท้อนว่า ตลาดกำลังกลับมาให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อและนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น หลังธนาคารกลางรายใหญ่ยังส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อรับมือเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

ปัจจัยสำคัญคือ ราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพราะน้ำมันที่แพงขึ้นเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด

สำหรับ Bitcoin ภาพดังกล่าวถือเป็นแรงกดดันทางตรง เพราะเมื่อ Bond Yield สูงขึ้น พันธบัตรรัฐบาลจะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตฯ ขณะเดียวกันต้นทุนเงินที่สูงขึ้นยังทำให้สภาพคล่องในตลาดลดลง

แรงขายจึงไม่ได้เกิดจากปัจจัยในตลาดคริปโตฯ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของภาพเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังส่งผ่านมายังสินทรัพย์เสี่ยง

สถานการณ์ในปัจจุบันจึงกลายเป็นแรงกดดันสองเด้งสำหรับ Bitcoin ทั้งความเสี่ยงจากอิหร่านที่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น และ Bond Yield ที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

ตราบใดที่ราคาพลังงานยังสูงและตลาดยังคาดการณ์ว่า Fed อาจกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด สภาพแวดล้อมการลงทุน Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงก็ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง

ที่มา:investing และ coindesk


มุมมองผู้เขียน: จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงอยู่ที่ทิศทาง Bond Yield และสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพราะหากทั้งสองปัจจัยยังเดินหน้าในทิศทางเดิม Bitcoin จะยังต้องรับแรงกดดันจากปัจจัยจากเศรษฐกิจมหภาคต่อไป