สรุปข่าว
- Hester Peirce กรรมการ SEC ชี้ว่า กฎปัจจุบันปิดกั้นคนอเมริกันทั่วไปไม่ให้ลงทุนในโปรเจกต์คริปโตที่เชื่อมั่น ทั้งที่เดิมพันเสี่ยงโชคได้เต็มที่
- Hester Peirce เสนอกรอบระดมทุน 2 ระดับ ได้แก่ สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ภายใต้ข้อยกเว้นสตาร์ทอัพ และสูงสุด 75 ล้านดอลลาร์ภายใต้มาตรฐานรายงานที่เข้มงวดขึ้น พร้อมแยกโทเคนออกจากสัญญาการลงทุน
- Hester Peirce ย้ำว่า การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของชาวอเมริกัน และควรเปลี่ยนไปคุมเข้มสถาบันการเงินตัวกลางแทน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงกรอบแนวคิด และยังไม่ได้ถูกประกาศเป็นกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้จริง ส่งผลให้ราคาในตลาดอาจยังไม่ตอบสนองอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่การที่ผู้กำกับดูแลระดับกรรมการ SEC ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุน ทั้งการระดมทุน การใช้งานโทเคนที่มีประโยชน์จริง รวมถึงสิทธิในการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระยะกลางถึงระยะยาวเป็นอย่างมาก
Hester Peirce กรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎเกณฑ์ในปัจจุบันผ่านการให้สัมภาษณ์กับ Scott Melker เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
โดยระบุว่า กฎหมายกำลังปิดกั้นไม่ให้ชาวอเมริกันทั่วไป สามารถนำเงินไปลงทุนในธุรกิจหรือโปรเจกต์คริปโตที่ตนเองเชื่อมั่น ทั้ง ๆ ที่บุคคลเหล่านั้นกลับได้รับอิสระเต็มที่ในการเดิมพันเพื่อเสี่ยงโชค
Hester Peirce ชี้ว่า ผู้กำกับดูแล ควรทำหน้าที่ปกป้องนักลงทุนโดย ไม่ใช้วิธีปฏิบัติต่อประชาชนเหมือนเป็นเด็ก พร้อมเรียกร้องให้เปิดทางให้ผู้ประกอบการสามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้น และมอบอิสระให้แก่นักลงทุนในการตัดสินใจใช้เงินของตนเอง
ข้อเสนอระดมทุน 2 ระดับ และทางออกของสัญญาการลงทุน
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว Hester Peirce ได้นำเสนอกรอบแนวทางการระดมทุน 2 รูปแบบ ได้แก่
- ผ่อนปรนการระดมทุนรายย่อย: อนุญาตให้โปรเจกต์คริปโตสามารถระดมทุนได้สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ข้อยกเว้นสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งลดความยุ่งยากซับซ้อนลง
- การระดมทุนขนาดใหญ่: อนุญาตให้ระดมทุนได้สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด และมาตรฐานการรายงานที่เข้มงวดขึ้น
นอกจากนี้ กรอบแนวคิดดังกล่าวยังเสนอให้ “แยกเหรียญโทเคน ออกจากสัญญาการลงทุน” ที่ใช้ในการระดมทุนขายครั้งแรกได้ หากโปรเจกต์นั้นๆ สามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์จริงตามที่เคยสัญญาไว้ได้สำเร็จ
ซึ่งจุดนี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความย้อนแย้งในอดีตได้อย่างตรงจุด ที่กลายเป็นว่า โปรเจกต์ซึ่งอ้างว่า เหรียญของตนไม่มีประโยชน์การใช้งานใดๆ กลับเผชิญอุปสรรคทางกฎหมายน้อยกว่าโปรเจกต์ที่ตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์จริงขึ้นมาใช้งาน
หุ้นแปลงเป็นโทเคน และการปกป้องสิทธิ Self-Custody
Hester Peirce ได้เน้นย้ำถึง “ข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม” ของ SEC ที่ช่วยให้สามารถนำหุ้นแปลงเป็นโทเคน มาซื้อขายผ่านระบบ Automated Market Makers (AMM) บนบล็อกเชนแบบเปิดได้อย่างถูกกฎหมาย
โดยที่ผู้ถือหุ้นในรูปแบบโทเคน ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนไม่ต่างจากหุ้นดั้งเดิม ทั้งสิทธิในการออกเสียงและการรับเงินปันผล ทั้งนี้ เธอมองว่า สหรัฐฯ ควรเร่งสนับสนุนการทดสอบนวัตกรรมนี้ ภายในประเทศ มากกว่าจะกดดันให้ผู้พัฒนาต้องย้ายไปเติบโตในต่างประเทศ
ทั้งนี้ Hester Peirce ได้เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า การจัดเก็บและดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง ถือเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งของชาวอเมริกัน” โดยประชาชนควรได้รับอิสระในการเลือกว่า จะถือครองสินทรัพย์ด้วยตนเอง หรือใช้บริการผ่านผู้ให้บริการทางการเงิน
ซึ่งผู้กำกับดูแลควรหันมาปกป้องสิทธิดังกล่าว รวมถึงสนับสนุนการใช้งานเครื่องมือแบบกระจายศูนย์ (DApp) โดยมุ่งเน้นไปที่การใช้กฎเกณฑ์กำกับดูแลที่เข้มงวดกับสถาบันการเงินที่เป็นตัวกลางแทน
ที่มา : benzinga
มุมมองผู้เขียน : ถ้อยแถลงของ Hester Peirce สะท้อนการปรับเปลี่ยนของ SEC ที่มุ่งสร้างกรอบกฎหมายให้คริปโต เติบโตและใช้งานได้จริง โดยเฉพาะการแยกโทเคนออกจากสัญญาลงทุน ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเพียงข้อเสนอและต้องลุ้นว่า จะประกาศใช้เร็วแค่ไหน

