bitkub-banner

ทำเนียบขาวกล่าวโทษพรรคเดโมแครต หลังทำร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านวุฒิสภา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์โทษพรรคเดโมแครต หลังวุฒิสภาไม่ผ่านมติเชิงวิธีพิจารณาของร่างกฎหมาย CLARITY Act
  • ฝั่งเดโมแครตอ้างความกังวลเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์กับอุตสาหกรรมคริปโต รวมถึงประเด็นจริยธรรมในเนื้อหาของร่างกฎหมาย
  • ตลาดคาดการณ์โอกาสที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะผ่าน และมีผลบังคับใช้ ร่วงเหลือเพียง 5.1%

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish

ความชัดเจนด้านกฎหมายเป็นปัจจัยบวกที่ตลาดรอมานาน เมื่อร่างกฎหมายสะดุดและโอกาสผ่านเหลือไม่ถึง 6% ความเชื่อมั่นย่อมถูกกดดัน แม้ผลกระทบต่อราคาโดยตรงอาจจำกัด แต่บรรยากาศระยะสั้นเอนเอียงไปทางลบ

ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมาย Crypto Clarity Act ให้ผ่านการพิจารณาในวุฒิสภาสหรัฐฯ เป็นผลมาจากการขาดการสนับสนุนของพรรคเดโมแครต 

โดยท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากที่ประชุมวุฒิสภาล้มเหลวในการลงมติเชิงวิธีพิจารณา (Procedural vote) เพื่อเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการแบ่งแยกบทบาท หน้าที่ และขอบเขตการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าเกษตร (CFTC) 

ด้านวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ได้โต้ตอบว่า สาเหตุที่คัดค้านและไม่ลงมติสนับสนุน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ และความเชื่อมโยงระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับอุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซี 

รวมถึงปัญหาด้านจริยธรรมที่แฝงอยู่ในเนื้อหาของร่างกฎหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างสองพรรคใหญ่ที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการคลอดกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ

ความเชื่อมั่นตลาดดิ่งลง และประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้

ผลจากความล้มเหลวในการลงมติ ส่งผลให้การคาดการณ์ของตลาดต่อโอกาสที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะได้รับอนุมัติ และลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย ร่วงลงอย่างหนักเหลือเพียง 5.1% เท่านั้น 

โดยความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคในการหาข้อยุติที่ยอมรับร่วมกันได้จากทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านชั้นวุฒิสภา

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามต่อจากนี้ คือการแสดงท่าทีของผู้นำทางการเมืองระดับสูง เช่น Chuck Schumer ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และ Tim Scott ประธานคณะกรรมการการธนาคารประจำวุฒิสภา

รวมถึงต้องจับตาการกลับมารื้อฟื้นการเจรจา การปรับแก้ถ้อยคำในร่างกฎหมายเพื่อให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ตลอดจนสัญญาณการปรับเปลี่ยนทัศนคติจากทำเนียบขาว ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโต ในสหรัฐฯ ระยะถัดไป

ที่มา : cryptobriefing


มุมมองผู้เขียน :  ตัวเลขโอกาสสำเร็จที่ร่วงลงมาเหลือเพียง 5.1% ก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ตลาดเริ่มหมดหวังและตัดใจไปแล้ว เว้นแต่จะมีการยอมปรับแก้เนื้อหาในประเด็นด้านจริยธรรมให้เป็นที่ยอมรับของฝั่งพรรคเดโมแครตได้ ซึ่งจุดนั้นอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการปลดล็อกครั้งนี้