bitkub-banner

ทรัมป์คาดน้ำมันร่วงหลังสงครามอิหร่านจบ แต่ราคาจริงยังพุ่งเกิน $100

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่าราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างหนัก โดยผูกกับการที่สงครามกับอิหร่านจะจบลงในเร็ว ๆ นี้
  • เป็นเพียงคำพูดเชิงคาดการณ์ ไม่ใช่มาตรการหรือนโยบายที่ประกาศใช้จริง และ Trump เคยพูดในลักษณะเดียวกันซ้ำหลายครั้งในรอบเดือนที่ผ่านมา
  • ก่อนหน้านี้ Trump ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมัน Brent ขึ้นไปเกิน $100 ต่อบาร์เรล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

คำพูดของ Trump ยังไม่มีมาตรการรองรับ และราคาน้ำมันยังถูกขับเคลื่อนโดยสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหลัก หากน้ำมันร่วงจริงจะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ตอนนี้ยังเป็นเพียงคำพูดที่ตลาดไม่ได้ตอบสนองมากนัก

ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวว่าราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างหนัก เมื่อเวลาประมาณ 22:00 น. ของวันที่ 29 ก.ย. 2569 ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider โดยเนื้อหาที่ Trump พูดผูกโยงกับสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ดำเนินมาราว 7 เดือน ซึ่งเขาอ้างว่าอิหร่านกำลัง “ล่มสลายอย่างหนัก” และสงครามจะจบลงในเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่ราคาน้ำมันจะดิ่งลง

ภาพถ่ายของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
ภาพถ่ายของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) (ภาพจาก: @WhaleInsider)

เป็นคำพยากรณ์ ไม่ใช่นโยบาย

สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ Trump ไม่ได้ประกาศมาตรการหรือนโยบายใดที่จะกดราคาน้ำมันลงทันที เขาเพียงคาดการณ์ว่าราคาจะร่วงหลังจากสงครามสิ้นสุดลงเท่านั้น สื่อในแวดวงคริปโตหลายแห่งรวมถึงบัญชีรวบรวมข่าวอย่าง เจ้ามือ Insider หยิบคำพูดนี้ไปเผยแพร่ ซึ่งพาดหัวสั้น ๆ อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าราคากำลังตกลงในตอนนี้

ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ระบุว่า Trump พูดในทำนองเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ทั้งวันที่ 9-10 ก.ย. ที่บอกว่าน้ำมันจะลดลงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเดือน พ.ย. และวันที่ 27-28 ก.ย. ที่ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวว่าน้ำมันจะ “ร่วงลงมา” เมื่อสงครามจบ จึงเป็นวาทะที่ถูกพูดซ้ำมากกว่าจะเป็นข่าวใหม่ที่มีเนื้อหาเปลี่ยนแปลง

ราคาน้ำมันจริงยังสวนทางคำพูด

ในวันที่ 28 ก.ย. หลัง Trump ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 7 วันจากรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกกับการยกเลิกการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ราคาน้ำมันกลับพุ่งขึ้น โดย Brent ขยับกลับขึ้นเหนือ $100 ไปที่กว่า $106 ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ใกล้ $95 ต่อบาร์เรล เพราะตลาดกังวลเรื่องอุปทานที่ถูกรบกวน

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีจึงขึ้นเหนือ 5.20% สูงสุดตั้งแต่ปี 2550 ส่งผลให้ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดัน ดังนั้นหากราคาน้ำมันลงจริงในอนาคต ก็มีแนวโน้มช่วยลดแรงกดดันเหล่านี้ได้ แต่ปัจจัยหลักอย่างการปิดล้อมและปัญหาเรือบรรทุกน้ำมันรอบช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย

จับตาความคืบหน้าสงครามและช่องแคบฮอร์มุซ

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักมองว่า ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดขัดแย้ง ความตึงตัวของอุปทานระยะสั้นจะมีน้ำหนักมากกว่าคำพูดทางการเมือง ปัจจัยที่ควรติดตามจึงเป็นความเคลื่อนไหวทางการทูตและการทหาร มากกว่าตัวคำประกาศของ Trump เอง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่กดดันตลาดไว้ใน ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี ทะลุ 5.5% สูงสุดในรอบ 24 ปี ซึ่งเป็นภาพบริบทที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงานโดยตรง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่ควรตีความเกินตัว เพราะ Trump พูดเรื่องน้ำมันจะร่วงมาหลายรอบแล้ว แต่ราคาจริงกลับสวนทางเมื่อตลาดเห็นว่าสงครามยังไม่จบ ตลาดน่าจะรอดูการกระทำมากกว่าคำพูด สิ่งที่ควรจับตาคือท่าทีของอิหร่านต่อข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และตัวเลขผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ถ้าสองอย่างนี้เริ่มคลี่คลาย น้ำมันถึงจะมีโอกาสลงจริง แต่ถ้ายังยืดเยื้อ คำพูดอย่างนี้ก็เป็นแค่เสียงรบกวนในตลาด

ที่มา: @เจ้ามือInsider

ภาพจาก AI