สรุปข่าว
- สถาบันวิจัยด้านนโยบาย Bitcoin ของสหรัฐฯ (BPI) จี้ MSCI ถอนเกณฑ์ใหม่ที่อาจทำให้ Strategy, Metaplanet และบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลสูง ถูกถอดออกจากดัชนี GIMI
- จุดขัดแย้งอยู่ที่นิยามของคำว่า “Operating Asset” เพราะ BPI มองว่าเกณฑ์ดังกล่าวเปิดช่องให้ MSCI ใช้ดุลยพินิจมากเกินไป
- ตลาดรอคำตอบ 16 ตุลาคมนี้ หลัง MSCI ปิดรับความคิดเห็นวันที่ 30 กันยายน โดยหากเกณฑ์ถูกนำมาใช้จริง อาจกระทบกระแสเงินจากกองทุนที่อ้างอิงดัชนี MSCI
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Bitcoin Policy Institute (BPI) เรียกร้องให้ MSCI ยกเลิกแผนคัดบริษัทที่เข้าข่ายไม่ได้ดำเนินธุรกิจออกจากดัชนี GIMI หลังมองว่า เกณฑ์ใหม่อาจกระทบบริษัท Digital Asset Treasury เช่น Strategy และ Metaplanet โดย MSCI จะพิจารณาสัดส่วนสินทรัพย์ที่ใช้ดำเนินธุรกิจร่วมกับตัวชี้วัดทางการเงินอีก 5 ข้อ ขณะที่ BPI มองว่า เกณฑ์ดังกล่าวยังมีความคลุมเครือ โดย MSCI ปิดรับความคิดเห็นแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน และคาดว่าจะประกาศผลวันที่ 16 ตุลาคมนี้
Bitcoin Policy Institute (BPI) สถาบันวิจัยด้านนโยบาย Bitcoin ของสหรัฐฯ ออกโรงกดดัน MSCI ให้ยกเลิกแผนคัดบริษัทที่เข้าข่ายไม่ได้ดำเนินธุรกิจ หรือ “Non-operating company” ออกจากดัชนี โดยมองว่า เกณฑ์ดังกล่าวอาจกระทบบริษัทที่ถือ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในงบดุล
BPI เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน โดย Conner Brown ผู้เขียนรายงานระบุว่า MSCI เสนอใช้เกณฑ์ทางการเงิน 5 ข้อ รวมถึงการพิจารณาว่า สินทรัพย์ใดเป็น สินทรัพย์ทางธุรกิจ หรือ “Operating asset” เพื่อใช้ตัดสินว่า บริษัทควรอยู่ในดัชนีต่อหรือไม่
BPI เรียกร้องให้ MSCI ถอนข้อเสนอ หรือหากต้องการเดินหน้าต่อ ควรทำเป็นดัชนีแบบ Opt-in เพื่อให้นักลงทุนเลือกใช้เอง แทนการใช้เกณฑ์ดังกล่าวกับดัชนีตลาดวงกว้าง
ข้อเสนอนี้เกี่ยวข้องกับ Global Investable Market Indexes (GIMI) ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นจากหลายตลาดทั่วโลก และอาจกระทบบริษัทประเภท Digital Asset Treasury (DAT) หรือบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลในงบดุลเป็นสัดส่วนสูง
จากการจำลองของ MSCI บริษัทที่อาจเข้าข่ายไม่ได้มีเพียง Strategy ของสหรัฐฯ และ Metaplanet ของญี่ปุ่น แต่ยังรวมถึง Yellow Cake บริษัทอังกฤษที่ถือครองสินทรัพย์เกี่ยวกับยูเรเนียม
BPI จึงตั้งคำถามว่า เกณฑ์ดังกล่าวอาจให้อำนาจ MSCI ใช้ดุลยพินิจมากเกินไปในการตัดสินว่าบริษัทใดเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ
BPI เตือนอำนาจ MSCI กระทบเงินลงทุนมหาศาล
BPI ระบุว่า ดัชนี MSCI, S&P Dow Jones Indices และ FTSE Russell ครองส่วนแบ่งตลาดดัชนีรวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ขณะที่ MSCI เพียงแห่งเดียวมีสินทรัพย์กว่า 21 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ใช้ดัชนีของบริษัทเป็นเกณฑ์อ้างอิง
Brown มองว่า การกระจุกตัวของอำนาจดังกล่าวอาจกลายเป็น “Chokepoint” ของระบบการเงินสหรัฐฯ เพราะการถูกถอดออกจากดัชนีสามารถส่งผลต่อกองทุนและนักลงทุนสถาบันที่ใช้ดัชนีเป็นเกณฑ์ลงทุน
กรณีของ Strategy เคยสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบดังกล่าวแล้ว
ในเดือนตุลาคม 2025 MSCI เคยเสนอให้คัดบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 50% ของสินทรัพย์ทั้งหมดออกจาก GIMI โดย JPMorgan ประเมินว่า หาก Strategy ถูกถอดออก อาจเกิดแรงขายราว 2.8 พันล้านดอลลาร์ และหากผู้จัดทำดัชนีรายอื่นดำเนินการตาม ตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นเป็น 8.8 พันล้านดอลลาร์
MSCI ระงับข้อเสนอนี้ในเดือนมกราคม 2026 หลังเผชิญเสียงวิจารณ์ แต่ยังใช้มาตรการอื่นกับบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ไม่นำหุ้นที่ออกใหม่มาคำนวณในดัชนี และระงับการเพิ่มบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหม่เข้าสู่ดัชนี
BPI มองว่า มาตรการเหล่านี้ยังทำให้บริษัทกลุ่ม DAT เสียเปรียบ แม้จะไม่ได้ถูกถอดออกจากดัชนีโดยตรง
จุดเสี่ยงอยู่ที่นิยามของ “Operating Asset”
ข้อเสนอใหม่ของ MSCI ให้ความสำคัญกับการแยกว่าอะไรคือ Operating Asset หรือสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ
BPI ระบุว่า คำดังกล่าวไม่มีนิยามที่เป็นมาตรฐานเดียวกันอย่างชัดเจนภายใต้ทั้ง U.S. GAAP และ IFRS ทำให้เกิดคำถามว่า MSCI จะใช้เกณฑ์ใดในการตัดสินสินทรัพย์แต่ละประเภท
ตัวอย่างเช่น งานระหว่างก่อสร้าง สินทรัพย์แร่ธาตุ อุปกรณ์ที่ยังไม่เริ่มผลิต หรือเงินสดที่บริษัทถือไว้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
ปัญหานี้จึงอาจไม่ได้กระทบเฉพาะบริษัท Bitcoin แต่รวมถึงธุรกิจที่ต้องลงทุนในสินทรัพย์จำนวนมากก่อนสร้างรายได้ เช่น บริษัทสำรวจอวกาศและเหมืองลิเทียม
BPI ยังพบข้อมูลในไฟล์ PDF ของ MSCI ที่ระบุชื่อโฟลเดอร์ว่า “Projects/DATCOs” และ “Operating vs Non Operating” โดย DATCOs เป็นคำที่ใช้เรียกบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล
Brown มองว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณว่า ข้อเสนอใหม่ของ MSCI ยังเกี่ยวข้องกับแนวคิดเดิมที่ต้องการจัดการบริษัทกลุ่ม Digital Asset Treasury (DAT)
ทั้งนี้ BPI เป็นผู้ตีความข้อมูลดังกล่าว และ MSCI ไม่ได้ระบุว่าข้อเสนอใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อคัดบริษัทคริปโตออกจากดัชนีโดยเฉพาะ
BPI จี้ SEC และรัฐสภาสหรัฐฯ เข้ามาตรวจสอบ
BPI ยังเรียกร้องให้หน่วยงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) สรุปการตรวจสอบที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2022 ว่า บริษัทจัดทำดัชนีควรถูกกำกับในฐานะ Investment Adviser หรือที่ปรึกษาการลงทุนหรือไม่
ขณะเดียวกัน BPI ต้องการให้รัฐสภาสหรัฐฯ เปิดการรับฟังความคิดเห็นเรื่องธรรมาภิบาลของบริษัทจัดทำดัชนี รวมถึงพิจารณามาตรการเยียวยาบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการถูกถอดออกจากดัชนี
BPI เสนอว่า ดัชนีตลาดวงกว้างควรใช้เกณฑ์ที่โปร่งใสและเป็นกลางกับทุกอุตสาหกรรม โดยพิจารณาบริษัทที่ถูกกฎหมาย มีสภาพคล่อง และสามารถลงทุนได้
การเปิดรับความคิดเห็นของ MSCI สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน และคาดว่าจะประกาศข้อสรุปภายในวันที่ 16 ตุลาคมนี้
สิ่งที่ตลาดต้องจับตาคือ MSCI จะเดินหน้าตามเกณฑ์ใหม่หรือปรับข้อเสนอ เพราะการตัดสินครั้งนี้อาจส่งผลต่อทั้ง Strategy บริษัทคลัง Bitcoin รายใหญ่ และบริษัท Digital Asset Treasury รายอื่นที่ต้องพึ่งพาดัชนีของ MSCI ในตลาดทุนโลก
ที่มา:coinpost
มุมมองผู้เขียน: การตัดสินใจของดัชนี MSCI อาจส่งผลโดยตรงต่อราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้อง และแรงกระเพื่อมดังกล่าวอาจลามไปถึงสินทรัพย์ที่บริษัทเหล่านี้ถืออยู่ด้วย นักลงทุนจึงควรจับตาข้อสรุปของ MSCI ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงกลางเดือนตุลาคมอย่างใกล้ชิด

