สรุปข่าว
- Bitcoin เคลื่อนไหวใกล้กำแพงฝั่งขายที่ $85,000 ถึง $85,500 โดยเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์คลายตัว แต่เงินลงทุนใหม่ก็ยังไหลเข้าเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานสัปดาห์ที่ 41 ของ Glassnode
- อุปสงค์ Spot ETF ชะลอตัวลง หลังพุ่งแรงในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตัวเลขบนบล็อกเชน ทั้งจำนวนกระเป๋าที่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียม และปริมาณธุรกรรม ปรับตัวสูงขึ้น จนทะลุขอบบนของกรอบปกติ
- เกือบ 3 ใน 4 ของอุปทานทั้งหมดอยู่ในสถานะมีกำไร โดยผู้ถือครองระยะสั้นมีกำไรสูงมาก ซึ่งหากเกิดการเทขาย เมื่อราคา Bitcoin พุ่งชนแนวต้าน $96,700 แรงขายดังกล่าวก็อาจกดดัน จนกลบอุปสงค์ในตลาดได้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ตัวเลขบนบล็อกเชน และการสะสมของเจ้ามือ สะท้อนว่า การปรับตัวขึ้นรอบนี้ มีเงินจริงขับเคลื่อน แต่ความเสี่ยงจากการขายทำกำไรของผู้ถือครองระยะสั้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวใกล้แนวต้านสำคัญที่ $85,000 ขณะที่ระดับเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ก็เริ่มคลายความตึงตัวลง อย่างไรก็ตาม กระแสเงินลงทุนใหม่ยังคงไหลเข้าสู่เครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า สัญญาณเหล่านี้ ประกอบกับระดับกำไรของผู้ถือครองที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin ให้เข้าใกล้เป้าหมาย $96,700 ในระยะถัดไป
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ แรงซื้อในรอบนี้มาจากฝั่งใด และจะมีกำลังมากพอที่จะพาราคา Bitcoin ไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้หรือไม่
กำแพงฝั่งขายที่ $85,000 สำคัญอย่างไร
“กำแพงฝั่งขาย” (Sell Wall) คือ ปริมาณคำสั่งขายจำนวนมากที่ตั้งรอไว้ในช่วงราคาหนึ่ง ซึ่งฝั่งซื้อต้องกว้านซื้อเหรียญทั้งหมดในโซนนั้นให้หมดก่อน ราคาจึงจะสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้
โดยรายงานล่าสุดจาก Glassnode ระบุว่า ปราการสำคัญรอบนี้ ตั้งอยู่ที่ระดับ $85,000 ถึง $85,500 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่เงินลงทุนไหลเข้ากองทุน Spot ETF เริ่มชะลอตัวลงและมีปริมาณการซื้อขายเบาบางเมื่อสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ได้ฟื้นตัวขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ทำให้ปิดสัปดาห์สูงกว่าสัปดาห์ก่อนราว 2% และยังสามารถยืนเหนือโซนกำแพงดังกล่าวได้ต่อเนื่องจนถึงวันจันทร์ ทั้งนี้ แนวต้านสำคัญถัดไปจะอยู่ที่ $96,700 ซึ่งเป็นระดับราคา MVRV
ซึ่ง MVRV คือ ตัวชี้วัดที่เทียบมูลค่าตลาดปัจจุบันกับมูลค่าที่เกิดขึ้นจริงตามราคาโอนล่าสุด เพื่อดูว่าผู้ถือครองส่วนใหญ่มีกำไรหรือขาดทุนเมื่อเทียบกับต้นทุนเฉลี่ย
ระดับเลเวอเรจจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้หายไปจากตลาด
Open Interest หรือ “สถานะคงค้าง” คือ มูลค่ารวมของสัญญาอนุพันธ์ที่ยังไม่มีการปิดสถานะ ซึ่งหากตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะสะท้อนว่า นักเทรดกำลังใช้เลเวอเรจมาเก็งกำไรกันมากขึ้น
โดยล่าสุด Glassnode พบว่า สถานะคงค้างในฝั่งตลาดฟิวเจอร์สชะลอตัวกลับเข้าสู่กรอบปกติบริเวณขอบบน ขณะที่ฝั่งออปชันลดลง หลังจากผ่านวันหมดอายุรายไตรมาสไป
ส่วนสัญญา Perpetual Futures (ที่ไม่มีวันหมดอายุ) ก็เริ่มเห็นแรงขายที่ผ่อนคลายลงหลังจากราคามีการย่อตัวในสัปดาห์ก่อน
ทั้งนี้ Glassnode สรุปภาพรวมว่า สถานะคงค้างฝั่งฟิวเจอร์สยังอยู่ในระดับปานกลางและค่อยๆ ขยับขึ้นอย่างเป็นระบบ แม้ระดับเลเวอเรจจะลดลงมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้หายไปจากตลาดแต่อย่างใด
มีกลุ่มที่เข้าซื้อ Bitcoin ในช่วงที่ความต้องการซื้อกองทุน Spot ETF ชะลอตัว
แม้เงินทุนไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ของ Spot ETF จะชะลอตัวลง หลังพุ่งแรงในสัปดาห์ก่อน แต่โมเมนตัมฝั่ง Spot Takers หรือนักซื้อ ณ ราคาตลาด เริ่มกลับสู่ระดับปกติ
ขณะที่ตัวเลขบนบล็อกเชนก็มีความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนกระเป๋าที่เคลื่อนไหว ค่าธรรมเนียม ปริมาณธุรกรรม ตลอดจนอัตราการเปลี่ยนแปลงรายเดือนของ Realized Cap และ Hot Money ที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุกรอบปกติ
นอกจากนี้ Santiment ยังระบุว่า กลุ่มเจ้ามือที่ถือครอง 100–1,000 BTC ได้เดินหน้าสะสม Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
นอกจากนี้ Santiment ยังรายงานเสริมว่า กลุ่มกระเป๋าขนาดใหญ่ที่ถือครอง 100 ถึง 1,000 BTC ได้เดินหน้าสะสม Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมครับ
สรุปตัวชี้วัดสำคัญประจำสัปดาห์ที่ 41
| ตัวชี้วัด | สิ่งที่วัด | สถานะสัปดาห์ที่ 41 |
| Open Interest Futures | มูลค่ารวมสัญญาฟิวเจอร์สที่ค้างอยู่ | ถอยเข้ากรอบปกติ ใกล้ขอบบน |
| Open Interest Options | มูลค่ารวมสัญญาออปชันที่ค้างอยู่ | ลดลง หลังสัปดาห์หมดอายุรายไตรมาส |
| ETF Netflow | ปริมาณเหรียญไหลเข้าหรือออกกองทุนรายสัปดาห์ | ยังเป็นบวก แต่ต่ำลงมาก |
| Realized Cap Changes รายเดือน | การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเหรียญจากราคาเคลื่อนไหวล่าสุด | สูงเกินขอบเขตปกติชัดเจน |
| STH Unrealized Profit | กำไรทางบัญชีของผู้ซื้อระยะสั้น | สูงกว่าขอบบนมาก |
| ETF MVRV | กำไรของผู้ถือ ETF เทียบราคาทุน | ขึ้นไปเหนือขอบบน |
ที่มา: รายงานสัปดาห์ที่ 41 ของ Glassnode ว่าด้วยแรงเลเวอเรจ อุปสงค์ ETF และสภาวะการทำกำไร
แรงเทขายทำกำไร: ปัจจัยชี้ขาดก้าวถัดไปสู่ $96,700
ในปัจจุบัน แม้อุปทาน Bitcoin กว่า 3 ใน 4 จะอยู่ในสถานะมีกำไร และการทยอยขายทำกำไร เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ยังไม่รุนแรงนัก แต่โครงสร้างตลาดกลับสะท้อนความเสี่ยงที่น่าจับตา เนื่องจากทั้งกำไรที่รับรู้แล้ว และยังไม่รับรู้ของผู้ถือครองระยะสั้น ที่ถือน้อยกว่า 155 วัน รวมถึงผู้ถือครองผ่านกองทุน Spot ETF ต่างพุ่งสูงเกินขอบบนของกรอบปกติอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผ่านค่า ETF MVRV ซึ่งแสดงว่า นักลงทุนกลุ่มนี้กำลังมีกำไรเฉลี่ยสูงมากกว่าปกติ
ทั้งนี้ การจะดันราคา Bitcoin ไปถึงเป้าหมายแนวต้านถัดไปที่ $96,700 ได้สำเร็จ จำเป็นต้องพึ่งพาอุปสงค์จริง จากกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ที่พร้อมจะถือครองเหรียญต่อโดยไม่ใช้เลเวอเรจ
แต่ในทางกลับกัน หากนักลงทุนที่กำลังกำไรหนาแน่นเหล่านี้ เลือกที่จะเทขายทำกำไรพร้อมกัน เมื่อราคา Bitcoin เข้าใกล้แนวต้าน แรงขายระลอกใหญ่นี้ก็อาจพลิกให้อุปสงค์กลายเป็นอุปทานมหาศาลที่กลับมากดดันราคา Bitcoin ให้ย่อตัวลงได้เช่นกัน
ที่มา : tradingview
มุมมองผู้เขียน : ภาพรวมตลาดยังเอียงไปทางฝั่งขาขึ้น เนื่องจากแรงขับเคลื่อนหลักมาจากเงินทุนจริงบนเครือข่ายและการสะสมของนักลงทุนรายใหญ่ไม่ใช่การใช้เลเวอเรจที่เสี่ยงต่อการถูกล้างพอร์ต อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นที่กำลังถือครองกำไรก้อนใหญ่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

