สรุปข่าว
- พีรพัฒน์ เพ็ชรดิษฐ์ หรือพี่หมี เจ้าของเพจ “เทรดเดอร์หน้าหมีแต่ชอบหมา” ตอบข้อความผู้ติดตามที่ทักมาด้วยความสิ้นหวัง หลังพอร์ตแตก พร้อมชี้ว่า ต้นเหตุคือ การซอยไม้รัวและถัวเฉลี่ยขาดทุนด้วย Leverage
- ทางแก้ที่พี่หมีเน้นย้ำคือ คำนวณขนาดออเดอร์ และจำนวนเงินที่ยอมขาดทุนได้ก่อนเทรดทุกครั้ง ไม่เอาเงินร้อน เงินยืม หรือเงินเก็บทั้งชีวิตมาเทรด
- พี่หมีเตือนให้เลิกตามคอนเทนต์โชว์เงินปึกๆ และคำคมสร้างภาพความสำเร็จ เพราะไม่ได้ช่วยให้เทรดแม่นขึ้น มีแต่สร้างความหวังผิดๆ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นเนื้อหาให้ความรู้และเตือนสติเรื่องวินัยการเทรด ไม่มีปัจจัยพื้นฐานหรือเหตุการณ์ใหม่ที่จะกระทบราคาคริปโตหรือตลาดโดยตรง
ตลาดการลงทุนโดยเฉพาะ Forex และคริปโตมักเต็มไปด้วยความผันผวนที่สามารถชี้ชะตาชั่วข้ามคืนว่า จะเปลี่ยนเงินก้อนให้กลายเป็นอิสรภาพทางการเงิน หรือเปลี่ยนพอร์ตลงทุนให้กลายเป็นศูนย์ ความสูญเสียหนักๆ จึงนำมาซึ่งความเครียดและแรงกดดันทางจิตใจ จนหลายคนตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายพีรพัฒน์ เพ็ชรดิษฐ์ หรือ “พี่หมี” นักลงทุนคริปโตชาวไทยและเจ้าของเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “เทรดเดอร์หน้าหมีแต่ชอบหมา” ได้ออกมาตอบข้อความจากผู้ติดตามรายหนึ่งที่ทักมาปรึกษาด้วยความสิ้นหวังขั้นสุดว่า
“เทรดพอร์ตแตกอีกแล้ว ทำยังไงดี ? ไม่อยากอยู่แล้ว แย่แล้ว ไม่ไหวแล้ว”

ที่มา : เทรดเดอร์หน้าหมีแต่ชอบหมา
พี่หมีได้นำมาถอดบทเรียนเพื่อดึงสติเหล่านักเทรดอย่างตรงไปตรงมา โดยได้ขอเปิดดูรูปแบบการออก ออเดอร์ของผู้สั่งซื้อรายนี้ และพบว่า พฤติกรรมการเทรดเต็มไปด้วยความเสี่ยง ที่เป็นสาเหตุหลักของการพอร์ตแตก
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เทรดตลาด Forex ด้วยการใช้ Leverage รวมทั้งมีการเปิดออเดอร์ถี่ๆ ซ้ำๆ จนแน่นหน้าจอ เมื่อราคาผิดทางและถูกลาก แทนที่จะยอมตัดขาดทุน กลับเลือกที่จะกดถัวเฉลี่ย และซอยไม้เพิ่มเข้าไปอีกเรื่อยๆ สุดท้ายตลาดลากไปจนเกินกำลังบัญชี และถูกล้างพอร์ตไปในที่สุด
“พี่หมีก็เลยถามว่า เกิดอะไรขึ้นครับ เทรดยังไง เขาก็ส่งไม้มาให้ดู โอโห้ รัวๆๆๆ ซอยไม้ กันเป็นตาข่ายอีกแล้ว เตือนไว้อย่างนึงนะครับ การเทรดเนี่ย ใครเทรด Forex แบบ Leverage อยู่ พี่หมีไม่เข้าใจว่า ไอวัฒนธรรม การซอยไม้รัวรัว แบบตึ้บๆๆๆๆๆ ซอยทำไม ซอยเพื่ออะไรขนาดนั้น
สมมติคุณซอยแบบ 0.01 Lot แม่งซอย เหมือนโทรศัพท์จอลายจมน้ำมา เลิกเถอะ จะเปิด Size เท่าไหร่อะ คำนวณก่อนเทรดเลย”
วิธีการแก้ไขที่ถูกต้อง คือ การวางแผนคำนวณขนาดออเดอร์ ก่อนทำการเทรดทุกครั้ง
พี่หมี กล่าวว่า “สมมติว่า โอเค เรามีเงินทุน 1000 ดอลลาร์นะ เราอยากเทรดสินทรัพย์นี้ เรา Stop Loss เสียได้เท่านี้ โอเคคำนวณมา Loss
สมมติ 1000 ดอลลาร์ Loss ได้ ครั้งละ 50 ดอลลาร์ 100 ดอลลาร์ โอเค เราออก Lot เดียว 0.02 0.05 0.1 Lot ก็ออกไป
บางคนแบบรัวๆๆๆ ซอยๆ โดนลาก โดนลาก ซอยเพิ่ม โดนลาก ถัว ซอยเพิ่มอีก สุดท้ายลากหมด แตกหมดเปรี้ยง เลิกได้เลิกนะครับ”

พี่หมียังย้ำเตือนว่า การกระทำเช่นนี้คือ การเปลี่ยนการลงทุนให้กลายเป็นการพนันอย่างแท้จริง และควรเลิกพฤติกรรมนี้โดยด่วน
นอกจากนี้ พี่หมีได้กล่าวถึงข้อสังเกตจากโปรไฟล์ของผู้เทรดสายนี้ว่า มักตกเป็นเหยื่อ หรือเดินตามแนวทางของคอนเทนต์ประเภทโชว์เงินเป็นปึกๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความสำเร็จ พร้อมข้อความคำคมสไตล์ ผ่านความลำบากมาก่อน ซึ่งเป็นค่านิยมที่ไม่ช่วยให้ออกออเดอร์ได้แม่นยำขึ้น แต่กลับสร้างความหวังผิดๆ จนนำเงินไปละลายทิ้งในตลาด
“ก็มีคนทักมาปรึกษา พี่หมีก็เลยดู ลองดู Profile ซิ เขาเทรดยังไง อะไรยังไง เข้าไปดู Profile เท่านั้นแหละ โอ้โห ครบสูตรเลย ตรงตามตำราเลย
อย่างแรกนะคือ ต้องมีคำคมก่อน แล้วก็ต่อมาด้วย เอาเงินปึกๆมา อัลโหลบ้าง มาบังหน้าบ้าง นี่อะไรบ้าง เลิกนะครับ ใครที่ยังตามคอนเทนต์แบบ เอาเงินปึกปึกมาโชว์ บอกกูลำบากมาก่อน ใครใครก็ลำบาก กูก็ลำบากมาก่อน แต่ไม่ใช่ว่า คุณจะไปเทรดแบบเอาเงินละลายทิ้งแม่น้ำอย่างงั้นอ่ะ
เทรดให้เป็นเทรด อย่าเทรดให้เป็นการพนันนะครับ เลิกได้เลิกนะครับ ไอเทรดอะไรแบบนั้นน่ะ”

สิ่งสำคัญที่สุดที่พี่หมีฝากไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจคือ วินัยทางการเงิน โดยเฉพาะการห้ามนำเงินร้อนมาเทรด อย่าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเทรด หรือเงินกู้ยืมมาเทรดอย่างเด็ดขาด
“เพราะฉะนั้นแล้ว ใครจะเทรด วางแผนคำนวณไม้ให้ดี ปรับพอร์ตให้ดี ที่สำคัญ อย่าเอาเงินร้อนมาเล่น อย่ายืมเงินคนอื่นมาเล่น อย่าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเทรดนะครับ ไม่ดี ไม่ดีเลย
บางคนมีเงินแสนนึง เอาแสนนีงทั้งหมดมาเทรด แสนนึงหมด ยืมปู่ ยืมย่า ยืมตา ยืมยาย กู้นอกระบบมาเทรด ซอยไม้รัวๆ เหมือนเดิม แตกเหมือนเดิม วงเวียนแบบ Inception ไปเลย เลิกได้เลิกครับ ฝากไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ”

c

มุมมองผู้เขียน : คำเตือนเรื่องการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งที่นักเทรดมักมองข้าม การหยุดพัก ปรับเปลี่ยนทัศนคติ วางแผนการบริหารความเสี่ยงให้ชัดเจน และมองการเทรดเป็นการลงทุนระยะยาว จึงเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยให้รอดชีวิตในตลาดนี้ได้อย่างยั่งยืน

