สรุปข่าว
- Moody’s ประกาศจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Sky Protocol ผู้ดูแล Stablecoin USDS และ DAI ที่ระดับ B3 พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ
- จุดแข็งของ Sky คือมีสินทรัพย์สภาพคล่องสูง ผลขาดทุนทางเครดิตในอดีตต่ำ และมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับความเสี่ยง
- จุดอ่อนสำคัญคือสัดส่วนเงินทุนสำรองที่บางเบา แต่กลับหนุนหลังสินทรัพย์บริหารจัดการสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Moody’s ให้การจัดอันดับความน่าเชื่อถือแก่ Sky Protocol (เดิม MakerDAO) ที่ระดับ B3 พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นการจัดอันดับ Stablecoin ครั้งแรกโดยสถาบันจัดอันดับยักษ์ใหญ่ แต่ถึงแม้จะชื่นชม Sky ในเรื่องความสามารถในการทำกำไร แต่ Moody เตือนว่าโปรเจกต์มีจุดอ่อนทางเครดิตที่สำคัญซึ่งน่าเป็นห่วง
Moody’s ประกาศจัดอันดับเครดิตของ Sky Protocol (ชื่อเดิมคือ MakerDAO) อยู่ที่ระดับ B3 พร้อมแนวโน้มเสถียรภาพที่มั่นคง ซึ่งนับเป็นการจัดอันดับโปรโตคอล Stablecoin ครั้งแรกของสถาบันจัดอันดับแห่งนี้
อันดับ B3 จัดอยู่ในกลุ่ม Non-Investment Grade (มีความเสี่ยงปานกลางค่อนไปทางสูงกว่าระดับลงทุน) ส่วนแนวโน้มที่มีเสถียรภาพหมายความว่า ความเสี่ยงที่จะถูกปรับเพิ่มหรือลดอันดับในระยะสั้นยังมีไม่มากนัก
ประเด็นสำคัญที่รายงานชี้ให้เห็น คือโครงสร้างเงินทุนที่ไม่สมดุลอย่างมาก ณ เดือนกันยายน Sky มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ แต่มีส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้เพียงราว 90 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น
Moody’s ระบุว่านี่คือ “จุดอ่อนทางเครดิตที่สำคัญ” เพราะเงินทุนกันชนมีไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ทั้งหมด หากเกิดวิกฤตสภาพคล่องหรือสินทรัพย์ค้ำประกันเกิดปัญหา ทุนสำรองก้อนนี้อาจไม่เพียงพอที่จะรองรับแรงกระแทกได้ทัน
จุดเด่นที่และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของ Sky Protocol
แม้ Moody’s จะชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านเงินทุนสำรองที่บางเบา แต่ในอีกด้านหนึ่ง รายงานได้ยกย่องประวัติการบริหารความเสี่ยงของ Sky โดยพบว่าโปรโตคอลมีผลขาดทุนทางเครดิตสะสมต่ำมาก เพียงประมาณ 15 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ควบคู่ไปกับความสามารถในการสร้างกำไรและสภาพคล่องของพอร์ตสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง
ปัจจุบัน โครงสร้างสินทรัพย์ค้ำประกันราว 45–50% ของ Sky ประกอบไปด้วย stablecoin และกองทุนตลาดเงินที่แปลงเป็นโทเคน ขณะที่อีกประมาณ 25% เป็นเงินกู้ที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกันมูลค่าสูงกว่าหนี้
อย่างไรก็ดี ปัจจัยลบสำคัญที่ฉุดรั้งอันดับความน่าเชื่อถือไม่ให้สูงไปกว่านี้ คือธรรมชาติของ Stablcoin ที่มีความอ่อนไหวต่อความเชื่อมั่นของตลาดสูง รวมถึงโครงสร้างขององค์กรแบบกระจายศูนย์ (DAO)
Sky ไม่มีทั้งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่มีคณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือแม้แต่พนักงานประจำ ทำให้การจัดอันดับเครดิตที่ระดับ B3 เป็นตัวสะท้อนภาพชัดเจนว่า โปรโตคอลนี้มีผลงานการดำเนินงานจริงที่แข็งแกร่ง ทว่ายังคงติดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและธรรมาภิบาลในโลกการเงินดั้งเดิม
แนวทางขยับเพิ่มเครดิตของ Sky Protocol ในสายตา Moody’s
เพื่อปิดจุดอ่อนด้านโครงสร้างเงินทุน Sky วางเป้าหมายระยะกลางในการเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ให้แตะระดับ 150 ล้านดอลลาร์ในระยะปานกลาง หากผลขาดทุนส่งผลกระทบเกินกว่าเงินทุนที่มีอยู่ โปรโตคอลจะ Mint และขายโทเค็นการกำกับดูแล ตัวใหม่ออกมาสู่ตลาดเพื่อระดมทุนมารองรับ แต่หากกลไกสำรองนั้นล้มเหลว USDS และ DAI อาจต้องถูกปรับลดมูลค่าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้าน Moody’s กล่าวว่า Sky มีโอกาสได้รับการปรับเพิ่มเครดิต หาก Sky สามารถขยายสัดส่วนเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นได้เกิน 2.5% ของสินทรัพย์ทั้งหมด และทรงตัวอยู่ที่ระดับนั้น ควบคู่ไปกับการความสามารถในการรักษาผลกำไร สภาพคล่อง และคุณภาพสินทรัพย์ให้คงที่ แต่หากลดลงต่ำกว่า 0.5% และมีผลขาดทุนติดต่อกันหลายไตรมาส หรือสภาพคล่องอ่อนแอลง ก็อาจกดดันให้อันดับความน่าเชื่อถือถูกปรับลดลงได้อีก
สุดท้ายนี้ การที่ Moody’s ได้เข้ามาจัดอันดับความน่าเชื่อถือ DeFi และ Stablecoin ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญว่าบรรทัดฐาน และมาตรฐานของวอลล์สตรีทได้ถูกนำมาใช้กับคริปโทเคอร์เรนซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : การจัดอันดับครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บรรทัดฐานและมาตรวัดความเสี่ยงจากวอลล์สตรีทเริ่มถูกนำมาใช้ประเมินโปรโตคอล DeFi อย่างจริงจัง แม้เรตติ้ง B3 จะยังไม่ใช่คะแนนที่ดีที่สุดก็ตามแต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

