bitkub-banner

Trump เปิดดีล Putin รัสเซียเตรียมส่งน้ำมันดีเซลเข้า ตลาดสหรัฐกว่า 4.8 ล้านตัน หวังลดราคาพลังงาน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Donald Trump ประกาศบรรลุข้อตกลงกับ Vladimir Putin ให้รัสเซียส่งน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก โดยจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกมากกว่า 300,000 ตัน
  • แผนส่งมอบประกอบด้วยดีเซลอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน และ 1 ล้านตันหลังจากนั้น ส่วนอีก 3 ล้านตันขึ้นอยู่กับสภาพโรงกลั่นของรัสเซีย
  • ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามลดราคาพลังงาน แต่ก็จุดกระแสวิจารณ์เรื่องการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและผลประโยชน์ที่มอสโกอาจได้รับ 

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

การเพิ่มอุปทานดีเซลอาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ หากส่งมอบได้ตามแผน แต่ผลต่อ Bitcoin ยังไม่ชัดเจน เพราะตลาดคริปโตอาจตอบสนองทั้งต่อแนวโน้มเงินเฟ้อที่ลดลงและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศบรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดี Vladimir Putin ของรัสเซีย เพื่อให้น้ำมันดีเซลจากรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก โดยมีเป้าหมายลดราคาพลังงานที่กำลังกดดันผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ขณะที่ Peter Schiff นักเศรษฐศาสตร์ออกมาตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของนโยบายดังกล่าว หลังรัฐบาล Trump เพิ่งเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อผู้ซื้อน้ำมันรัสเซีย 

Trump เผยแผนนำเข้าดีเซลจากรัสเซียหลายล้านตัน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม Trump เปิดเผยผ่าน Truth Social ว่า หลังหารือทางโทรศัพท์กับ Putin ทั้งสองฝ่ายตกลงให้รัสเซียส่งน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาด โดยแบ่งเป็นหลายระยะ ได้แก่

  • มากกว่า 300,000 ตัน เริ่มส่งมอบทันที
  • 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน
  • 1 ล้านตันหลังจากนั้น
  • อีก 3 ล้านตัน หากสภาพโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียเอื้ออำนวย

หากการส่งมอบทั้งหมดเกิดขึ้นตามแผน ปริมาณดีเซลอาจรวมกันสูงถึง 4.8 ล้านตัน โดย Trump เชื่อว่าการเพิ่มอุปทานดังกล่าวจะช่วยลดราคาดีเซลให้กับเกษตรกร ผู้ขนส่งสินค้า และผู้บริโภคชาวอเมริกัน 

Peter Schiff ตั้งคำถาม ทำไม Trump ถึงเปิดทางให้รัสเซีย?

Peter Schiff ออกมาแสดงความสงสัยต่อข้อตกลงดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาล Trump เพิ่งเพิ่มมาตรการกดดันประเทศที่ซื้อน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย แต่กลับเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์พลังงานจากรัสเซียเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา

ก่อนหน้านี้ Trump ได้ลงนามในกฎหมายที่เปิดทางให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสูงสุด 100% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซียตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันต่อรายได้ด้านพลังงานของรัฐบาลมอสโก 

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนำเข้าดีเซลครั้งใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียทั้งหมด แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตผ่อนผันข้อจำกัดบางประการสำหรับการนำเข้าดีเซลจากรัสเซียเป็นการชั่วคราว 

สหรัฐฯ ผ่อนคลายข้อจำกัด ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาพลังงาน

Reuters รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อนุญาตให้มีการนำเข้าดีเซลจากรัสเซียภายใต้ใบอนุญาตที่มีผลถึงวันที่ 7 เมษายน 2027 โดยการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาพลังงานได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและปัญหาด้านอุปทาน 

หลังมีการประกาศข้อตกลง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดีเซลของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดประเมินว่าปริมาณดีเซลเพิ่มเติมจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดได้มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าอุปทานใหม่อาจยังไม่มากพอที่จะทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคายังขึ้นอยู่กับความต้องการใช้พลังงาน กำลังการผลิตของโรงกลั่น และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ด้วย 

ข้อตกลงนี้อาจส่งผลต่อตลาดคริปโตอย่างไร?

หากการนำเข้าดีเซลช่วยลดต้นทุนพลังงานได้จริง ก็อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อและเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin อาจได้รับประโยชน์

ในอีกด้านหนึ่ง หากข้อตกลงทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครนรุนแรงขึ้น หรือทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านมาตรการคว่ำบาตร นักลงทุนอาจลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อรับมือกับความผันผวน

ดังนั้น ผลต่อ Bitcoin ยังขึ้นอยู่กับว่าตลาดจะให้น้ำหนักกับการลดลงของต้นทุนพลังงาน หรือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่ากัน


ผู้เขียนมองว่า ข้อตกลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่น่าจับตา เพราะ Trump กำลังพยายามแก้ปัญหาราคาพลังงานด้วยการเพิ่มอุปทานจากประเทศที่สหรัฐฯ เคยใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือปริมาณดีเซลที่ส่งมอบได้จริงและผลต่อราคาพลังงาน หากต้นทุนลดลงโดยไม่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างประเทศ ก็อาจเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสินทรัพย์เสี่ยง แต่หากเกิดแรงต่อต้านหรือความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ตลาดก็อาจยังผันผวนต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง