สรุปข่าว
- ผลสำรวจ Visa พบว่า 46% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มจะใช้ Stablecoin ภายใน 5 ปีข้างหน้า แต่มีเพียง 16% ที่เคยใช้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
- ผู้ตอบแบบสำรวจ 41% เข้าใจผิดว่า Stablecoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเสมอ ขณะที่มีเพียง 6% ที่เข้าใจวิธีทำงานของสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างถูกต้อง
- ประเทศไทยมีอัตราการรับรู้เกี่ยวกับ Stablecoin สูงถึง 77% แต่ความกังวลเรื่องการหลอกลวงและความเข้าใจที่จำกัดยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานจริง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ผลสำรวจสะท้อนโอกาสเติบโตของ Stablecoin ในฐานะเครื่องมือชำระเงินและโอนเงินข้ามประเทศ ซึ่งอาจช่วยขยายการใช้งานบล็อกเชนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจใช้งานไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการใช้งานจริงทันทีและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงของ Stablecoin อาจเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับในวงกว้าง จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่บ่งชี้ว่าราคา Bitcoin หรือเหรียญคริปโตอื่นจะปรับตัวขึ้นโดยตรง
เกือบครึ่งของผู้บริโภคเอเชียสนใจใช้ Stablecoin
Visa เปิดเผยผลสำรวจ ‘Consumer 360’ ซึ่งจัดทำระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2026 จากผู้บริโภคอายุ 18–65 ปี จำนวน 14,250 คน ใน 14 ตลาดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่ากว่า 46% มีแนวโน้มจะใช้ Stablecoin ภายใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ 16% ระบุว่าเคยใช้งานจริงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
ความสนใจดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อขายคริปโต แต่ยังครอบคลุมการซื้อสินค้าออนไลน์ การใช้จ่ายระหว่างเดินทาง และการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ โดย 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า Stablecoin อาจกลายเป็นช่องทางโอนเงินข้ามประเทศที่พบเห็นได้ทั่วไปภายใน 5 ปี
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Stablecoin กำลังมีโอกาสขยายบทบาทจากเครื่องมือที่ผู้ใช้คริปโตคุ้นเคย ไปสู่ระบบการชำระเงินที่คนทั่วไปสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้
41% เข้าใจผิดว่า Stablecoin ราคาขึ้นตลอด
แม้ความสนใจจะเพิ่มขึ้น แต่ Visa พบช่องว่างสำคัญระหว่างการรู้จักกับการเข้าใจสินทรัพย์ประเภทนี้ โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 66% เคยได้ยินเกี่ยวกับ Stablecoin แต่มีเพียง 6% ที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของการสำรวจ
ที่น่ากังวลคือ 41% เข้าใจว่า Stablecoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ทั้งที่ Stablecoin ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้รักษามูลค่าให้ใกล้เคียงกับสินทรัพย์ที่อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ได้มีเป้าหมายให้ราคาปรับขึ้นเหมือน Bitcoin
นอกจากนี้ 49% ของผู้ที่รู้จัก Stablecoin ยังเชื่อว่าสินทรัพย์ประเภทนี้ใช้ได้เพียงซื้อขายคริปโตเท่านั้น ทั้งที่ Stablecoin สามารถนำไปใช้ชำระเงิน, โอนเงินระหว่างประเทศและบริหารเงินทุนได้ด้วย ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ, เครือข่ายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การออกแบบให้ราคาเกาะกับสินทรัพย์อ้างอิงไม่ได้หมายความว่า Stablecoin ทุกเหรียญจะปลอดภัยหรือรักษาราคาได้เสมอ ผู้ใช้ยังต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ออกเหรียญ, หลักประกัน, สภาพคล่องและความเสี่ยงที่ราคาอาจหลุดจากมูลค่าเป้าหมาย
ไทยรู้จัก Stablecoin สูง 77% แต่ความเชื่อมั่นยังสำคัญ
เมื่อแยกตามตลาด ฮ่องกงมีอัตราการรับรู้เกี่ยวกับ Stablecoin สูงที่สุดที่ 84% ตามด้วยอินเดีย 80% และไทย 77% ส่วนเวียดนามและอินเดียมีสัดส่วนผู้ที่ตั้งใจจะใช้งานภายใน 5 ปีสูงที่สุดในภูมิภาคที่ 67% เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่รู้จัก Stablecoin แต่ยังไม่เคยใช้งานจริงยังมีความกังวลหลายด้าน โดย 38% ระบุว่ากังวลเรื่องการฉ้อโกงหรือการหลอกลวง ขณะที่ 36% บอกว่าตนเองยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทนี้
เมื่อถามว่าเชื่อถือผู้ให้บริการประเภทใดมากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถาม 27% เลือกหน่วยงานที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลหรือธนาคารกลาง ขณะที่ 26% เลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การขยายตลาด Stablecoin อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ให้บริการในการสร้างความเข้าใจ, ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ด้วย
Visa เดินหน้าผสาน Stablecoin เข้ากับระบบชำระเงิน
Visa ระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับธนาคาร, สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและพันธมิตรด้านการชำระเงิน เพื่อเชื่อมความสามารถของ Stablecoin เข้ากับช่องทางการเงินที่ผู้บริโภคคุ้นเคยซึ่งช่วยให้ลูกค้าธุรกิจสามารถสร้าง, โอนและบริหาร Stablecoin ได้
ทิศทางนี้สอดคล้องกับการขยายบทบาทของ Stablecoin จากการเป็นสินทรัพย์สำหรับซื้อขายในตลาดคริปโต ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยเฉพาะการชำระเงินและการโอนเงินข้ามประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งนี้เป็นการวัดความสนใจและความคิดเห็นของผู้บริโภค ไม่ใช่หลักฐานว่าการใช้งานจริงจะเพิ่มขึ้นตามตัวเลขความตั้งใจทั้งหมด การเติบโตในอนาคตจึงยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ใช้งานจริง, ต้นทุน, ความสะดวก, กฎระเบียบและการป้องกันการฉ้อโกง
ผลสำรวจของ Visa แสดงให้เห็นว่า Stablecoin มีโอกาสขยายฐานผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มจะใช้งานภายใน 5 ปี และประเทศไทยมีอัตราการรับรู้สูงถึง 77% แต่ความเข้าใจผิดเรื่องราคาและความกังวลด้านความปลอดภัยยังเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรม
สวนตัวมองว่า ตัวเลขที่ควรจับตาไม่ใช่แค่จำนวนคนที่บอกว่าอยากใช้ Stablecoin แต่คือจำนวนคนที่เริ่มนำไปใช้จ่ายหรือโอนเงินจริง หากผู้ให้บริการสามารถทำให้การใช้งานเข้าใจง่าย ปลอดภัย และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน Stablecoin ก็มีโอกาสเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินประจำวันได้มากขึ้น
ที่มา : Visa, Cryptobriefing, Cointelegraph

