bitkub-banner

กรณีศึกษาทำไม Hyperliquid กล้าแจกเงินฟรีมูลค่า 1,000 ล้านดอลฯ ให้กับผู้ใช้เกือบแสนราย ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Hyperliquid แจกเหรียญ HYPE มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ให้ผู้ใช้ราว 94,000 ราย โดยจัดสรรเกือบหนึ่งในสามของอุปทานทั้งหมดให้ผู้ที่เคยซื้อขายบนแพลตฟอร์ม
  • Airdrop หรือการแจกเหรียญฟรี เป็นกลยุทธ์หาผู้ใช้และกระจายเหรียญ ช่วยสร้างแรงจูงใจโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาแบบเดิมทั้งหมด 
  • ความเสี่ยงสำคัญคือ แรงเทขายและผู้ใช้ที่หวังรับเหรียญฟรี หากผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณค่ามากพอ กระแสและกิจกรรมบนแพลตฟอร์มอาจลดลงหลังแจกเหรียญ

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

โปรเจกต์คริปโทฯ ชื่อ “Hyperliquid” เคยสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการคริปโทฯ จากการแจกเหรียญ HYPE มูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ให้ผู้ใช้งานราว 94,000 ราย โดยใช้ Airdrop เป็นเครื่องมือดึงดูดผู้ใช้และกระจายการถือครอง แทนการพึ่งงบโฆษณาแบบดั้งเดิม กลยุทธ์นี้มีตัวอย่างก่อนหน้าอย่าง Arbitrum และ Uniswap แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง ทั้งแรงเทขาย การทำฟาร์มเหรียญ และผู้ใช้ที่หายไปหลังรับรางวัล ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดจากมูลค่าเหรียญที่แจกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถของแพลตฟอร์มในการรักษาผู้ใช้งานและสร้างความต้องการใช้งานจริงในระยะยาว

สตาร์ทอัพคริปโทฯ บางเจ้ายอมแจกเหรียญมูลค่าเป็นพันล้านดอลลาร์ให้ผู้ใช้งานแทนที่จะทุ่มเงินซื้อโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่ และสำหรับคนที่เลือกถือเหรียญได้ถูกตัว เหรียญเหล่านั้นอาจกลายเป็นเงินมูลค่ามหาศาลในอนาคต

กรณีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการมากที่สุดคือ “Hyperliquid” ซึ่งแจกเหรียญมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ผู้ใช้งานราว 94,000 ราย โดยแทบไม่ต้องพึ่งสูตรการตลาดแบบธุรกิจทั่วไป เพราะพวกเขาไม่มีทั้งทีมการตลาด งบโฆษณา และประวัติการระดมทุนจากบริษัทร่วมลงทุน (VC)

Hyperliquid เลือกแบ่งเหรียญเกือบหนึ่งในสามของอุปทานทั้งหมดให้คนที่เคยซื้อขายบนแพลตฟอร์มในช่วงหนึ่งปีก่อนหน้า พูดอีกอย่างคือ แทนที่จะจ่ายเงินเพื่อไล่ตามลูกค้าใหม่ แพลตฟอร์มเลือกมอบส่วนแบ่งให้คนที่เข้ามาใช้งานแล้ว

หลังการแจกจ่าย ราคาเหรียญ HYPE ปรับตัวขึ้นหลายเท่าในช่วงไม่กี่เดือน ทำให้ผู้ใช้งานกลุ่มแรกบางรายถือครองสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่าบ้านหนึ่งหลังได้

แต่เรื่องของ Hyperliquid ไม่ได้จบแค่ผู้ใช้บางคนได้เหรียญจนพลิกฐานะ เพราะเบื้องหลังการแจกครั้งนี้คือกลยุทธ์ที่โปรเจกต์คริปโทฯ ใช้เปลี่ยนเหรียญให้เป็นเครื่องมือดึงคนเข้าระบบ กระจายการถือครอง และสร้างตลาดให้สินทรัพย์ของตัวเอง โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดทั้งหมดเหมือนการตลาดแบบดั้งเดิม

นี่คือเหตุผลที่ Airdrop หรือการแจกเหรียญฟรี กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางธุรกิจที่วงการคริปโทฯ ให้ความสำคัญ แม้จะไม่มีหลักประกันว่าคนที่รับเหรียญไปแล้วจะกลับมาใช้งาน หรือเหรียญที่ได้รับจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตก็ตาม

ทำไมโปรเจกต์คริปโทฯ ถึงยอมแจกเหรียญมูลค่ามหาศาล?

Hyperliquid ไม่ใช่รายแรกที่ใช้วิธีนี้ ในปี 2023 Arbitrum แจกเหรียญมูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ให้กระเป๋าเงินประมาณ 625,000 ใบ ส่วน Uniswap จุดกระแส Airdrop ครั้งสำคัญมาตั้งแต่ปี 2020 หลังจากนั้น โปรเจกต์คริปโทฯ อีกหลายแห่งก็เริ่มใช้เหรียญเป็นรางวัลสำหรับผู้ใช้งาน

เหตุผลเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับวิธีออกแบบธุรกิจและเศรษฐกิจของเหรียญโดยตรง

1. กระจายเหรียญออกจากมือคนวงใน

หากเหรียญส่วนใหญ่กระจุกอยู่กับผู้ก่อตั้งและนักลงทุนเพียงไม่กี่ราย อำนาจในการถือครองและขายสินทรัพย์ก็อาจกระจุกตัวตามไปด้วย การแจกเหรียญให้ผู้ใช้งานจำนวนมากจึงเป็นวิธีหนึ่งในการกระจายการถือครอง และเปิดโอกาสให้คนที่มีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มได้เป็นผู้ถือเหรียญด้วย

เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับการวางโครงสร้างทางกฎหมายในบางประเทศ เพราะการกระจายการถือครองเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่โปรเจกต์อาจนำมาพิจารณา แต่การแจกเหรียญให้คนจำนวนมากไม่ได้ทำให้เหรียญนั้นพ้นจากการถูกจัดประเภทเป็นหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ หน่วยงานกำกับดูแลยังต้องพิจารณาลักษณะของสินทรัพย์ สิทธิของผู้ถือครอง และข้อเท็จจริงอื่นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. ดึงผู้ใช้เข้ามา โดยไม่ต้องซื้อโฆษณาทั้งหมด

ธุรกิจทั่วไปต้องใช้เงินเพื่อให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์และตัดสินใจทดลองใช้ แต่การดึงลูกค้าเข้ามาได้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะกลับมาอีก

โปรเจกต์คริปโทฯ จึงใช้เหรียญเป็นแรงจูงใจ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ซื้อขาย ทำธุรกรรม หรือมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มตามเกณฑ์ที่กำหนดได้รับรางวัล คนมีเหตุผลที่จะทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ขณะที่โครงการก็มีโอกาสเปลี่ยนผู้ทดลองใช้ให้กลายเป็นผู้ใช้งานประจำ

Hyperliquid เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะเหรียญส่วนใหญ่ในการแจกครั้งนั้นจัดสรรให้ผู้ที่เคยซื้อขายบนแพลตฟอร์มมาแล้ว ไม่ใช่การแจกให้คนทั่วไปโดยไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม การใช้เหรียญไม่ได้แปลว่าการตลาดไม่มีต้นทุน โครงการยังต้องลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดูแลระบบ ตรวจสอบผู้มีสิทธิ์ และจัดการการแจกจ่าย อีกทั้งมูลค่าของเหรียญก็เปลี่ยนแปลงได้ตามตลาด

3. สร้างฐานผู้ถือและเปิดทางให้เกิดตลาดซื้อขาย

เหรียญที่มีผู้ถือครองเพียงไม่กี่รายอาจมีข้อจำกัดในการซื้อขาย ขณะที่การกระจายเหรียญให้คนจำนวนมากเปิดโอกาสให้เกิดผู้ซื้อและผู้ขายในวงกว้างขึ้น หากมีแพลตฟอร์มรองรับและมีความต้องการจากตลาด

ผู้รับบางคนอาจขายเพื่อทำกำไร บางคนอาจเลือกถือหรือซื้อเพิ่ม การแจกเหรียญจึงอาจช่วยให้เกิดตลาดรองและเพิ่มกิจกรรมซื้อขายได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะมีสภาพคล่องเพียงพอ หรือทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเสมอไป

จาก Uniswap ถึง Hyperliquid เหรียญฟรีที่สร้างแรงจูงใจ

Uniswap เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ทำให้ Airdrop กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในปี 2020 ผู้ใช้งานที่เข้าเกณฑ์ได้รับเหรียญ UNI จำนวน 400 เหรียญต่อกระเป๋าเงิน ซึ่งมีมูลค่าราว 1,200 ดอลลาร์ในช่วงเริ่มต้นแจกจ่าย

การให้รางวัลแก่ผู้ที่เคยใช้งานช่วยให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเหรียญของแพลตฟอร์ม และทำให้โครงการอื่นเห็นแนวทางในการตอบแทนคนที่เข้ามาช่วยสร้างกิจกรรมตั้งแต่ช่วงแรก

กรณีของ Hyperliquid เดินไปในทิศทางคล้ายกัน แต่เกิดขึ้นในสเกลที่ใหญ่ โดยจัดสรรเหรียญเกือบหนึ่งในสามของอุปทานทั้งหมดให้กับผู้ที่เคยซื้อขายในช่วงปีก่อนหน้า การแจกครั้งนี้ทำให้ผู้ใช้งานกลุ่มแรกมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของเหรียญ ขณะเดียวกันก็ทำให้ Airdrop ถูกจับตามองในฐานะกลยุทธ์หาผู้ใช้ของธุรกิจคริปโทฯ

อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ใช่หลักประกันว่าการแจกครั้งต่อไปจะให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน และการมีเหรียญอยู่ในมือก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือจะสามารถขายได้ในราคาที่ต้องการเสมอไป

เหรียญฟรีอาจดึงคนเข้ามา แต่จะทำให้คนใช้งานต่อได้หรือไม่?

กรณีของ Hyperliquid แสดงให้เห็นว่า เหรียญสามารถเป็นเครื่องมือทางธุรกิจได้มากกว่าการซื้อขายบนตลาด โปรเจกต์ใช้มันเพื่อกระจายการถือครอง ตอบแทนผู้ใช้งาน และสร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามามีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม โดยไม่ต้องพึ่งการโฆษณาแบบเดิมทั้งหมด

แต่ Airdrop ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เพราะเหรียญแต่ละชนิดให้สิทธิแตกต่างกัน และไม่ได้หมายความว่า ผู้ถือจะมีสิทธิในธุรกิจเหมือนผู้ถือหุ้นเสมอไป เช่นเดียวกับที่การแจกเหรียญมูลค่ามหาศาลไม่ได้รับประกันว่า ธุรกิจจะเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ใช้งาน Airdrop อาจเป็นโอกาสได้รับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ก็อาจจบลงด้วยเหรียญที่ราคาลดลง หรือกลายเป็นเหรียญที่ไม่สามารถขายได้ สำหรับโปรเจกต์คริปโทฯ การแจกเหรียญเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น สุดท้ายโปรเจกต์ยังต้องพิสูจน์ตัวเองว่า ผลิตภัณฑ์มีคุณค่ามากพอให้ผู้คนกลับมาใช้งาน แม้ไม่มีรางวัลรออยู่

เพราะในท้ายที่สุด สิ่งที่ตัดสินความสำเร็จของ Airdrop ไม่ใช่จำนวนเงินที่แจกออกไป แต่คือ เมื่อหมดแรงจูงใจจากเหรียญฟรีแล้ว ผู้ใช้งานยังมีเหตุผลอะไรที่จะกลับมาใช้แพลตฟอร์มอีกครั้ง

ที่มา:msn


มุมมองผู้เขียน: ในแง่กลยุทธ์ทางธุรกิจ การแจกเหรียญฟรีให้กับผู้ใช้อาจช่วยเพิ่มการรับรู้และขยายฐานผู้ใช้ของแพลตฟอร์ม หากรักษาผู้ใช้ไว้ได้ก็อาจสนับสนุนความต้องการเหรียญในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่ยืนยันว่าราคา HYPE จะปรับขึ้นต่อ