สรุปข่าว
- ศาลสูงกรุงลอนดอนตัดสินว่าเหยื่อฉ้อโกงชาวจีนไม่สามารถใช้กฎหมายอังกฤษเรียกร้องสิทธิ์ใน Bitcoin ที่ทางการยึดไว้ราว 61,000 BTC
- Bitcoin ก้อนนี้มีมูลค่าราว 3,800 ล้านปอนด์ และคำตัดสินทำให้สหราชอาณาจักรมีโอกาสสูงขึ้นที่จะได้เก็บทรัพย์สินที่ยึดไว้
- ประเด็นที่ต้องจับตาคือรัฐบาลอังกฤษจะจัดการ Bitcoin ก้อนนี้อย่างไรต่อ ทั้งถือครองไว้หรือทยอยขาย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
คำตัดสินเป็นเรื่องทางกฎหมาย ยังไม่มีการประกาศขาย Bitcoin ออกมาจริง จึงยังไม่กระทบอุปทานในตลาดโดยตรง แต่การที่รัฐบาลถือ Bitcoin จำนวนมากไว้ยังเป็นความกังวลเรื่องแรงขายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ตามรายงานจาก Cointelegraph ซึ่งอ้างอิงข่าวจาก Financial Times ศาลสูงกรุงลอนดอนมีคำตัดสินว่าเหยื่อฉ้อโกงชาวจีนไม่สามารถอาศัยกฎหมายอังกฤษเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ใน Bitcoin ที่ทางการยึดไว้ได้ คำตัดสินนี้ทำให้สหราชอาณาจักรมีแนวโน้มจะได้เก็บ Bitcoin ราว 61,000 BTC ที่มีมูลค่าประมาณ 3,800 ล้านปอนด์ไว้ต่อไป ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ช่วงเที่ยง ตามเวลาไทย
สิ่งที่คำตัดสินนี้หมายถึง
ตามข้อมูลที่รายงานออกมา ประเด็นหลักคือกลุ่มเหยื่อฉ้อโกงชาวจีนพยายามอ้างสิทธิ์ใน Bitcoin กองนี้ผ่านระบบกฎหมายอังกฤษ แต่ศาลสูงวินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้ ผลคือโอกาสที่ Bitcoin ก้อนใหญ่นี้จะถูกส่งคืนให้ผู้เสียหายลดลง และฝั่งสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มได้ถือทรัพย์สินที่ยึดไว้ต่อไป
ยังต้องรอดูรายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็ม รวมถึงว่ามีช่องทางอุทธรณ์หรือไม่ เพราะแหล่งข่าวต้นทางระบุเพียงว่าสหราชอาณาจักร “มีแนวโน้ม” ได้เก็บ Bitcoin ไว้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่เด็ดขาด
ทำไมตลาดคริปโตต้องสนใจ
Bitcoin 61,000 BTC เป็นจำนวนที่ไม่น้อยเมื่อเทียบกับอุปทานในตลาด หากรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจนำออกขายในอนาคต ก็อาจเป็นแรงกดดันฝั่งอุปทาน ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ราว $83,676 ซึ่งเคลื่อนไหวแทบไม่เปลี่ยนในช่วงที่ข่าวนี้ออก สะท้อนว่าตลาดยังไม่ตีความข่าวนี้เป็นสัญญาณขายโดยตรง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก เพราะคำตัดสินแค่บอกว่าใครไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะเอา Bitcoin ไปขายเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่ควรจับตาคือท่าทีของรัฐบาลอังกฤษหลังจากนี้ ถ้าเริ่มมีสัญญาณว่าจะทยอยขายหรือโอนเหรียญเข้ากระดานเทรด ตลาดก็อาจตอบสนองต่างไปจากตอนนี้ ส่วนตอนนี้ก็ควรรอดูรายละเอียดคำพิพากษาและการอุทธรณ์ (ถ้ามี) ก่อนสรุปอะไรเร็วเกินไป
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

