bitkub-banner

ไทยติดโผ Ledger ขอตัวแทนจำหน่าย 7 ประเทศระงับการขายกระเป๋าคริปโทฯ Hardware Wallet

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ledger สั่งระงับการขายใน 7 ประเทศ รวมไทย พร้อมนำ Hardware Wallet ออกจากชั้นวางชั่วคราวระหว่างสอบสวน
  • ชนวนเหตุคือรายงานการขโมยคริปโท ที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์จากตัวแทนจำหน่าย CryptoBilis
  • ยังไม่พบหลักฐานว่าระบบ Ledger ถูกเจาะ แต่บริษัทยังเร่งหาว่าใครดัดแปลงอุปกรณ์ และเกิดขึ้นตรงจุดไหนของห่วงโซ่อุปทาน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Ledger ขอตัวแทนจำหน่วย Hardware Wallet ใน 7 ประเทศ รวมไทย ระงับการวางขายอุปกรณ์ หลังพบรายงานการขโมยคริปโทที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์จาก CryptoBilis ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า อุปกรณ์ถูกดัดแปลงที่จุดใดในห่วงโซ่อุปทาน แม้ผู้ใช้ในยุโรปจะรายงานพบอุปกรณ์ต้องสงสัยเช่นกัน แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า มีการขโมยคริปโทที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์จากนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังไม่พบหลักฐานว่า ระบบของ Ledger ถูกแฮก

Ledger ผู้ผลิต Hardware Wallet อุปกรณ์จัดเก็บคริปโทแบบออฟไลน์ชื่อดัง ได้ขอให้ตัวแทนจำหน่ายใน 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ไทย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, มาเลเซีย และฮ่องกง ระงับการขาย พร้อมนำอุปกรณ์ออกจากชั้นวางสินค้าเป็นการชั่วคราว ระหว่างที่บริษัทกำลังตรวจสอบกรณีตัวเครื่องต้องสงสัยถูกดัดแปลง

ชนวนเหตุสำคัญมาจากรายงานการขโมยคริปโทที่เชื่อมโยงกับ Hardware Wallet ซึ่งซื้อผ่าน CryptoBilis ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ โดยกรณีดังกล่าวเริ่มเป็นข่าวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ก่อนที่ Ledger จะขยายมาตรการระงับการขายไปยังตัวแทนจำหน่ายในหลายประเทศของภูมิภาค

การที่ไทยอยู่ในรายชื่อครั้งนี้ ทำให้ผู้ใช้งานในประเทศต้องจับตาความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การระงับขายเป็นมาตรการระหว่างการสอบสวน ไม่ได้หมายความว่า Hardware Wallet ทุกเครื่องในไทยได้รับการยืนยันว่าถูกดัดแปลงแล้ว

ด้าน Ledger ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวานนี้ว่า เหตุการณ์ที่ได้รับการยืนยันยังคงจำกัดอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจนถึงขณะนี้ บริษัทยังไม่พบการยืนยันกรณีสินทรัพย์ถูกขโมยที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ซึ่งซื้อจากภูมิภาคอื่น

คำถามสำคัญที่บริษัทยังต้องหาคำตอบคือ ใครเป็นผู้ดัดแปลงอุปกรณ์ และการดัดแปลงเกิดขึ้นตรงจุดไหนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่กระบวนการจัดส่งและกระจายสินค้า ไปจนถึงมือผู้ซื้อ เพราะการระบุต้นตอให้ได้ คือกุญแจสำคัญในการประเมินขอบเขตของปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้งานในภูมิภาคอื่น รวมถึงยุโรป ยังมีรายงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่สงสัยว่าอาจถูกดัดแปลงจากร้านค้าปลีกเช่นกัน แม้รายงานเหล่านี้จะยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีการขโมยสินทรัพย์เกิดขึ้นในทุกประเทศก็ตาม

ขณะที่ Ledger ยืนยันว่า บริษัทยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ บริการ หรือช่องทางการขายโดยตรงของบริษัทถูกเจาะระบบแต่อย่างใด ทำให้ในเวลานี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การดัดแปลงเกิดขึ้นในขั้นตอนใดของกระบวนการจัดจำหน่าย

ที่มา:Cointelegraph


มุมมองผู้เขียน: ในระหว่างนี้ ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Ledger และตรวจสอบคำแนะนำด้านความปลอดภัยก่อนดำเนินการใด ๆ กับอุปกรณ์ที่มีข้อสงสัย โดยไม่ควรด่วนสรุปว่า อุปกรณ์ทุกเครื่องได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้