สรุปข่าว
- Papertrade แพลตฟอร์มตราสารอนุพันธ์ใหม่บน HyperEVM ทำรายได้ใน 4 วันแรกสูงถึง 37.03 ล้านดอลลาร์ แซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Pump.fun
- ระบบใช้ USDC Pool เป็นคู่สัญญาแทนเทรดเดอร์ และเปิดให้ใช้เลเวอเรจสูงถึง 1,000 เท่า โดยผู้ขาดทุนจะได้รับเหรียญ PAPER เพื่อนำไป Staking
- แพลตฟอร์มถูกเทรดเดอร์ใช้ช่องโหว่จากการอ้างอิงราคาของ Hyperliquid เปิดสถานะ Long/Short ร่วมกับเลเวอเรจสูง กวาดกำไรไปกว่า $1.28 ล้าน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Papertrade แพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์ใหม่บน HyperEVM สร้างปรากฏการณ์ทำรายได้ 4 วันแรกสูงถึง 37.03 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแซงหน้าแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Pump.fun และ Hyperliquid รวมกัน โดยมีจุดเด่นคือการไม่มีคู่สัญญาฝั่งตรงข้ามแต่ใช้ USDC Pool ส่วนกลางรับความเสี่ยง พร้อมชูโมเดลใหม่ให้ผู้ขาดทุนได้รับเหรียญ PAPER ไป Staking เพื่อรับส่วนแบ่งผลตอบแทน
Papertrade แพลตฟอร์มตราสารอนุพันธ์ใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก จากตลาด โดยได้เริ่มเปิดใช้งานบน HyperEVM ซึ่งเป็นเลเยอร์สมาร์ทคอนแทร็กต์ของ Hyperliquid เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และเพียง 4 วันหลังจากนั้นรายได้ของแพลตฟอร์มก็พุ่งสูงถึง 37.03 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก DefiLlama
เมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มชั้นนำอื่นๆ เช่น Pump.fun ที่สามารถทำรายได้ในรอบ 7 วันไปเพียง 16.06 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Hyperliquid ทำได้ 14.56 ล้านดอลลาร์ หากนำรายได้ของทั้งสองแห่งมารวมกันแล้วจะพบว่า Papertrade เพียงแห่งเดียวก็ยังทำรายได้สร้างผลตอบแทนได้สูงกว่ายักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่งนี้เสียอีก
นอกจากนี้หากพิจารณาในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง Papertrade ยังทำรายได้ติดอันดับ 3 จากโปรโตคอลทั้งหมดกว่า 2,600 แห่งที่ DefiLlama ติดตามข้อมูล โดยเป็นรองเพียงแค่ Tether และ Circle เท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นของนักลงทุนที่จะได้ใช้แพลตฟอร์มใหม่ทั้งๆ ที่ตลาดยังคงผันผวนรอรับข่าวเศรษฐกิจ
จุดเด่นของ Papertrade
โดยทั่วไปในกระดานเทรดส่วนใหญ่ การจับคู่การซื้อขายจะเกิดขึ้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และกระดานเทรดจะเก็บค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยจากการจับคู่นั้น แต่ Papertrade มีกลไกการทำงานที่แตกต่างออกไป เนื่องจากไม่มีเทรดเดอร์คนที่สองมาจับคู่ด้วย โดยผู้ใช้งานจะทำการคาดการณ์ว่าราคาของ BTC หรือ ETH ว่าจะปรับตัวขึ้นหรือลง แล้ว Pool ส่วนกลางของ USDC จะเข้ามาเป็นคู่สัญญาในฝั่งตรงข้ามแทน
เมื่อเทรดเดอร์ชนะการเทรด เงินรางวัลจะถูกจ่ายออกจาก Pool ในทางกลับกัน หากเทรดเดอร์เป็นฝ่ายขาดทุน เงินจำนวนนั้นจะไหลเข้าสู่ Pool และเทรดเดอร์จะได้รับเหรียญ PAPER ที่สร้างขึ้นใหม่เป็นการตอบแทน โดยเริ่มที่อัตรา 100 PAPER ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ขาดทุน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ก็ยังให้บริการเลเวอเรจสูงถึง 1,000 เท่า อันเป็นสาเหตุให้ผลขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยอดขาดทุนใหม่นำมาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้ผู้ขาดทุนรายเดิม
เอกสารอย่างเป็นทางการของ Papertrade ระบุเพิ่มเติมว่า เหรียญนี้ไม่มีการจัดสรรไว้ให้ทีมงาน, นักลงทุน VC หรือทำ Airdrop ใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น การขาดทุนจากการเทรดจึงเป็นเพียงช่องทางเดียวที่ทำให้เหรียญ PAPER ถูกสร้างขึ้นมา และเมื่อ Pool มีมูลค่าเกิน 5 ล้านดอลลาร์ ส่วนเกินทั้งหมดจะถูกนำไปจัดสรรให้กับผู้ที่นำเหรียญ PAPER มา Staking อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเหรียญนี้ยังไม่สามารถทำการซื้อขายหรือโอนย้ายระหว่างกระเป๋าเงินได้
แม้จะดูเหมือนการ refund แต่กระบวนการนี้ไม่ใช่การคืนเงิน เพราะเทรดเดอร์ที่ขาดทุน $1,000 จะได้รับเหรียญ PAPER ที่ยังไม่สามารถนำไปขายได้จนกว่าจะนำไป Staking สร้างผลตอบแทนเป็น USDC นอกจากนี้ อัตราการสร้างเหรียญจะลดลงเมื่อ Pool มีมูลค่าเกิน 2 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ผู้ที่ขาดทุนในภายหลังจะได้รับเหรียญ PAPER ต่อดอลลาร์น้อยกว่าผู้ที่ขาดทุนในช่วงแรก
โครงสร้างระบบจึงจำเป็นต้องมียอดขาดทุนใหม่ๆ ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และหาก Pool มีเงินไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้กับผู้ชนะการเทรด Papertrade จะจัดคิวยอดกำไรที่ยังไม่ได้จ่ายไว้ แล้วนำยอดขาดทุนของเทรดเดอร์ในอนาคตมาทยอยชำระคืน ดังนั้น หากสถิติการขาดทุนลดลง ผู้ชนะการเทรดก็จะต้องรอรับเงินนานขึ้น และผู้ที่ Staking ก็จะได้รับผลตอบแทนลดลงด้วยเช่นกัน
ปั่นราคา ETH และกวาดกำไรไป 1.28 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตามด้วยความใหม่ของระบบทำให้นักลงทุนบางคนอาศัยจังหวะนี้ในการโกยกำไร เนื่องจาก Papertrade ไม่ได้ใช้ระบบสมุดคำสั่งซื้อขายของตัวเอง แต่อ้างอิงราคา BTC และ ETH จาก Hyperliquid โดยใช้ราคากลางระหว่างราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด และราคาเสนอขายที่ดีที่สุด
ดังนั้น เมื่อราคาบน Hyperliquid มีความผันผวน ราคาบน Papertrade จึงขยับตามไปด้วย ทำให้กระเป๋าเงินหมายเลข 0x2025…840e ใช้ช่องโหว่เข้าซื้อ ETH ประมาณ 6,060 ETH บน Hyperliquid ในขณะเดียวกัน กระเป๋าเงินนี้ก็ได้เปิด Long ด้วยเลเวอเรจมหาศาลรอไว้อยู่แล้วบน Papertrade
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ราคา ETH ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 3 ดอลลาร์ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเพียง 0.12% จะดูน้อยมากสำหรับเทรดเดอร์ทั่วไป แต่เมื่อเปิดสถานะด้วยเลเวอเรจสูงถึง 1,000 เท่า ก็นับเป็นการขยับของราคาที่สร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล กระเป๋าเงินนี้จึงปิดทำกำไร จากนั้นเปิด Short สลับฝั่ง และทำรายการในรูปแบบย้อนกลับอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ Papertrade ก็ได้ดำเนินการปรับลดวงเงินจำกัดการเทรดลงทันที
ที่มา: Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน: โมเดลของ Papertrade มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสูง เนื่องจากต้องพึ่งพายอดขาดทุนใหม่เข้ามาเติมในระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อจ่ายกำไรและผลตอบแทน Staking นอกจากนี้ การให้เลเวอเรจสูงถึง 1,000 เท่าโดยอ้างอิงราคากลางจากภายนอก กลายเป็นช่องโหว่ร้ายแรงที่เปิดโอกาสให้เกิดการปั่นราคาและดึงสภาพคล่องออกจาก Pool ได้อย่างง่ายดาย

