bitkub-banner

เสียงเอกฉันท์ CME และ Polymarket ชี้โอกาสเกิน 80% Fed คงดอกเบี้ยในประชุม FOMC 28 ต.ค. นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • CME FedWatch และ Polymarket ประเมินตรงกันว่ามีโอกาสสูงมากกว่า 80%ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 28 
  • แม้เดือนตุลาคมจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวใหม่ แต่ข้อมูลจากทั้งสองแพลตฟอร์มชี้ว่า Fed จะกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม
  • CME คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ถึง 15.5% ที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทีเดียว 50 จุดพื้นฐานในช่วงปลายปี ซึ่งอาจสร้างความผันผวนรุนแรงในตลาด

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

การประชุม FOMC ของ Fed ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม เห็นได้จากตัวเลขจากทางความเห็นในตลาดและสำนักวิเคราะห์ ซึ่งการตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอาจ ช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงชั่วคราว แต่ถึงอย่างนั้นช่วงปลายปีอาจเกิดความผันผวนหนักได้เช่นกันหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

ในวันที่ 27–28 ตุลาคมที่จะถึงนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีกำหนดการประชุมครั้งสำคัญเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หลังจากที่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Fed เพิ่งมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% (25 bps) มาอยู่ที่ระดับ 3.75%–4.00% เพื่อสกัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ทว่าสำหรับการประชุมรอบเดือนตุลาคมนี้ สัญญาณจากตลาดการเงินกลับชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า Fed น่าจะเลือกเหยียบเบรกชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยไว้ชั่วคราว

CME FedWatch และ Polymarket เห็นพ้องเดือนตุลาคม “คงดอกเบี้ย” เกิน 80%

อ้างอิงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 จาก CME FedWatch Tool เครื่องมือวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของอัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกใช้อ้างอิง พบว่า ตลาดให้น้ำหนักความน่าจะเป็นที่ Fed จะ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่ระดับเดิมสูงถึง 82.8% ขณะที่โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ลดลงมาอยู่ที่เพียง 17.2% เท่านั้น

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับฝั่งตลาดทายผลบนบล็อกเชนอย่าง Polymarket ที่บรรดานักเก็งกำไรได้เทน้ำหนักให้โอกาสที่ Fed จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 86%–87% และเหลือโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงราว 14% หลังจากที่ช่วงต้นเดือนตัวเลขคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับเกือบ 50% จากตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด

สำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซี แนวโน้มการคงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลและสามารถหายใจได้คล่องขึ้น แม้การตรึงดอกเบี้ยจะไม่ใช่ยาแรงที่ช่วยผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานอย่างรุนแรงเหมือนการลดดอกเบี้ย แต่อย่างน้อยก็ช่วยจำกัดความเสี่ยงไม่ให้เกิดคลื่นการเทขายอย่างหนักเหมือนกรณีที่ Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยสองเดือนติดต่อกัน

แค่ซื้อเวลาชั่วคราว? จับตาเดือนธันวาคม ของจริงที่อาจเขย่าตลาดส่งท้ายปี

อย่างไรก็ตาม การชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม อาจเป็นเพียงการ ซื้อเวลาให้ตลาดได้พักหายใจเพียงชั่วคราวเท่านั้น

หากย้อนดูรายงานการประชุม FOMC เมื่อเดือนกันยายน รวมถึงการคาดการณ์ของกรรมการ Fed ที่ระบุว่าคณะกรรมการถึง 16 จาก 18 คน ยังคงมองเห็นความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ ทำให้สปอตไลต์ทั้งหมดถูกโยนไปที่การประชุมนัดสุดท้ายของปีในวันที่ 9 ธันวาคม 2026 ทันที

ข้อมูลจากทั้ง CME FedWatch และตลาดพยากรณ์ต่างส่งสัญญาณเตือนตรงกันว่า มีโอกาสมากกว่า 85% ที่ Fed จะกลับมาเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม

แต่ประเด็นที่น่าจับตาและสร้างความกังวลให้ตลาดมากที่สุดคือ ตัวเลขคาดการณ์บน CME FedWatch ที่ระบุว่า ปัจจุบันเริ่มมีโอกาสราว 15.5% ที่ Fed อาจจะตัดสินใจใช้ยาแรงด้วยการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเดียว 0.50% ในช่วงปลายปี หากตัวเลขเงินเฟ้อและตลาดแรงงานในไตรมาสสุดท้ายยังไม่ยอมลดความร้อนแรงลง

ดังนั้น แม้ผลการประชุมในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะออกมาในรูปแบบของการคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่นักลงทุนคริปโทฯ และตลาดหุ้นต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือถ้อยแถลงของประธาน Fed หลังจบการประชุม ว่าจะมีน้ำเสียงแข็งกร้าวเพียงใด เพราะหากมีการส่งสัญญาณปูทางไปสู่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคม ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงก็อาจต้องเผชิญกับความผันผวนระลอกใหญ่ส่งท้ายปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


มุมมองผู้เขียน: การที่ Fed มีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยต่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่าจะต้องเน้นไปที่เงินเฟ้อ หรือ เศรษฐกิจและตลาดแรงงาน ซึ่งแน่นอนว่าหากอัตราดอกเบี้ยยังคงสูงสินทรัพย์เสี่ยงก็ไม่สามารถโตได้อย่างเต็มที่