bitkub-banner

Datavault AI ถอน Bitcoin $92 ล้านจาก Biconomy ไม่ได้ ลดมูลค่าครึ่งหนึ่ง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Datavault AI บริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง เปิดเผยว่าไม่สามารถถอน Bitcoin ที่ฝากไว้บนแพลตฟอร์ม Biconomy ได้
  • การแก้ไขบัญชีครั้งนี้จะทำให้สินทรัพย์ที่รายงานไว้ ณ สิ้นปี 2025 ลดลง $92.2 ล้าน หรือราว 50%
  • ต้องจับตาว่าบริษัทจะกู้คืนเหรียญได้หรือไม่ และมีบริษัทถือ Bitcoin รายอื่นเจอปัญหาคล้ายกันอีกหรือเปล่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านการฝากสินทรัพย์ไว้กับตัวกลาง และอาจทำให้นักลงทุนระมัดระวังบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบน่าจะจำกัดอยู่ที่บริษัทขนาดเล็ก ไม่ใช่ทั้งตลาด

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ตามรายงานจาก CoinDesk Datavault AI บริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง เปิดเผยว่าไม่สามารถถอน Bitcoin ที่ฝากไว้บนแพลตฟอร์ม Biconomy ได้ บริษัทระบุว่าการแก้ไขทางบัญชีจะทำให้สินทรัพย์ที่รายงานไว้ ณ สิ้นปี 2025 ลดลง $92.2 ล้าน ข่าวนี้ส่งผลให้มูลค่าหุ้นของบริษัทร่วงลงราว 50%

ความเสี่ยงของการฝากเหรียญไว้กับตัวกลาง

กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงที่เรียกว่า counterparty risk หรือความเสี่ยงจากคู่สัญญา เมื่อสินทรัพย์ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเจ้าของโดยตรง แต่ฝากไว้กับแพลตฟอร์มภายนอก หากแพลตฟอร์มไม่ยอมให้ถอน เจ้าของก็ไม่สามารถใช้สินทรัพย์นั้นได้ แม้ในทางบัญชีจะเคยบันทึกเป็นสินทรัพย์ของบริษัทก็ตาม

จากข้อมูลที่รายงาน ยังไม่ปรากฏรายละเอียดว่าทำไม Bitcoin บน Biconomy จึงถอนไม่ได้ และบริษัทมีแผนกู้คืนเหรียญอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ยังต้องรอความชัดเจนจากบริษัทและแพลตฟอร์มต่อไป

ผลกระทบต่องบการเงินและราคาหุ้น

การปรับลดสินทรัพย์ $92.2 ล้านถือเป็นก้อนใหญ่สำหรับบริษัทขนาดเล็ก เพราะเท่ากับสินทรัพย์ที่เคยรายงานหายไปราวครึ่งหนึ่ง ตลาดจึงตอบสนองด้วยการเทขายหุ้นอย่างหนัก สะท้อนว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความปลอดภัยของสินทรัพย์ที่บริษัทอ้างว่าถืออยู่

ตอนนี้ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $80,847 ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงสั้น ๆ สะท้อนว่าตลาดโดยรวมยังไม่มองข่าวนี้เป็นปัญหาเชิงระบบ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในวงการคริปโตหลายกรณี เช่น Solflare สั่งระงับรางวัล Staking หลัง Validator ถูกแฮ็ก และ Keystone สั่งทำลายกระเป๋าคริปโต 18,835 เครื่อง หลังคีย์รั่วไหล ซึ่งตอกย้ำว่าเรื่องการดูแลสินทรัพย์ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของวงการ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นบทเรียนเรื่อง “not your keys, not your coins” ที่ชัดเจนมาก บริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองควรเปิดเผยให้ชัดว่าเก็บเหรียญไว้ที่ไหน และใช้ผู้ดูแลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่ใช่แค่ฝากไว้บนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง สิ่งที่น่าจับตาต่อคือบริษัทจะได้เหรียญคืนหรือไม่ และมีบริษัทอื่นที่ใช้แพลตฟอร์มเดียวกันถูกกระทบด้วยหรือเปล่า

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI