สรุปข่าว
- แฮกเกอร์ขโมยเงินราว $6.3 พันล้านจาก Binance ภายในไม่ถึง 20 นาที และ FBI ยืนยันว่ากลุ่ม TraderTraitor ของเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง
- Binance เปิดให้ถอนเงินอีกครั้งและบอกว่าชดเชยสินทรัพย์ที่หายไปแล้ว 95% ด้วยเงินของบริษัทเอง ไม่ได้กู้คืนจากแฮกเกอร์
- ต้องจับตาการไหลออกของเงินหลังเปิดถอน การไล่ตามเงินที่ถูกขโมย และผลการยืนยันสำรองสินทรัพย์รอบถัดไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
เหตุแฮกครั้งนี้เกิดขึ้นกับกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นการขโมยคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดถูกกดดัน แม้ Binance จะชดเชยส่วนใหญ่แล้ว แต่เงินไหลออกหลังเปิดถอนและความเสี่ยงที่เงินราว $2.4-3.3 พันล้านยังอยู่ในมือแฮกเกอร์ยังเป็นแรงกดดันต่อตลาด
ตามรายงานจาก Cointelegraph แฮกเกอร์ขโมยเงินราว $6.3 พันล้านจาก Binance เมื่อวันพฤหัสบดี โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเวลาราว 20 นาที ต่อมาในวันเสาร์ FBI ยืนยันว่ากลุ่ม TraderTraitor ของเกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ส่วน Binance เปิดให้ถอนเงินอีกครั้งในวันอาทิตย์ และระบุว่าได้ชดเชยเหรียญที่ถูกขโมยไปแล้ว 95% ด้วยเงินของบริษัทเอง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องวิธีการเจาะระบบของแฮกเกอร์ไปแล้ว อ่านข่าวเดิม
ชดเชย 95% ไม่ได้แปลว่ากู้เงินคืน
ตัวเลข 95% ที่ Binance ประกาศหมายถึงการที่บริษัทใช้งบของตัวเองซื้อสินทรัพย์มาทดแทน เพื่อให้ยอดคงเหลือของผู้ใช้ยังได้รับการหนุนหลังครบ 1 ต่อ 1 โดยใช้เงินจากคลังของบริษัท กองทุน SAFU และกองทุนประกันฟิวเจอร์ ส่วนอีก 5% ที่เหลือเป็นโทเคนขนาดเล็กที่สภาพคล่องต่ำกว่า
ในด้านเงินที่ถูกขโมย มีรายงานว่าผู้ออก Stablecoin รายใหญ่อย่าง Tether และ Circle อายัดโทเคนบนเชนไปแล้วราว $2.67-3 พันล้าน แต่แฮกเกอร์ยังคุมสินทรัพย์ที่อายัดไม่ได้ เช่น ETH และ BTC อยู่ราว $2.4-3.3 พันล้าน ซึ่งคือจุดที่ตลาดต้องจับตาว่าจะถูกโยกหรือฟอกผ่านช่องทางไหน
เกาหลีเหนือปฏิเสธ และเงินไหลออกหลังเปิดถอน
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ผู้นำเกาหลีเหนือ รวมถึงแถลงการณ์จากคิม โย จอง ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุแฮกครั้งนี้ และเรียกข้อสรุปของ FBI ว่าเป็นการยั่วยุที่ซ้ำซาก ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานท่าทีของเกาหลีเหนือไว้ใน เกาหลีเหนือปัดเอี่ยวแฮ็ก Binance 2 แสนล้านบาท น้องสาวคิมซัด FBI พยายามป้ายสี
ด้านสภาพคล่อง รายงานระบุว่าหลังเปิดถอน Binance มีเงินไหลออกสุทธิราว $3.6 พันล้าน หรือราว 2% ของสินทรัพย์ที่ดูแลอยู่ ในช่วงคลื่นแรก ก่อนที่เงินฝากจะเริ่มนิ่งขึ้น นอกจากนี้ Binance เปิดให้ตรวจสอบหลักฐานสำรองสินทรัพย์แบบ Zero-Knowledge สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. แล้วสำหรับสินทรัพย์ 10 อันดับแรก และวางแผนเผยแพร่ข้อมูลรอบถัดไปวันที่ 4 พ.ย.
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การที่ Binance ควักเงินตัวเองชดเชยได้เกือบหมดและเปิดถอนได้ภายในไม่กี่วัน ช่วยลดความตื่นตระหนกได้พอสมควร และเงินไหลออกราว 2% ก็ยังไม่ใช่ภาพของการแห่ถอนแบบวิกฤต แต่ประเด็นที่ยังไม่จบคือแฮกเกอร์ยังถือสินทรัพย์ที่อายัดไม่ได้อยู่หลายพันล้านดอลลาร์ ถ้าเงินก้อนนี้ถูกทยอยขายหรือฟอกผ่านตลาด อาจเพิ่มแรงกดดันได้ ส่วนเรื่องที่เกาหลีเหนือปฏิเสธ ยังต้องดูว่าหน่วยงานรัฐและบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนจะมีหลักฐานเพิ่มอะไรอีก ช่วงนี้ผู้ที่ฝากสินทรัพย์ไว้บนกระดานเทรดควรติดตามผลยืนยันสำรองสินทรัพย์รอบใหม่ของ Binance และกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม
ที่มา: Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Parlons_Cyber

