สรุปข่าว
- ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการแจ้งเตือนจาก Apple ว่า iPhone ตกเป็นเป้าโจมตีด้วยสปายแวร์ระดับสูง
- สปายแวร์เพกาซัสทำงานด้วยเทคนิค Zero-Click ที่สามารถเจาะระบบดึงข้อมูลส่วนตัวและสั่งเปิดกล้องหรือไมโครโฟนจากระยะไกลได้โดยที่เหยื่อไม่ต้องกดลิงก์ใดๆ
- ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงกับเกมการเมืองเรื่องการรวบอำนาจในกรรมาธิการและศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมจี้รัฐบาลชี้แจงเนื่องจากเป็นอาวุธไซเบอร์ที่จำกัดการซื้อขายเฉพาะภาครัฐ
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
การแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ระลอกใหม่จาก Apple ไปยังผู้ใช้งานใน 110 ประเทศทั่วโลก ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับการเมืองไทยทันที เมื่อหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้านทั้งสองพรรคออกมาเปิดเผยว่าตกเป็นเป้าหมายของการจารกรรมข้อมูลด้วยสปายแวร์เพกาซัส เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่จุดชนวนความกังวลเรื่องการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ยังถูกตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความตึงเครียดในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากซอฟต์แวร์สอดแนมระดับนี้มีต้นทุนสูงและจำกัดการขายให้เฉพาะหน่วยงานรัฐเท่านั้น
สังคมไทยเกิดความตื่นตัวด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสองผู้นำพรรคการเมืองฝ่ายค้านอย่าง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยว่าได้รับข้อความแจ้งเตือนโดยตรงจากบริษัท Apple ว่าโทรศัพท์ iPhone ของพวกเขากำลังตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพื่อจารกรรมข้อมูลด้วยเครื่องมือไซเบอร์ระดับสูงอย่างสปายแวร์เพกาซัส (Pegasus)
ต่อกรณีดังกล่าว ณัฐพงษ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าปฏิบัติการสอดแนมครั้งนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังคุกรุ่น ทั้งความพยายามในการรวบอำนาจภายในคณะกรรมาธิการ และการเลื่อนกำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจออกไป ประจวบเหมาะกับการที่เป้าหมายของการแจ้งเตือนพุ่งเป้าไปที่โทรศัพท์ของหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทั้งสองคนพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามถึงการบังคับใช้และความศักดิ์สิทธิ์ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) พร้อมเรียกร้องว่าหากตรวจสอบพบหลักฐานการใช้เพกาซัสจริง รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากสปายแวร์ชนิดนี้เป็นอาวุธไซเบอร์ที่ภาคเอกชนหรือบุคคลทั่วไปไม่สามารถจัดซื้อมาใช้งานเองได้ตามปกติ
ผ่ากลไกสปายแวร์เพกาซัส เจาะระบบและดักฟังได้แม้ไม่ได้กดลิงก์
สำหรับเพกาซัสคือ ซอฟต์แวร์สอดแนมเชิงพาณิชย์ที่พัฒนาขึ้นโดย NSO Group บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอิสราเอล ซึ่งมีความอันตรายและซับซ้อนกว่ามัลแวร์ทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากสามารถเจาะผ่านช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการเข้าสู่สมาร์ทโฟนของเป้าหมายได้ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า “ไร้การกด” (Zero-Click)
เทคนิคดังกล่าวหมายความว่า เจ้าของโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องหลงกลกดลิงก์แปลกปลอมหรือดาวน์โหลดไฟล์ใดๆ เครื่องก็สามารถติดสปายแวร์ได้ทันที และเมื่อเพกาซัสแทรกซึมเข้าสู่ระบบสำเร็จ ผู้ควบคุมจากระยะไกลจะสามารถเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ ข้อความแชต และอีเมล ตลอดจนสามารถสั่งเปิดกล้องและไมโครโฟนเพื่อแอบบันทึกภาพและดักฟังเสียงสนทนาได้แบบเรียลไทม์
Apple ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงปูพรม 110 ประเทศทั่วโลก
ประเทศไทยเองเป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งเตือนภัยคุกคามระลอกใหม่ที่ Apple ส่งตรงถึงผู้ใช้งานใน 110 ประเทศทั่วโลก เพื่อเตือนให้ผู้ได้รับผลกระทบทราบว่าอุปกรณ์ของตนอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้าง ซึ่งเป็นภัยคุกคามระดับสูงที่แตกต่างจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
รายงานการศึกษาของ Apple ชี้ว่า สปายแวร์เชิงพาณิชย์ลักษณะนี้มีต้นทุนในการพัฒนาและใช้งานสูงมาก รวมถึงมีอายุการใช้งานของช่องโหว่ที่สั้น ทำให้การโจมตีมักถูกจำกัดวงไว้เฉพาะบุคคลสำคัญกลุ่มเล็กๆ ที่มีผลประโยชน์ทางการเมืองหรือความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ นักการทูต สื่อมวลชน และนักกิจกรรมทางสังคม
ที่มา: BRIEF
—
มุมมองผู้เขียน: การกลับมาของประเด็นสปายแวร์เพกาซัสในแวดวงการเมืองไทย สะท้อนให้เห็นว่าสมรภูมิการชิงไหวชิงพริบทางข้อมูลได้ย้ายเข้ามาอยู่ในสมาร์ทโฟนอย่างสมบูรณ์แบบ และด้วยธรรมชาติของเทคนิค Zero-Click ที่ผู้ใช้แทบไม่มีทางป้องกันตัวเองได้ด้วยความระมัดระวังปกติ มาตรการรับมือสำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหวหรือการลงทุนมูลค่าสูง จึงต้องพึ่งพาการเปิดโหมดความปลอดภัยขั้นสูงสุดของอุปกรณ์ เช่น Lockdown Mode ของ Apple ควบคู่ไปกับการแยกอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารเรื่องสำคัญออกจากโทรศัพท์ที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อลดพื้นที่ความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบให้แคบที่สุด

