สรุปข่าว
- Gate.io เปิดตัวมาตรฐาน Proof of Security (PoSEC) ที่วัดว่า Cold Storage เพียงอย่างเดียวสามารถครอบคลุมเงินฝากลูกค้าได้ครบ 100% หรือไม่ หาก Hot Wallet ถูกแฮกจนหมด
- ข้อมูลล่าสุดของ Gate.io ระบุว่า Cold Storage ครอบคลุม 104.58% ของสินทรัพย์ผู้ใช้ โดยเก็บแบบออฟไลน์ 88.26% และอยู่ใน Hot Wallet 11.74%
- PoSEC เป็นมาตรฐานที่สมัครใจ ไม่มีกฎหมายบังคับ ต้องจับตาว่ากระดานเทรดรายอื่นจะนำไปใช้ตามหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
มาตรฐานนี้เป็นข้อเสนอเชิงความโปร่งใสของกระดานเทรดเพียงรายเดียว ยังไม่มีผลโดยตรงต่อราคาคริปโต แต่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของแพลตฟอร์มในระยะยาว
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 Lin Han ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Gate.io ประกาศเปิดตัวมาตรฐาน Proof of Security หรือ PoSEC ซึ่งออกแบบมาเพื่อเปิดเผยว่าสินทรัพย์ลูกค้าถูกแบ่งระหว่าง Hot Wallet และ Cold Storage อย่างไร ตามรายงานจาก CoinDesk มาตรฐานนี้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า หากแฮกเกอร์ดูด Hot Wallet จนหมด ผู้ใช้จะยังได้รับความคุ้มครองอยู่หรือไม่ Gate.io ตอบว่าได้ เพราะ Cold Storage เพียงอย่างเดียวก็ครอบคลุมเงินฝากลูกค้าได้ครบ
PoSEC วัดอะไร และต่างจาก Proof of Reserves อย่างไร
Proof of Reserves (PoR) ที่กระดานเทรดส่วนใหญ่ใช้หลังเหตุการณ์ FTX ล่มเมื่อปี 2565 พิสูจน์ได้เพียงว่าสินทรัพย์ของกระดานมีมากกว่าหรือเท่ากับหนี้สินต่อลูกค้า ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าสินทรัพย์เหล่านั้นถูกเก็บไว้ที่ไหน และเสี่ยงต่อการถูกแฮกแค่ไหน
PoSEC เข้ามาเติมช่องว่างนี้ด้วยการวัดว่า Cold Storage ครอบคลุมเงินลูกค้าได้กี่เปอร์เซ็นต์ หาก Hot Wallet ที่เชื่อมต่อออนไลน์ถูกดูดเกลี้ยง Lin Han ระบุชัดว่า PoSEC ออกแบบมาเพื่อ “เสริม” ไม่ใช่ “แทนที่” PoR โดย PoR ตอบเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ส่วน PoSEC ตอบเรื่องการแยกความเสี่ยงและโครงสร้างการเก็บสินทรัพย์
ตัวเลขจาก Snapshot แรกของ Gate.io
Gate.io เปิดเผยข้อมูล Snapshot ที่บันทึกเมื่อ 00:00 UTC ของวันที่ 4 พ.ย. 2569 ซึ่งตรงกับ 07:00 น. ตามเวลาไทย ผลปรากฏว่า Cold Storage ครอบคลุม 104.58% ของสินทรัพย์ลูกค้า โดย 88.26% ของสินทรัพย์ผู้ใช้เก็บแบบออฟไลน์ และอีก 11.74% อยู่ใน Hot Wallet
สินทรัพย์สำรองรวมของแพลตฟอร์มอยู่ที่ราว 8.69 พันล้านดอลลาร์ หรือ 118.49% ของหนี้สินต่อลูกค้าทั้งหมด โดยตัวเลขอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระ ทั้งนี้ สินทรัพย์ใน Cold Storage ส่วนหนึ่งไม่ใช่คริปโต แต่รวมถึงสินทรัพย์การเงินดั้งเดิม เช่น หุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อยู่ในความดูแลของผู้รับฝากอิสระ
ข้อควรระวัง PoSEC ไม่ใช่การประกันความเสียหาย
แม้ตัวเลขจะดูแข็งแกร่ง แต่ PoSEC เป็นเพียงเมตริกรายงานทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่กรมธรรม์ประกันหรือการรับประกันตามกฎหมาย และไม่สามารถตรวจสอบการบริหารจัดการกุญแจส่วนตัวภายในองค์กร หรือความเสี่ยงจากการสมรู้ร่วมคิดของคนใน Gate.io ได้ นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังไม่ได้รับการรับรองหรือบังคับใช้โดยหน่วยงานกำกับดูแลในขณะนี้
Gate.io ประกาศเปิดเผยสูตรคำนวณและวิธีการของ PoSEC ต่อสาธารณะ เพื่อสนับสนุนให้กระดานเทรดรายอื่นนำไปใช้เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม
บริบทหลังเหตุแฮก Binance
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Binance ถูกแฮกเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 มีมูลค่าความเสียหายประเมินราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขโมยคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา Binance ระบุว่าใช้เงินทุนของบริษัทและเงินสำรองประกันกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ซื้อโทเคนทดแทน เพื่อให้ยอดคงเหลือของลูกค้าครบถ้วน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Coinbase ออกมาระบุว่าเก็บสินทรัพย์ลูกค้า 99% ไว้ใน Cold Wallet หลังเหตุการณ์ของ Binance ซึ่งสะท้อนว่ากระดานเทรดหลายแห่งเริ่มแข่งกันเปิดเผยโครงสร้างความปลอดภัยมากขึ้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าแนวคิดนี้สมเหตุสมผลมาก เพราะ Proof of Reserves ที่ผ่านมาเหมือนการโชว์ว่าเรามีเงินครบ แต่ไม่ได้บอกว่าเก็บเงินไว้ในตู้เซฟหรือวางไว้บนโต๊ะหน้าร้าน การแยกให้เห็นว่าเงินส่วนไหนอยู่ในที่ปลอดภัยจึงเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ควรรู้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังเป็นการเปิดเผยด้วยตัวเอง และต้องรอดูผลตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบอิสระ รวมถึงดูว่ากระดานเทรดรายใหญ่อื่น ๆ จะยอมเปิดตัวเลขแบบเดียวกันหรือไม่ ถ้ามีรายอื่นตามมา มาตรฐานนี้ถึงจะมีน้ำหนักจริง
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI

