bitkub-banner

ร่างกฎเปิดทางกองทุนเกษียณ 401(k) ลงทุนคริปโต ถึงมือทำเนียบขาวรอตรวจขั้นสุดท้าย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กฎขั้นสุดท้ายว่าด้วยหน้าที่ของผู้ดูแลกองทุนในการเลือกตัวเลือกลงทุน ซึ่งเปิดทางให้ 401(k) ถือสินทรัพย์ทางเลือกรวมถึงคริปโต ถูกส่งถึงสำนักงานตรวจสอบกฎระเบียบของทำเนียบขาวเพื่อทบทวนขั้นสุดท้ายแล้ว
  • กฎนี้เป็นกรอบกลางที่ครอบคลุมสินทรัพย์ทางเลือกหลายประเภท ไม่ได้จำกัดเฉพาะคริปโต และไม่ได้บังคับให้แผน 401(k) ต้องเสนอคริปโต
  • ต้องจับตาการประกาศในราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ วันมีผลบังคับใช้ และท่าทีของนายจ้างที่เป็นผู้จัดแผน รวมถึงการต่อต้านจากสมาชิกสภาคองเกรสฝั่งเดโมแครต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่กฎเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างว่าเงินออมเพื่อเกษียณของชาวอเมริกันอาจเข้าถึงคริปโตได้ง่ายขึ้นในระยะยาว แต่ยังเป็นเพียงการทบทวนก่อนประกาศใช้ และการนำไปปฏิบัติจริงต้องใช้เวลา ผลต่อราคาระยะสั้นจึงน่าจะจำกัด

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก Watcher.Guru กฎที่เปิดทางให้ชาวอเมริกันลงทุนในคริปโตผ่านแผนเกษียณ 401(k) ถึงมือทำเนียบขาวเพื่อทบทวนขั้นสุดท้ายแล้ว ข้อมูลจากการตรวจสอบเพิ่มเติมระบุว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ผ่านสำนักงานความมั่นคงด้านผลประโยชน์ลูกจ้าง (EBSA) ส่งกฎขั้นสุดท้ายหมายเลข RIN 1210-AC38 เรื่องหน้าที่ของผู้ดูแลกองทุนในการเลือกตัวเลือกลงทุน ไปยังสำนักงานตรวจสอบกฎระเบียบ (OIRA) ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาว Bull Theory ระบุว่าเมื่อกฎนี้ได้รับการอนุมัติ ชาวอเมริกันจะลงทุนในคริปโตผ่าน 401(k) ได้ ขณะที่ Ash Crypto คาดว่าเงินระดับ “หลายล้านล้านดอลลาร์” จะไหลเข้าสู่คริปโต

กฎนี้ทำอะไรได้จริง และไม่ได้ทำอะไร

ข้อความในโซเชียลมีเดียทำให้เข้าใจว่ากฎนี้เพิ่งเปิดทางให้ลงทุนคริปโตใน 401(k) ได้เป็นครั้งแรก แต่ความจริงคือคริปโตไม่ได้ผิดกฎหมาย ERISA อยู่แล้ว และบางผู้ให้บริการอย่าง Fidelity ก็เปิดให้เข้าถึง Bitcoin ผ่านบัญชีนายหน้าแบบเลือกเองมาก่อน อุปสรรคสำคัญคือนายจ้างผู้จัดแผนกังวลความรับผิดส่วนตัวและความเสี่ยงถูกฟ้องร้อง กฎฉบับนี้จึงวางกรอบ “ท่าปลอดภัย” (safe harbor) แบบอิงกระบวนการ ว่าผู้ดูแลกองทุนจะทำหน้าที่ด้วยความรอบคอบอย่างไรเมื่อพิจารณาตัวเลือกลงทุน ทั้งเรื่องผลตอบแทน ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง การประเมินมูลค่า และความซับซ้อน

กฎนี้ยังเป็นกรอบที่ไม่ผูกกับสินทรัพย์ชนิดใดชนิดหนึ่ง ครอบคลุมทั้งไพรเวทอิควิตี้ สินเชื่อเอกชน และอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่เฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีที่มาจากคำสั่งฝ่ายบริหารเลขที่ 14330 ที่ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามเมื่อเดือน ส.ค. 2568

“หลายล้านล้านดอลลาร์” อาจเป็นการประเมินที่เกินจริง

ตลาด 401(k) ของสหรัฐฯ มีขนาดราว 10 ถึง 14 ล้านล้านดอลลาร์ แต่นั่นคือขนาดตลาดทั้งหมด ไม่ใช่เงินที่จะไหลเข้าคริปโต แผนของนายจ้างไม่มีข้อบังคับให้ต้องเสนอคริปโต และแม้แผนที่เปิดให้ลงทุนสินทรัพย์ทางเลือก สัดส่วนที่ใช้กันโดยทั่วไปมักอยู่ราว 1 ถึง 5% ของพอร์ต เม็ดเงินที่เข้าสู่คริปโตจริงจึงน่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของตัวเลขข้างต้น

การผ่านการตรวจของทำเนียบขาวก็ยังไม่ได้ทำให้เมนูลงทุนเปลี่ยนทันที กระทรวงแรงงานต้องประกาศกฎขั้นสุดท้ายในราชกิจจานุเบกษาพร้อมวันมีผลบังคับใช้ จากนั้นนายจ้างและคณะกรรมการแผนแต่ละแห่งต้องตัดสินใจเองว่าจะปรับตัวเลือกลงทุนหรือไม่

เสียงคัดค้านและความเสี่ยงทางกฎหมาย

ช่วงรับฟังความเห็นสาธารณะปิดเมื่อต้นเดือน มิ.ย. 2569 โดยสมาชิกสภาคองเกรสฝั่งเดโมแครต ได้แก่ Bernie Sanders, Elizabeth Warren และ Bobby Scott ส่งจดหมายถึงกระทรวงแรงงานคัดค้านกฎนี้ โดยให้เหตุผลว่าลดการคุ้มครองแรงงานและทำให้เงินใน 401(k) ราว 14.2 ล้านล้านดอลลาร์ต้องเผชิญสินทรัพย์ผันผวนและเก็งกำไร กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคบางกลุ่มยังส่งสัญญาณว่าอาจเดินหน้าฟ้องร้องต่อศาลกลาง หากกฎฉบับสุดท้ายทำให้หน้าที่ความรอบคอบตาม ERISA อ่อนแรงลง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กองทุนบำนาญ 401(k) สหรัฐฯ เตรียมเปิดให้ลงทุนคริปโตได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นช่วงที่กระทรวงแรงงานประกาศร่างกฎฉบับเสนอในราชกิจจานุเบกษา


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ดีต่อภาพรวมระยะยาว เพราะกำจัดความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่ทำให้นายจ้างไม่กล้าแตะคริปโตมาตลอด แต่ตัวเลข “หลายล้านล้านดอลลาร์” ที่ชาวโซเชียลพูดกันนั้นฟังดูเว่อร์ไปหน่อย เพราะนายจ้างส่วนใหญ่ยังต้องผ่านการพิจารณาภายในอีกหลายขั้น และสัดส่วนที่จัดสรรให้คริปโตน่าจะเล็กมาก สิ่งที่ควรจับตาคือวันที่กฎถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ท่าทีของผู้ให้บริการแผนรายใหญ่ และความเป็นไปได้ที่จะมีการฟ้องร้อง ซึ่งอาจทำให้กำหนดเวลาเลื่อนออกไปได้

ที่มา: Watcher.Guru

เครดิตภาพจาก @AshCrypto