สรุปข่าว
- พรรคเดโมแครตสหรัฐฯ กำลังหารือแผนผลักดันกฎหมายคริปโตที่เข้มงวดขึ้น หลังชนะเลือกตั้งกลางเทอมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
- ตอนนี้ยังเป็นเพียงร่างที่เจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการกำลังเตรียมอยู่ ยังไม่ได้ยื่นเป็นร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการ และสภาชุดปัจจุบันยังอยู่ภายใต้พรรครีพับลิกันจนถึง 3 ม.ค. 2570
- ต้องจับตาว่าเดโมแครตจะดึงอำนาจกำกับดูแลกลับมาที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และวางกฎเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไรเมื่อรัฐสภาชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
การเปลี่ยนขั้วอำนาจในรัฐสภาที่เอียงไปทางฝ่ายที่เข้มงวดกับคริปโตเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในระยะกลาง และอาจกดดันความรู้สึกของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีร่างกฎหมายหรือการลงมติที่ชัดเจน ผลกระทบต่อราคาจึงยังจำกัด
เมื่อเวลา 03:02 น. ของวันที่ 7 พ.ย. ตามรายงานจาก Watcher.Guru พรรคเดโมแครตสหรัฐฯ กำลังหารือแผนผลักดันกฎหมายคริปโตที่เข้มงวดขึ้น หลังได้เสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจากการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ข้อมูลจากการตรวจสอบเพิ่มเติมระบุว่าเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมร่างโดยเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการ ยังไม่ใช่ร่างกฎหมายที่ยื่นเข้าสภาอย่างเป็นทางการ
ยังเป็นแค่ร่าง และอำนาจยังไม่เปลี่ยนมือทันที
ข้อสำคัญที่ต้องแยกให้ชัดคือ เดโมแครตยังไม่สามารถผ่านกฎหมายได้ทันที สภาคองเกรสชุดที่ 119 ยังอยู่ภายใต้พรรครีพับลิกันในช่วง lame duck จนกว่าสภาชุดที่ 120 จะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 3 ม.ค. 2570 ขณะที่ส.ส.รีพับลิกันบางส่วนมองว่าร่างนี้เป็นเพียง “messaging bill” เพื่อประกาศจุดยืนของเดโมแครตในการเจรจามากกว่าจะเป็นร่างที่มีแนวโน้มผ่านทั้งสองสภา
รายงานระบุว่าแนวคิดนี้ขยายมาจาก “Crypto Investor and Consumer Bill of Rights” ที่ Maxine Waters เคยเสนอเป็นข้อแก้ไขในสภาเมื่อเดือน ก.ค. 2568 โดยมีข้อเรียกร้อง เช่น บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง การพิสูจน์เงินสำรอง และมาตรฐานการดูแลสินทรัพย์ แต่ถูกฝั่งรีพับลิกันตีตกไปในตอนนั้น
ศึกอำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ กับ CFTC
จุดขัดแย้งหลักอยู่ที่ใครจะเป็นผู้คุมตลาดคริปโต ร่าง CLARITY Act ฉบับที่รีพับลิกันหนุนให้อำนาจดูแลตลาดสปอตแก่ CFTC ซึ่งอุตสาหกรรมมองว่าเป็นมิตรกว่า แต่ร่างฉบับเดโมแครตต้องการดึงอำนาจกลับมาที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เป็นหลัก พร้อมใส่ข้อห้ามด้านผลประโยชน์ทับซ้อนที่พุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ไม่ให้ตัวเองหรือครอบครัวหากำไรจากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างดำรงตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 15 ก.ย. วุฒิสภาไม่สามารถผลักดัน CLARITY Act ผ่านขั้นตอนได้ด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 เดโมแครตขวางไว้เพราะกังวลเรื่องจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดี Donald Trump
ผู้คุมคณะกรรมาธิการสายสงสัยคริปโตจ่อรับตำแหน่ง
จากผลการเลือกตั้ง Maxine Waters คาดว่าจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภา ส่วน Elizabeth Warren มีแนวโน้มนั่งหัวโต๊ะคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา ทั้งคู่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่ตั้งข้อสงสัยต่อคริปโตมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Elizabeth Warren ตัวแม่สายต้านกำลังจ่อคุมคณะกรรมาธิการการธนาคาร
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มคณะกรรมการการเมืองด้านคริปโต (PAC) ใช้เงินราว $233 ล้านในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ รวมถึงกว่า $63 ล้านในรัฐโอไฮโอเพื่อสู้กับวุฒิสมาชิก Sherrod Brown แต่เดโมแครตก็ยังกลับมาครองได้ทั้งสองสภา ซึ่งทำให้อำนาจต่อรองของล็อบบี้คริปโตในปี 2570 ลดลง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ยังเร็วไปที่จะตีความว่าเป็นหายนะของวงการ เพราะตอนนี้ยังเป็นแค่ร่างที่ถูกปล่อยออกมาให้เห็นทิศทาง และสุดท้ายต้องไปต่อรองกับรีพับลิกันกับทำเนียบขาวอยู่ดี แต่สิ่งที่ชัดเจนคือโทนของรัฐสภาชุดหน้าจะเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นเปิดทางให้อุตสาหกรรม ไปเป็นเน้นปกป้องผู้บริโภคและเรื่องจริยธรรมมากขึ้น ใครที่ติดตามกฎระเบียบคริปโตสหรัฐฯ น่าจะต้องจับตาสามเรื่อง คือใครได้ถืออำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. กับ CFTC, ข้อห้ามผลประโยชน์ทับซ้อนจะเขียนแรงแค่ไหน และเดโมแครตจะยอมประนีประนอมกับฝั่งรีพับลิกันหรือไม่ ส่วนช่วงที่ยังไม่มีรายละเอียดชัด ตลาดอาจแกว่งตามข่าวได้ง่าย
ที่มา: @WatcherGuru
เครดิตภาพจาก @i_Naveediqbal

