<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

วิเคราะห์ราคา Ethereum (ETH และ ETC) รายสัปดาห์ (12 ธันวาคม)

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ทิศทางของเทรนด์ระยะยาวกำลังจะเผยออกมาให้เห็นในระยะนี้ โดยราคาของอีเธอเรียมนั้นเรียกว่าน่าจะอยู่ที่จุดต่ำสุดแล้ว และการ rebound ในครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ราคาพุ่งไปอยู่ที่ราวๆ 13-14 ดอลลาร์

ETH/USD

ตามที่เราได้ทำการวิเคราะห์ไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะมีการ rebound ที่จุดต่ำสุด โดยจะเป็นการวิ่งออกจากการ side-way และราคาของ ETH ได้หยุดอยู่ที่ราคาจุดสำคัญของระดับ mid-term ณ ที่ 8.3 ดอลลาร์ต่อ 1 ETH โดยราคานั้นได้ตกลงไปเนื่องจากเทรดเดอร์รายใหญ่ได้ทำการเทขายและปิดออเดอร์ที่ราคาเกือบๆ 7 ดอลลาร์และหลังจากนั้นก็เริ่มทำการเปิดออเดอร์ซื้อที่ 6 ดอลลาร์ โดยตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคานั้นเด้งขึ้นมาจากจุดต่ำสุดได้เป็นเพราะว่ามีจุดแนวรับที่แข็งแรงคอยพยุงไว้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากราคาของเหรียญ ETH จะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นที่มั่นคงได้นั้น จะต้องเบรคเอาท์ผ่านราคาที่ 8.3 ดอลลาร์ให้ได้เสียก่อน

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

การหยุดของราคาที่ 8.3 ดอลลาร์คือสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มเทรนด์ระยะยาวครั้งใหม่

เนื่องมาจากการที่จุดต่ำสุดของราคาที่มาตกอยู่ที่ราวๆเกือบ 6 ดอลลาร์กลายเป็นการ correction ของการสิ้นสุดเทรนด์ขาลงระยะยาวซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมานี้ การเริ่มต้นเทรนด์ขาขึ้นครั้งใหม่อาจจะส่งผลให้ราคาวิ่งขึ้นไปยัง 20 ดอลลาร์เป็นอย่างน้อย ถ้าหากมีผู้ซื้อที่ซื้อตอนนี้อาจจะสามารถสร้างผลกำไรได้ประมาณ 230% ทั้งนี้จะต้องมองหาปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อให้แน่นอนด้วย อย่างแรกคือจุดเปลี่ยนของราคาที่ 8.3 ดอลลาร์นั้นจะต้องให้แน่ใจว่าเป็นเวฟแรกเสียก่อน ซึ่งจุดเปลี่ยนเป็นขาขึ้นนี้สามารถที่จะพยุงและช่วยดันราคาให้ขึ้นไปยืนอยู่ที่ 13-14 ดอลลาร์ได้เนื่องจากว่ามันเป็นสัญญาณสำคัญของการ long buying ถ้าหากดูที่กราฟเราจะเห็นได้ว่าโวลลุ่มการขายของ ETH นั้นได้มีการสะสมตัวอยู่ใน diagonal channel ซึ่งตามที่ได้กล่าวมานั้น การ rebound สามารถที่จะเกิดขึ้นได้อีกที่ 13 ดอลลาร์ หลังจากนั้นราคาจะเริ่มก่อตัวเป็นเวฟใหม่ขึ้น อยากให้ลองนึกภาพดูว่าถ้าหากราคาจะพุ่งไปยืนที่ 20 ดอลลาร์ได้นั้น จุดราคาที่สำคัญที่สุดที่ควรจะต้องจับตามองคือการ rebound ที่ช่วง 13 ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากมีผู้ซื้อรายใหญ่กระโดดเข้ามาในตลาดทันทีซึ่งถ้าหากเป้นเช่นนั้น ราคาจะวิ่งไปที่ 13-14 และจะวิ่งต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีการ rebound

ในทางกลับกัน ถ้าแนวรับที่ 8.6 ไม่สามารถต้านทานไว้ได้ เทรนด์ขาลงที่มาถึงอาจจะส่งผลให้ราคาวิ่งลงไปถึง 6 ดอลลาร์ และไปจนถึง 3.5 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าหากมันจะเกิดขึ้นจริง การ rebound ที่เกิดขึ้นที่ 8 จะต้องไม่วิ่งเลย 11 ดอลลาร์ ซึ่งการที่มันไม่สามารถวิ่งเลยจุดราคาที่ 11 ดอลลาร์ได้จะทำให้แผนกราฟขาขึ้นแบบระยะยาวไม่ปรากฏและหมายความว่า ETH ยังคงจมอยู่ในตลาดหมีนั่นเอง หลังจากนั้น ถ้าหากจะมองขาลงให้ลึกกว่านี้ กล่าวคือแนวรับที่ 6 ดอลลาร์จะต้องแข็งแรงแต่ไม่มีการพยุงตัวขึ้น

ในขณะนี้ ตลาดมีแต่ผู้ขายดังนั้นราคาจึงอาจจะค่อนข้างที่จะนิ่ง

ETC/USD

เป็นครั้งแรกใน 4 เดือนที่ราคาของ Ethereum Classic หรือ ETC สามารถที่จะเติบโตเป็นเทรนด์ขาขึ้นได้ หลังจากความพยายามที่ล้มเหลวมาหลายครั้ง เหรียญ ETC ก็สามารถที่จะสร้างแนวรับไว้ได้ที่ราวๆ 0.83 ดอลลาร์ ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งผลให้ราคานั้นกระโดดขึ้นไปที่ราวๆ 0.95 ดอลลาร์ โดยจุดนี้เป็นจุดที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะมันเป็นสัญญาณขาขึ้นของเทรนด์ระยะกลาง และอาจส่งผลให้เทรนด์ระยะยาวกลายเป็นขาขึ้นได้เช่นเดียวกัน

สำหรับในส่วนของขาขึ้นในเทรนด์ระยะกลางนั้น เป้าหมายแรกคือการตั้ง long buy แล้วปิดที่ราคา 1.5 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดตัดสินของเทรนด์ระยะยาว อย่างไรก็ตาม การที่จะไปถึงจุดนั้นได้ ราคาของ ETC จะต้องก่อสร้างแนวรับโดยราคาต้องห้ามตกไปต่ำกว่า 0.84 ดอลลาร์ มิฉะนั้นเทรนด์ขาขึ้นจะหายไปกลายเป็นเทรนด์ขาลงแทน และอาจจะเป็นขาลงในรูปแบบ sideway

สรุปคือ

  • สำหรับ ETH ถ้าหากเวฟขาขึ้นเริ่มปรากฏ และราคากลับตัวที่ 8.3 ดอลลาร์ ให้คาดหวังราคาที่อาจจะพุ่งไปถึง 13 ดอลลาร์เป็นอย่างต่ำ
  • สำหรับ ETC การก่อสร้างแนวรับที่ไม่ต่ำลงไปกว่า 0.7 บวกกับการพุ่งขึ้นของราคาที่ผ่านมาอาจส่งผลให้ราคาของเหรียญอีเธอเรียม คลาสสิคพุ่งไปอยู่ที่ราวๆ 1.5 ดอลลาร์ได้

รูปจาก Katerva

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น