<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้เชี่ยวชาญเผยประเทศไทยเริ่มปรับตัวใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเร็วขึ้น วิ่งไล่ตามสิงคโปร์และฮ่องกง

นายอเล๊กซ์ แทปสก็อต CEO แห่ง Blockchain และ Northwest Passage Ventures ได้พยายามโน้มน้าวให้บริษัทและทางภาครัฐในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อรองรับผู้ใช้งานอินเทอร์เนตหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ณ ที่การประชุม “Blockchain Revolution” ที่จัดขึ้นโดย Total Access Communication Bangkok นั้น นายอเล๊กซ์ได้เน้นย้ำถึงประสิทธืภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจการเงินทั่วๆไปได้ ซึ่งสามารถที่จะช่วยธนาคารหรือสถาบันการเงินประหยัดเงินได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์

เขาได้กล่าวว่า

“มีตั้งหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ถ้าลองเปรียบกับสมัยก่อนตอนที่อินเทอร์เนตมาใหม่ๆที่ตอนนั้นเราทำได้แค่ใช้มันเพื่อเก็บข้อมูล, ค้นหาข้อมูล และแบ่งปันข้อมูล”

ประเทศไทยจะเป็นผู้นำทางด้านอุตสหากรรมบล็อกเชนพร้อมๆกับสิงคโปร์และฮ่องกง

โดยอ้างอิงจากธุรกิจภาคเอกชนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยที่มีอยู่รอบๆผู้ใช้งานอินเทอร์เนตและผู้บริโภคนั้น นายอเล๊กซ์ได้กล่าวถึงใจความสำคัญอีกว่าถ้าหากพวกเขามีงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญที่เพียงพอสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ว่านั้น ประเทศไทยสามารถที่จะกลายเป็นผู้นำทางด้านบล็อกเชนระดับโลกแบบสิงคโปร์, ฮ่องกง, เบอร์ลินและจีนได้

หนุ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่นายอเล๊กซ์ลืมพูดถึงไปก็คือเรื่องเกี่ยวกับการที่ตอนนี้มีจำนวนธนาคารในประเทศไทยจำนวนมากที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน และการก่อตั้งของสมาคมดิจิทัลเคอเรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนแห่งประเทศไทย

มีธนาคารใหญ่ๆหลายธนาคารรวมถึงทางหน่วยงานภาครัฐที่ตอนนี้เริ่มมีการศึกษาเกี่ยวกับผลดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนแล้ว โดยเริ่มมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับระบบการจัดการข้อมูลระบบอื่นๆ

นายอเล๊กซ์เคยกล่าวไว้ว่า

“กรุงเทพฯสามารถที่จะปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีที่ว่านี้ โดยทำให้เหมือนกันที่สิงคโปร, ฮ่องกง, เบอร์ลิน และลอนดอนกำลังทำ เพื่อที่จะอยู่รอดในยุคที่สองของอินเทอร์เนตนี้ให้ได้”

จากนั้นเขายังได้แสดงจุดยืนของเขาบนเทคโนโลยีบล็อกเชนที่แน่ชัดขึ้น รวมไปถึงผลกระทบที่มันอาจเกิดขึ้นในระบบการเงินของโลกได้ นายอเล๊กซ์ได้เสริมว่าบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนระบบการเงินของโลกนี้จากหลังมือเป็นหน้ามือ โดยอธิบายว่าเทคโนโลยีดังกล่าวถูกใช้ทดสอบโดยบริษัทหลายๆบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการเงินมาแล้ว โดยผลการทดสอบที่ออกมาทั้งหมดเป็นบวก

“นี่คือเทคโนโลยีที่จะส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อโลกนี้ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เราจะยังสามารถที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมนี้อีกด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ภาคการเงิน แต่จะมีทั้งภาครัฐ, ภาคผู้ผลิตและพลังงาน” กล่าวโดยนายอเล๊กซ์

ในขณะที่วงการบล็อกเชนกำลังดึงดูดนักลงทุนกระเป๋าใหญ่, ธนาคาร และองกรณ์ต่างๆให้หันมามองนั้น สิ่งหนึ่งที่ควรจะคำนึงถึงคือความสำเร็จในการทำเงินกับเทคโนโลยีดังกล่าวที่ตอนนี้ยังไม่มีใครทำสำเร็จ มีเงินจำนวนพันล้านดอลลาร์ที่กำลังถูกนำมาพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในขณะที่พวกเขายังไม่รู้ตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่

ภาพจาก Toronto Star

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read previous post:

ราคาบิทคอยในตลาดโลกได้วิ่งทะลุ 900 ดอลลาร์หรือราวๆ 32,000 บาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยราคานั้นพุ่งไปแตะเพดานที่ 920 ดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะปรับฐานลงมาอยู่ที่ 915 ดอลลาร์ โดยหากอ้างอิงจาก CoinDesk...

Close