<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ราคา Bitcoin ร่วงกลับลงมาระดับ 5,000 ดอลลาร์ หรือว่า Correction ครั้งใหญ่มาแล้ว?

หลังจากที่ราคาของเหรียญราชาแห่ง Cryptocurrency พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่กว่าเมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนว่าราคานั้นเริ่มมีการอ่อนแรงและเปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว

โดยอ้างอิงจาก Coinmarketcap นั้น ราคาของ Bitcoin ร่วงลงไปแตะระดับ 5,800 ดอลลาร์เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ โดยสืบเนื่องจากการที่ราคาพุ่งทะลุ 6,000 ดอลลาร์ไปแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ราคา 6,189 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขนี้จะคิดเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นที่มากกว่า 100% หากนับจากจุดต่ำสุดของเดือนกันยายนที่ 2,980 ดอลลาร์

การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin แสดงให้เห็นว่าความพยายามในการแบนเว็บเทรด Bitcoin ในประเทศจีนนั้นดูเหมือนว่าจะล้มเหลวในการทำให้นักลงทุนทั่วโลกเกิดความกลัวและถอดใจเลิกลงทุนไป ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์การ hard fork ของ SegWit2x ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้จะส่งผลทำให้ผู้ที่ถือ Bitcoin ได้รับเหรียญใหม่มาแบบฟรีๆ ซึ่งหลายๆฝ่ายเชื่อว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนเทขาย altcoin และแห่กันมาถือ Bitcoin กันอยากล้นหลาม

อย่างไรก็ตาม กราฟของ Bitcoin ได้แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการ pull back ของราคา Bitcoin ที่มีค่อนข้างสูงมาก

ผู้อ่านควรที่จะจำไว้ด้วยว่าราคาของ Bitcoin นั้นเคยวิ่งขึ้นไปเกือบถึง 500% แล้วตั้งแต่ต้นปี 2017 มา ดังนั้นการ pull back ของตลาดสักประมาณ 20% นั้นคือการแสดงถึงขาขึ้นที่มีความมั่นคง ไม่ใช่ตลาดหมีหรือฟองสบู่แบบที่นักวิเคราห์หลายๆคนเชื่อแต่อย่างใด (ทว่าการร่วงของราคาที่มากกว่า 20% อาจจะหมายถึงการเริ่มเข้าสู่ตลาดหมีแล้วก็อาจเป็นได้)

กราฟเริ่มแสดงให้เห็นถึงรูปแบบ Bearish Divergence

กราฟจาก CoinDesk

กราฟรายวันแสดงให้เห็นว่า

  • ราคากำลังติดอยู่ที่แนวต้านบนสุดของเส้น channel
  • เครื่องมือ RSI แสดงให้เห็นสัญญาณ overbought (การซื้อมากเกินไปกว่าจุดที่เหมาะสม)
  • เครื่องมือ Money Flow Index (MFI) แสดงให้เห็นว่าเส้นนั้นได้ร่วงทะลุเส้นเทรนด์ลงมาจากบริเวณที่มีการ overbuy เกิดขึ้น
  • การทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าบนเครื่องมือ RSI และ MFI

เครื่องมือ MFI นั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเครื่องมือ RSI อีกรูปแบบหนึ่งที่จะอ้างอิงจากโวลุ่มการซื้อขายเป็นหลัก โดยจะใช้ทั้งโวลลุ่มและราคาเป็นตัวช่วยบ่งชี้สถานะ overbought หรือ oversold

แนวคิด

  • แนวโน้มราคาลง: การปิดของแท่งราคาที่ต่ำกว่า 5,755 ดอลลาร์จะช่วยคอนเฟิร์ม divergence ซึ่งราคานั้นอาจจะร่วงลงไปถึงระดับ 5,000-4,800 ดอลลาร์ เหตุการณ์ bearish divergence คือการที่ราคาแสดงจุดสูงสุดที่ใหม่กว่า แต่ว่าตัว indicator แสดงถึงจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า
  • แนวโน้มราคาขึ้น: ถ้าหากว่าราคายังอยู่ในช่วงสะสมกำลังในระดับ 6,000 ดอลลาร์ไปสักพักหนึ่ง และราคามีการยกตัวทลุเส้นแนวต้าน channel ได้ในสัปดาห์นี้ อาจจะเปิดประตูไปสู่ระดับราคาที่ 7,073 ดอลลาร์ได้ (อ้างอิงจากเส้น Fibonacci)

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญคริปโตเคอเรนซีมีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี

Read previous post:

เว็บผู้ให้บร...

Close