<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

รัฐบาลจีนเตรียมปราบปรามแพลทฟอร์ม Blockchain ปลอมในประเทศกว่า 3,000 แห่ง

รายงานจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศจีน (CCTV 2) ได้เผยให้เห็นถึงการร่วมมือกันระหว่างธนาคารกลางแห่งประเทศจีน, กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และหน่วยงานด้านกฎหมายอื่น ๆ เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมด้านการเงินที่แฝงตัวมากับนวัติกรรมด้านการเงิน

เหรียญโทเค็นกว่า 2,000 ตัวบนแพลทฟอร์มปลอมกว่า 3,000 แห่ง

ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน, ศาลฎีกาสูงสุด, ศาลฎีกา, กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ จะทำการร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับอาชญากรและนักต้มตุ๋นทางไซเบอร์ในประเทศ อ้างอิงจาก CCTV 2

โดยธนาคารกลางแห่งประเทศจีนนั้นถือเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุด และเป็นผู้ควบคุมกระทรวงความมั่นคงสาธารณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 2 ล้านนายทั่วประเทศได้เล็งเห็นถึงภัยมืดที่เป็นเงาตามตัวนวัตกรรมด้านการเงิน ซึ่งก็คือ darknet ในประเทศ โดยส่วนใหญ่นั้นมีตั้งแต่การหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์ ไปจนถึงการตุ้มตุ๋นในระดับสูงหรือมืออาชีพ

นาย Li Xuyang หรือหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยและต่อต้านการฉ้อโกงจาก Tencent AI Lab ได้กล่าวว่า blockchain นั้นได้กลายเป็นเครื่องมือหากินที่มาแรงตัวใหม่ ท่ามกลางนักตุ้มตุ๋น

“ไม่นานมานี้ โปรเจ็คใหม่ ๆ นั้นมักจะแนวคิดของ cryptocurrency เพื่อสร้างเหรียญโทเค็นใหม่ผ่าน blockchain เราได้เห็นเหรียญ token กว่า 2,000 ตัวบนแพลทฟอร์มปลอมกว่า 3,000 แห่งที่ช่วยกันมาโฆษณาผลิตภัณฑ์ต้มตุ๋นเหล่านั้น”

แคมเปญพิเศษ?

กลุ่มหน่วยงานรัฐบาลดังกล่าวได้เน้นย้ำว่าทางผู้ออกกฎหมายในประเทศควรที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมด้านการเงิน และช่วยกันส่งเสริมกลุ่มชุมชนที่ช่วยเหลือด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

นาย Shi Jun หรือรองประธานของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะกล่าวว่าพวกเขาจะเริ่มต้นแคมเปญพิเศษเพื่อปราบปรามการหลอกลวงผ่านอินเทอร์เนตในทุก ๆ รูปแบบ

โดยแคมเปญพิเศษเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดข่าวลือว่ากระทรวงความมั่นคงสาธารณะอาจจะจับกุมกลุ่มผู้มีอิทธิพลในประเทศเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู “ในวงการ cryptocurrency นั้นเต็มไปด้วยการเก็งกำไรและการหลอกลวง” กล่าวโดยบุคคลสาธารณะคนหนึ่งที่มีผู้ติดตามบน Weibo กว่า 1 ล้านคน

ที่น่าสนใจคือ ภายหลังจากนั้นผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ให้บริการกระเป๋าคริปโตในจีนนามว่า Bixin Wallet ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาจะหยุดให้บริการการซื้อขายแบบ OTC ในวันที่ 17 มกราคมเนื่องจาก “ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย”