<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

เหรียญคริปโตกว่า 530 ล้านดอลลาร์ที่ถูกแฮคจาก Coincheck กำลังถูกเคลื่อนย้าย

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์การปล้นเหรียญมูลค่า 530 ล้านดอลลาร์จากเว็บ Coincheck เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เริ่มทำการย้ายเหรียญ XEM ที่ขโมยมาแล้ว

จากข้อมูลบลอคเชนได้แสดงว่าแฮ็กเกอร์ได้โอนเหรียญ XEM ออกจาก address ของตนไปยัง adress อื่น ๆ จำนวนมาก เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา โดยทำการโอน XEM จำนวน 100 เหรียญต่อครั้ง ซึ่งนับเป็นมูลค่าประมาณ 77 ดอลลาร์ตามเรทในขณะนี้

ซึ่งนั่นถือเป็นสัดส่วนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวน 500 ล้าน XEM ที่แฮ็กเกอร์ได้ไปจากการปล้น แต่ก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าพวกเขากำลังพยายามฟอกเงินเหล่านี้อยู่

bitazza-may-768x90

“เมื่อคนต้องการที่จะหาทางฟอกเงินลักษณะนี้ เขามักจะกระจายมันออกเป็นหลาย ๆ ธุรกรรมโดยมีมูลค่าแต่ละธุรกรรมไม่มากนัก เพื่อป้องกันการที่ระบบตรวจจับการฟอกเงินของเว็บเทรดจะจับได้” นาย Tom Robinson ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทด้านความปลอดภัยของ Cryptocurrency ในเมืองลอนดอน นามว่า Elliptic ให้สัมภาษณ์กับทาง Reuters

จริง ๆ แล้ว แม้ว่าแฮ็กเกอร์จะมีเหรียญที่ขโมยมาจำนวนมากอยู่ในมือ แต่พวกมันก็ไม่สามารถใช้เงินเหล่านั้นได้หากไม่สามารถฟอกเหรียญให้อยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถสาวถึงตนเองได้

ความพยายามในการฟอกเหรียญจำนวนมากในครั้งเดียวนั้น นอกจากจะส่งผลให้ราคาของเหรียญ NEM ร่วงลงแล้ว ยังสามารถทำให้เว็บเทรดนั้น ๆ จับสังเกต และอายัติเหรียญเพื่อนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีนี้ได้

โดย NEM Foundation ซึ่งได้พยายามติดตามเหรียญที่ถูกขโมยไป ก็ได้ออกมายืนยันว่าแฮ็กเกอร์นั้นได้พยายามที่โอนเงินเหล่านี้ไปยังเว็บเทรดคริปโตต่าง ๆ

นาย Jeff McDonald รองประธาน NEM Foundation
กล่าวว่า “พวกแฮกเกอร์พยายามที่จะทดลองใช้มันกับหลาย ๆ เว็บเทรด และเรากำลังติดต่อเว็บเทรดเหล่านั้น ผมเดาว่ามันต้องการจะหนีไปพร้อมกับเงินบางส่วน”

โดยแฮกเกอร์น่าจะใช้การโอนทีละน้อย ๆ นี้เพื่อทดสอบว่าแพลทฟอร์มการเทรดจะทำการอายัติเงินที่ส่งจาก address ที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมดังกล่าวหรือไม่

ซึ่งถ้าหากการโอนนี้สำเร็จ พวกมันอาจจะโอนเหรียญจำนวนมากจากอีก address หนึ่งและเปลี่ยนเหรียญเหล่านี้ให้เป็นเหรียญที่มีรูปแบบของ Privacy-centric (รวมศูนย์ความปลอดภัย) เช่น Monero ซึ่งจะทำให้พวกมันสามารถฟอกเหรียญเหล่านี้ต่อได้ง่ายขึ้นโดยไม่ถูกจับได้

เป้าหมายสุดท้ายของพวกแฮ็กเกอร์น่าจะเป็นการเปลี่ยนเหรียญที่ขโมยมาให้เป็น Bitcoin ซึ่งเป็นเหรียญที่สามารถเทรดเป็นเหรียญอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งเงิน fiat สกุลต่าง ๆ ได้หลากหลายที่สุด

เนื่องจากการปล้นเว็บเทรดครั้งนี้เป็นครั้งที่นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การขัดขวางมิให้เหล่าแฮ็กเกอร์สามารถฟอกเงินที่ขโมยมาได้สำเร็จจึงเป็นไปอย่างดุเดือด ถึงแม้พวกมันอาจจะโอนเหรียญบางส่วนสำเร็จก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยมาก

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

miningpro-may-768x90