<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เพื่อความโปร่งใสสูงสุด? เทคโนโลยี Blockchain จะมาช่วยพัฒนาระบบการเลือกตั้งได้อย่างไร

ในปัจจุบันเทคโนโลยี Blockchain นั้นได้มีการนำไปประยุกต์กับหลากหลายอุตสาหกรรมมากนอกเหนือจากอุตสาหกรรมการเงิน เช่น อสังหาริมทรัพย์ การแพทย์ หรือ แม้กระทั้งวงการเพลง หลาย ๆ คนเริ่มตั้งคำถามว่าจะสามารถนำเอา Blockchain มาใช้ในการโหวตได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น การโหวตเลือกตั้งได้หรือไม่ และอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันมีช่องโหว่อยู่ที่ว่า หลังจากที่เราทำการโหวตไปแล้ว ผลโหวตเหล่านั้น ไม่สามารถถูกตรวจสอบอย่างละเอียดโดยประชาชนได้เลยว่า ผลโหวตเป็นไปตามที่เราโหวตไว้จริงรึเปล่า หรือมีอะไรไม่ถูกต้องรึเปล่า แล้วทีนี้ Blockchain จะสามารถมาช่วย หรือกลบช่องโหว่นั้นได้อย่างไรล่ะ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Blockchain กับ Bitcoin เป็นคนละอย่างกัน ผู้อ่านบางท่านอาจจะสับสนอยู่และคิดว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน โดย Bitcoin คือ เหรียญคริปโต หรือสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มี Blockchain หนุนหลังอยู่

ถ้าให้อธิบายสั้น ๆ ว่า Blockchain คืออะไร ก็ต้องบอกว่ามันคือ ตัวเก็บข้อมูลที่ถูกกระจายอยู่บนเครือข่าย (บางครั้งถูกเรียกว่าสมุดบัญชี) โดยทุกคนในเครือข่ายสามารถถือ และตรวจสอบข้อมูลร่วมกันได้ และ ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ถูกบันทึกแล้วได้

ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น

ถ้าหากมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ากับการเลือกตั้ง ทุก ๆ คนจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ผลโหวตของเราเป็นไปตามที่เราโหวตจริง ๆ รึเปล่า เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกอยู่ใน Blockchain ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และทุก ๆ คนสามารถเห็นผลโหวตของคนอื่น ๆได้เช่นกัน ทำให้เกิดความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น ในการเลือกตั้งนั้น ๆ และแน่นอนว่าการโกง หรือ ทุจริต นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ลองจินตนาการดูว่า…ในเช้าวันเลือกตั้ง เราต้องตื่นเช้ามา เตรียมตัวอาบน้ำ กินข้าว เดินทางไปยังสถานที่เลือกตั้งของเรา เดินเข้าไปในคูหา ซึ่งมีคอมพิวเตอร์ตั้งไว้แทน กระดาษที่เราเอาไว้ใช้กาเลือกตั้ง หลังจากเรายืนยันตัวตนครบ ตามขั้นตอนที่วางไว้ เราก็จะสามารถโหวตได้ ด้วยคอมพิวเตอร์ตัวนั้นเลย ข้อมูลการโหวตของเราจะถูกประทับลงใน Blockchain และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผลโหวตถูกสรุปเรียบร้อยด้วยระบบที่รวดเร็ว และ ผลลัพธ์ที่ได้มีความยุติธรรมตามจริง

แม้ว่าจะมีหลาย ๆ ประเทศที่นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อการช่วยอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งของพวกเขาแล้ว แต่ว่า นั้นก็ยังไม่ได้การันตีถึงความโปร่งใสในการเก็บข้อมูลของการเลือกตั้งนั้น ๆ แบบ 100% เนื่องจากข้อมูลเหล่าที่ถูกเก็บอยู่บนฐานข้อมูลเซิฟเวอร์แบบ centralized ก็ยังสามารถถูกแทรกแซงได้อยู่ดี

ตัวอย่างก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2016…เราจะเห็นข่าวว่า คนอเมริกาตั้งข้อสงสัยว่า รัสเซียได้มีการแทรกแซง ผลของการเลือกตั้งประธานาธิปดีของสหรัฐอเมริกาผ่านผลการเลือกตั้งที่ทำบนระบบอิเลคทรอนิกส์ ทำให้เกิดกระแสต่าง ๆ ซึ่งถ้าเกิดสหรัฐอเมริกาประยุกต์ใช้ Blockchain ในการเลือกตั้งของพวกเค้า ปัญหาเหล่านี้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นเลย

ใครนำเอา Blockchain มาใช้เพื่อการเลือกตั้งแล้ว

ปัจจุบันได้มีประเทศหรือรัฐที่เริ่มมีความสนใจในการนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมา ใช้กับระบบการเลือกตั้งของเขาแล้ว เช่น รัฐ West Virginia ประเทศสหรัฐอเมริกา วางแผนที่จะจัดการเลือกตั้งวุฒิสภา ในวันที่ 8  พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการเลือกตั้งที่ใช้ Blockchain เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลย และ ประเทศรัสเซีย วางแผนที่จะใช้ Blockchain ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีกด้วย

หลาย ๆ คนอาจตั้งคำถามว่า การประยุกต์ใช้ Blockchain เข้ากับการเลือกตั้งดูเหมือนเรื่องเป็นไปได้ยากเกินไปรึเปล่า แต่จากเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เราทราบว่าในอนาคตอันใกล้ Blockchain จะมีบทบาทมากขึ้น และส่งผลให้ระบบการเลือกตั้งนั้นดีขึ้นอย่างแน่นอน

Read previous post:

นาย Jon Mato...

Close