<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ยักษ์หลับในวงการคริปโต: EdenChain ICO แพลตฟอร์ม Smart Contracts คู่แข่ง Ethereum และ NEO

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มสำหรับ Smart Contracts ล่ะก็ ทุก ๆ คนย่อมนึกถึง Ethereum อย่างแน่อน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแพลตฟอร์ม Smart Contracts ตัวแรก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นตัวที่ดีที่สุดเสมอไป Ethereum มีข้อจำกัดของมันเองอยู่เช่นกัน ข้อจำกัดและช่องโหว่เหล่านั้นทำให้คู่แข่งอย่าง Stellar หรือ ICON ถือกำเนิดขึ้นมาโดยเคลมว่าดีกว่า Ethereum วันนี้เราจะมาพูดถึง ICO ตัวใหม่สัญชาติเกาหลีใต้นามว่า EdenChain ที่มีสิทธิเป็นคู่แข่ง และเป็นยักษ์ใหญ่ตัวต่อไป

EdenChain คืออะไร

EdenChain คือแพลตฟอร์ม Smart Contracts “ที่มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูง” อ้างอิงจากบล็อกของนาย Philipp Steuerโดยมีค่าดำเนินการธุรกรรมที่ต่ำ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในวงการ IoT, Finance, Shared Economy, Games หรือ เป็นแพลตฟอร์มให้ Startup ที่ต้องการจะทำ ICO ของตนเอง ซึ่ง EdenChain นั้นสามารถเทียบได้เท่ากับ Stellar, NEO และ ICON เลยด้วย

โดยอ้างอิงจากนาย Philipp นั้น EdenChain นั้นไม่ได้ดูดีในทางทฤษฎีเท่านั้น แต่มันยังสามารถใช้งานจริง ๆ ได้แล้วอีกด้วย ตอนนี้มันได้ถูกนำไปใช้แล้วหลัก ๆ ใน 3 โปรเจคดังต่อไปนี้:

  • HelloEden คือโปรเจคของทาง EdenChain เอง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม ICO แรกที่เจาะตลาดเกาหลี และตอนนี้ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทการตลาดดิจิทัลอันดับหนึ่งในเกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้วนามว่า M&K
  • Cleandeal คือ แพลตฟอร์ม B2B ที่บริหารโดยบริษัท YT ซึ่งได้เป็นพันธมิตรกับบริษัท Hyungji , KHMA (Korea Housing Management Association) และ Embrain
  • MyCreditChain ซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายของ บริษัท Finger ที่ให้บริการทางธุรกรรมแบบ P2P

นอกจากนี้ EdenChain ยังมี Partner ที่แข็งแกร่งอีกจำนวนมาก :

รวดเร็วและปลอดภัย

เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาโปรเจคต่าง ๆ ของผู้ใช้แพลตฟอร์ม ตัว EdenChain นั้นรองรับ Solidity ซึ่งเป็นภาษาโค้ดในการสร้าง Smart Contracts ที่นักพัฒนานิยมใช้ที่สุดในตอนนี้

 

EdenChain สามารถรองรับธุรกรรมได้ในจำนวนมากด้วยความรวดเร็ว แต่พวกเขาไม่ได้บอกแน่ชัดว่าสามารถรองรับได้ในปริมาณขนาดไหน ซึ่งในส่วนนี้ทางโปรเจคเองยังขาดการทดสอบอีกเล็กน้อยก่อนให้ตัวเลขที่ชัดเจนได้ พวกเขาไม่ชอบที่จะเคลมตัวเลขขึ้นมามั่ว ๆ หากไม่ได้ทำการทดสอบ เพื่อความแน่ใจจริง ๆ ซะก่อน

นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัย EdenChain ใช้ระบบ E-bridge ในดึงข้อมูล และใช้ระบบ Media Voter Theorem (MVT) ในการถอดรหัสข้อมูล และป้องกันข้อมูลในระบบ

 

DApps และ Masternodes

อีก Feature หนึ่งของ EdenChain คือ นักพัฒนาคนอื่นจะสามารถสร้าง DApps ของพวกเขาบนแพลตฟอร์มของ EdenChain ได้ และ โปรเจคดังกล่าวยังสนับสนุน Masternodes อีกด้วย ซึ่งทางผู้เขียนคิดว่าเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนและกินปันผลในระยะยาวอีกด้วย

 

Team & Advisors

คำถามที่ตามมาคือใครกันเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดเหล่านี้

 

นาย James Ahn  ตำแหน่ง CEO

  • วุฒิปริญญาโทด้าน Software ที่ Korea University และที่ KAIST
  • ประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการ IT
  • เขียนหนังสือ 4 เล่ม และมีงานวิจัยหลายงานเกี่ยวกับ Machine Learning และ การเงิน
  • เคยไปพูดที่งานประชุมเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี อย่างเช่น Pycon และ Open Technet
  • ปัจจุบันสอน คอร์ส MBA อย่ที่ Seoul School of Integrated Science & Technologies
  • เขียนลงหนังสือพิมพ์ธุรกิจนามว่า Maeil อยู่บ่อย ๆ

นาง Jenny Ryoo ผู้ร่วมก่อตั้ง

  • Theses ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับปริญญาตรีและโท ที่ Korea University และ Dongguk University
  • ประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ IT
  • เคยทำงานที่ National IT Industry Promotion Agency ซึ่งค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ และทำนาย พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยการใช้ข้อมูลจากการใช้งานเว็บไซต์
  • เคยเป็นผู้เขียมร่วมหนังสือหนึ่งเล่ม และเคยเขียนงานวิจัย 2 งาน

นอกจากสองคนนี้ยังมีนักพัฒนา Blockchain อีก 2 ตำแหน่งที่มีประสบการณ์ , นักการตลาด 2 ตำแหน่ง, นักพัฒนาธุรกิจ 1 ตำแหน่ง และ Intern Advisors 4 ทีมสำหรับด้านการตลาดภาคสนาม, โฆษณา และการเงิน ซึ่งมีข้อมูลและประสบการณ์ของพวกเขาเหล่านี้เขียนไว้ในเว็บไซต์ EdenChain

Advisor

Advisor โปรเจคของนี้ดูดีเป็นอย่างมาก เนื่องจากแต่ละคนนั้นเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในวงการ IT มาอย่างโชกโชน โดยมีทั้งหมด 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ

  • นาย Changki Park ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “นักธุรกิจด้านอินเตอร์เน็ตที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเกาหลี” เลยทีเดียว เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Paxnet (แหล่งข้อมูลทางด้านการเงินที่สำคัญที่สุดในประเทศเกาหลีใต้) และเคยทำงานที่บริษัท Samsung มายาวนานกว่า 14 ปี ,
  • นาย Karl Pfister-Kraxner ซึ่งได้สำเร็จในการสร้างโครงสร้างของบริษัท Samsung ใหม่ใน 14 ประเทศ
  • และที่สำคัญนาง Mina Jeong ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง และ CEO และผู้บริหาร ของบริษัท PR ชั้นนำในประเทศเกาหลีนามว่า M&K

 

ในส่วน Advisor นี้นับว่าเป็นส่วนที่เกือบจะสำคัญที่สุดของ ICO นี้เลยทีเดียว เนื่องจากนักลงทุนจะสามารถมั่นใจได้ว่าเงินของพวกเขานั้นจะไม่สูญหายไปไหน และมีการงอกเงยจากการลงทุนในโปรเจคที่ได้รับคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์และความสามารถเหล่านี้

Road Map

  • ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2018 EdenChain จะเปิดตัวแพลตฟอร์มที่ทำให้โปรเจคอื่น ๆ สามารถทำ ICO ของพวกเขาเองได้ นามว่า HelloEden ของพวกเขา
  • ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2018 โทเค็น EDN จะมีการลิสต์ลงในเว็บเทรดหลายเว็บ เพื่อให้ผู้ครอบครองโทเค็น และผู้อื่นในตลาดสามารถซื้อขายโทเค็นดังกล่าวได้
  • และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือการเปิดตัว Mainnet ของโปรเจคที่จะมีในไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 ซึ่งแผนดังกล่าวดูเป็นไปได้อย่างมาก

ICO

  • โปรเจคนี้ต้องการเงินระดมทุน 24 ล้านดอลลาร์
  • มีโทเค็นที่จะถูกสร้างมามีทั้งหมด 1,000,000,000 EDN ในระบบ
  • ราคาเหรียญ: 0.06 ดอลลาร์ = 1 EDN

 

ในจำนวนทุน 24 ล้านดอลลาร์ที่พวกเขาต้องการนั้น 40 เปอร์เซ็นต์จะมาจากการระดมทุนขายโทเค็น แต่ในส่วนที่เหลือจะมาจาก Partners ของพวกเขาเอง

และเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ที่ได้มาจะถูกนำไปลงทุนกับเทคโนโลยี และที่เหลือจะแบ่งไปให้กับด้านการตลาด, กฎหมาย, ความปลอดภัย และอื่น ๆ

สรุป

โดยความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ภาพรวมนับว่าเป็นอีกโปรเจ็คยักษ์ใหญ่อีกตัวที่น่าจับตามอง เนื่องจาก

  • มีทีมพัฒนาโปรเจคที่ดูดี มีความรู้ ความสามารถ
  • Advisor มีคนที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถในด้าน IT อยู่มาก
  • Roadmap มีความเป็นไปได้สูง สามารถทำได้จริง ๆ
  • มี Partner ที่แข็งแกร่ง
  • กระแสตอบรับดีเยี่ยมจากชุมชนคริปโต

สำหรับคนที่สนใจ EdenChain ตอนนี้ Whitelist รอบแรกนั้นปิดไปแล้ว มีผู้ผ่าน Whitelist 5,000 คน แต่ทาง EdenChain จะเปิดรับ Whitelist อีกรอบในวันที่ 22 เมษายนนี้ อีกเพียง 3,000 เท่านั้น ดังนั้นอาจจะต้องแย่งกันลง ตอนนี้ EdenChain อยู่ในช่วง Presale สำหรับนักลงทุนสถาบัน วันที่สำหรับ Crowd sale จะแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้ ถ้าไม่อยากพลาด ICO ตัวนี้สามารถกด Subscribe Newsletter เพื่อรับข่าวสาร และติดตาม Telegram ได้ที่ เว็บไซต์ EdenChain เลยครับ

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญ Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี บทความนี้เป็นบทความสปอนเซอร์