<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ชาวอิหร่านยังซื้อขายคริปโตกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์แม้ประธานธิบดี Donald Trump จะคว่ำบาตร

ประธานแห่งคณะกรรมเศรษฐกิจในรัฐสภาอิหร่านเปิดเผยว่า ชาวอิหร่านในประเทศได้ใช้เงินซื้อคริปโตเป็นจำนวน 2.5 พันล้านดอลลาร์

ในอาทิตย์ที่ผ่านมา นาย Mohammad Reza Pourebrahimi ประธานเศรษฐกิจของรัฐบาลอิหร่าน กล่าวว่า

“อ้างอิงจากข้อมูลที่มี มีชาวอิหร่านเพียงจำนวนหนึ่งที่เป็นผู้ใช้คริปโตเคอร์เร็นซี่ แต่มีเงินมากกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ถูกส่งออกไปนอกประเทศเพื่อซื้อสกุลเงินดิจิทัล”

ก่อนหน้านี้เขาได้กล่าว ในหนังสือพิมพ์ Isna ว่า ชาวอิหร่านได้โอนเงินกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ออกนอกประเทศในไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

“ชาวอิหร่านไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารระดับโลกได้ พวกเขาต้องทำธุรกรรมด้วยวิธีแปลก ๆ เช่น แลกเปลี่ยนผ่านนักเดินทางที่มาเยือน”

โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางของประเทศอิหร่าน (CBI) ได้ทำการแบนไม่ให้ธนาคารและสถาบันการเงินไปข้องเกี่ยวกับ Cryptocurrencies โดยอ้างว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและมีความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายทางการเงินได้

นาย Mohammad Javad Azari-Jahromi รัฐมนตรีกระทรวง ICT ของประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า มีการทดลองและพัฒนาคริปโตสำหรับประเทศอยู่ และตัวทดลองมีความพร้อมแล้ว

แต่ว่า ในการสัมภาษณ์กับ lbena.ir ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Pourebrahimi กล่าวว่า “ปัจจุบันไม่ได้มีการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสำหรับประเทศอิหร่านอยู่”

กระนั้น เขากล่าวว่า คริปโตแห่งชาติของอิหร่านนั้นจะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนและป้องกันการคว่ำบาตรระหว่างประเทศได้

“อนาคตของเศรษฐิจระดับโลกจะเกิดขึ้นด้วยค่าเงินดิจิทัล มันจะเป็นหนทางในการแลกเปลี่ยนค่าเงินระหว่างอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการจะทำการค้าขายกับเขา เนื่องจากปัจจุบันไม่สามารถทำได้เพราะติดการคว่ำบาตร”

นาย Pourebrahimi เชื่อว่าหนึ่งในประโยชน์ของ Cryptocurrencies คือ “การไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางผูออกกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา” ซึ่งเขาเชื่อว่าจะป้องกันการคว่ำบาตรได้ การคว่ำบาตรดังกล่าวเกิดขึ้นจากการถอนตัวข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน โดยประธานธิบดี Donald Trump

นับว่าเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของคริปโต ด้วยการที่กฎหมายไม่สามารถปิดกั้นมันได้ มันเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศที่ถูกคว่ำบาตรเช่น อิหร่านสามารถมีโอกาสมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่คืนอำนาจและอิสรภาพให้กับผู้ใช้อย่างแท้จริง

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น