<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เทรดคริปโต 101: จุดกลับตัว (Pivot Points) คืออะไร และมันช่วยทำกำไรได้อย่างไร ?

สำหรับผู้ที่สนใจในการพัฒนาความรู้ในการวิเคราะห์กราฟ การดูจุดกลับตัว (Pivot Points) ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักเทรดรายวัน เนื่องจากมันสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของราคาสินทรัพย์นั้น ๆ ได้ โดยการวิเคราะห์ว่าจุดไหนคือแนวรับ (Support) หรือแนวต้าน (Resistance) สำหรับการเทรดสั้น ๆ

 

จุดกลับตัว หรือ Pivot Points คืออะไร ?

แต่เดิมแล้ว จุดกลับตัวนั้นถูกพัฒนาโดยนักเทรดเพื่อที่จะทำนายแนวรับ แนวต้านในตลาดต่าง ๆ มันยังสามารถช่วยดูเทรนด์ของตลาดนั้นในภาพรวมได้ด้วย ซึ่งการทะลุแนวต้าน ก็สื่อได้ว่าราคาจะวิ่งขึ้นไปอีก หรือในทางตรงกันข้าม หากราคาทะลุแนวรับลงมา ก็แปลว่าจะสามารถลงไปต่อได้อีก

วิธีในการคำนวณจุดกลับตัวที่ง่ายที่สุดคือ “Five-point system หรือระบบ 5 จุด” โดยจะคำนวณจากราคาเฉลี่ยสูงสุด และต่ำสุดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และจะได้ 5 ระดับที่มี 2 แนวรับ, 2 แนวต้าน และ 1 จุดกลับตัว

 

คำนวณอย่างไร ?

Five-point system นั้นเป็นเพียงหนึ่งในวิธีในการหา และระบุแนวรับ แนวต้านเท่านั้น ซึ่งเรียบง่ายมาก ๆ โดยจะมีสมการดังนี้:จุดกลับตัว = (จุดสูงสุดล่าสุด + จุดต่ำสุดล่าสุด + ราคาที่ปิดล่าสุด)/3

แนวรับ 1 (S1) = (จุดกลับตัว * 2) – จุดสูงสุดที่ล่าสุด

แนวรับ 2 (S2) = จุดกลับตัว – (จุดสูงสุดล่าสุด – จุดต่ำสุดล่าสุด)

แนวต้าน 1 (R1) = (จุดกลับตัว * 2) – จุดต่ำสุดล่าสุด

แนวต้าน 2 (R2) = จุดกลับตัว + (จุดสูงสุดล่าสุด – จุดต่ำสุดล่าสุด)

แต่จากที่เห็น การที่จะคำนวณจุดทั้งหมดนั้น ค่อนข้างใช้เวลาในการคำนวณด้วยมือ ซึ่งในปัจจุบันมีโปรแกรมที่สามารถคำนวณให้อัตโนมัติแล้ว

 

ควรใช้ Time Frame เท่าไร ?

โดยปกติแล้ว นักเทรดจะใช้กราฟ Time Frame 4 ชั่วโมง, 1 ชั่วโมง รวมทั้ง 30 และ 15 นาที และหากใช้รวมกับ Indicator ตัวอื่น ๆ เช่น MACD และ RSI นักเทรดก็จะพอรู้ในระดับหนึ่งว่าจุดไหนเป็นจุดไหน

 

สรุป

จุดกลับตัวนั้น สามารถใช้งานเป็นอีกตัวชี้วัดที่จะคอยวิเคราะห์การยืนยันให้แน่ใจได้ว่า ราคาจะอยู่ในประมาณไหน ควบคู่กับการใช้ตัวชี้วัดอื่น ๆ

เราจะสามารถประมาณได้ว่า ควรที่จะเข้าซื้อ หรือเข้าข่ายได้ประมาณไหน ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ในการเทรดได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีตัววชี้วัดไหนในโลกมีความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรปักใจเชื่อทั้งหมด และทำการ All-in จำเป็นต้องใช้การบริหารเงิน (Money Management) แบ่งไม้ให้เหมาะสมก็จะสามารถทำให้เราลดความเสี่ยงไปได้อีกระดับหนึ่งเช่นกัน

ที่มา Coindesk

ร่วมหาคำตอบทิศทางราคา Bitcoin ได้ในงานมหกรรมด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในไทยในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด!จองที่นั่งเลย
+ +