bitkub-banner

ฮาวายเตรียมสั่งแบนตู้ ATM คริปโต เป็นรัฐที่ 4 ของสหรัฐฯ เริ่มมีผล 1 ตุลาคมนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ว่าการรัฐ Josh Green ลงนามในร่างกฎหมาย House Bill 1642 สั่งแบนตู้ ATM คริปโตเป็นรัฐที่ 4 ของสหรัฐฯ ตามรอยมินนิโซตา เทนเนสซี และอินเดียนา
  • ข้อมูลจาก FBI ระบุว่าในปี 2025 ชาวอเมริกันสูญเงินจากกลโกงคริปโต กว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยชาวฮาวายเองก็สูญเงินรวมไปกว่า 80 ล้านดอลลาร์
  • CoinATMRadar พบว่าฮาวายมีตู้ ATM คริปโทฯ 57 ตู้บน 4 เกาะหลักที่จะต้องถูกระงับ ขณะที่รัฐอื่นๆ อย่างเดลาแวร์ และนิวเจอร์ซีย์กำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาการแบน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ฮาวายกลายเป็นรัฐที่ 4 ของสหรัฐอเมริกา ต่อจากมินนิโซตา เทนเนสซี และอินเดียนา ที่ประกาศสั่งห้ามการใช้งานตู้ ATM และตู้คีออสคริปโทเคอร์เรนซีอย่างสมบูรณ์ หลังผู้ว่าการรัฐ Josh Green ลงนามในร่างกฎหมายห้ามการเป็นเจ้าของ ดำเนินการ หรือบริหารจัดการตู้บริการที่รับเงินสดดอลลาร์เพื่อเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพ 

มลรัฐฮาวาย รัฐเพียงหนึ่งเดียวของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่บนหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกในเขตร้อน กำลังจะกลายเป็นรัฐที่ 4 ของสหรัฐฯ ที่มีการแบนการใช้งานตู้ ATMs คริปโตเพื่อเป็นการต่อต้ายภัยคุกคามจากสแกมเมอร์

หลังจากสภานิติบัญญัติของรัฐฮาวายได้ผ่านร่างกฎหมาย House Bill 1642 เมื่อเดือนพฤษภาคม Josh Green ผู้ว่าการรัฐ ก็ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ส่งผลทำให้รัฐฮาวายประกาศห้าม “การเป็นเจ้าของ การดำเนินงาน หรือการบริหารจัดการตู้บริการธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจากลูกค้าเพื่อแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์ดิจิทัล” โดยเด็ดขาด

ร่างกฎหมายดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของ FBI ซึ่งรายงานเมื่อเดือนเมษายนว่า ชาวอเมริกันได้สูญเสียเงินไปมากกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์จากกลโกงที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2025 

นอกจากนี้ FBI ยังระบุเสริมว่าได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับคริปโตจากชาวฮาวายเป็นจำนวนกว่า 826 รายในปี 2025 โดยฮาวายมีความเสียหายจากสินทรัพย์ดิจิทัลรวมประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงการใช้งานผ่านตู้เอทีเอ็มและตู้บริการคริปโตด้วย

สำหรับกฎหมายฉบับดังกล่าวของฮาวาย จะเป็นการเดินตามรอยกฎหมายที่คล้ายคลึงกันกับรัฐก่อนหน้าทั้งสามอย่างมินนิโซตา เทนเนสซี และอินเดียนา ซึ่งได้เริ่มบังคับใช้การห้ามตู้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเด็ดขาด 

อย่างไรก็ดี สภานิติบัญญัติของรัฐอื่น ๆ เช่น เดลาแวร์และนิวเจอร์ซีย์ ได้มีการเสนอกฎหมายสั่งห้าม แต่ยังไม่ได้ลงนามบังคับใช้จนถึงเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนรัฐเซาท์ดาโคตา และไวโอมิงได้ผ่านกฎหมายกำหนดมาตรการควบคุมการทำงานของตู้เอทีเอ็มคริปโตอย่างเข้มงวดแล้วเรียบร้อย

ปัจจุบันฮาวายมีตู้เอทีเอ็มและตู้บริการคริปโตเปิดให้บริการอยู่ทั้งหมด 57 ตู้ ครอบคลุมพื้นที่บนเกาะหลัก 4 เกาะของฮาวายอ้างอิงข้อมูลจาก CoinATMRadar

ที่มา : Cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : มาตรการนี้แม้จะช่วยปิดช่องโหว่การถูกหลอกโอนเงินสดได้ในระยะสั้น แต่ก็เป็นการตัดโอกาสในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้งานทั่วไป และอาจบีบให้การแลกเปลี่ยนคริปโต ขยับไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์หรือตลาด P2P นอกระบบที่กำกับดูแลได้ยากกว่าเดิม