<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin แก้ปัญหาในเรื่องของการ Double-spend แล้วจริงหรือไม่

นาย Bill Barhydt เป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัท Abra  ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อจากบทความเรื่อง Bitcoin at 10: The Satoshi White Paper โดยเขาได้เผยว่า

ผมได้อ่านบทความเรื่อง Satoshi Nakamoto’s bitcoin white paper เป็นครั้งแรกเมื่อ 2-3 อาทิตย์หลังจากที่บทความนี้ได้เผยแพร่ออกมา ผมยังจำประโยคที่ดึงดูดความสนใจของผมได้ที่ว่า

“เราเสนอทางแก้ปัญหา double-spending โดยใช้เซิร์ฟเวอร์  timestamp แบบ peer-to-peer เพื่อประมวลผลการทำธุรกรรมตามลำดับ … “

ในตอนนั้นที่เห็นประโยคนี้ผมรู้สึกว่า “ว้าว มันต้องไม่เป็นความจริงแน่ ๆ การแก้ปัญหา double-spend คือเครือข่ายแบบ peer-to-peer จริง ๆ เหรอ?”

จนกระทั่งเกิดนวัตกรรม Satoshi ขึ้นทำให้ปัญหาของ double-spend เป็นปัญหาเดียวที่ต้องเผชิญในโลกการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปได้ง่าย ๆ สำหรับระบบดิจิตอลที่จะตรวจสอบ  ผู้คนต่างไม่ได้ใช้เงินดิจิตอลสกุลเดียวกันโดยปราศจากตัวกลาง ทั้ง ๆ ที่มีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการชำระเงินและการบริการ (ต้นตระกูลของ Bitcoin ก็เคยมีมาก่อนหน้านี้แล้วในโลกเทคโนโลยีซึ่งก็คือ DigiCash) การทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ตยังจำเป็นที่จะต้องอาศัยบุคคลที่ 3 ที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร รัฐบาลหรือบริษัทบัตรเครดิต

ความเชื่อมั่นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการชำระเงินแบบดั้งเดิม เช่น บัตรเครดิต ACH หรือธนาคาร แต่การนำบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชำระเงินทำให้ต้นทุนและเวลาในการดำเนินการเพิ่มขึ้น

การชำระเงินแบบดั้งเดิมที่เงิน fiat ต้องเผชิญปัญหาคือมันต้องอาศัยแผ่นกระดาษเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการซึ่งจะเปลี่ยนมือได้โดยการนำแผ่นกระดาษนั้นไปแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยตรงกับคู่สัญญา ซึ่งก็คิดว่าแผ่นกระดาษที่แทนค่าเงินดังกล่าวจะไม่ถูกปลอมแปลง แต่ความจริงแล้วมันก็ถูกปลอมแปลงได้เหมือนกัน

การแก้ปัญหาของ double-spend ในโลกดิจิตอลทำให้การพาณิชย์แบบเรียลไทม์เกิดขึ้นทั่วโลกโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาธนาคารหรือหน่วยงานทางการเงินของรัฐหรือตำแหน่งทางภูมิศาสตร์

ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ Bitcoin ประสบความสำเร็จคือมันเป็นนวัตกรรมที่ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงเวลาที่ใช่ ระหว่างวิกฤติทางการเงินในปี 2008 และผลของเศรษฐกิจล้มจากเหตุการณ์ 9/11 กฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติของธนาคารก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ผลก็คือธนาคารกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงไม่ได้สำหรับคนที่ติดกับอยู่ในเศรษฐกิจของเงินสด เช่น การโอนเงิน เช็ค และบริการเดบิต นอกจากนั้นการที่ขะได้บัตรเครดิตมาก็กลายเป็นสิ่งที่ยากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แนวโน้มดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคและสร้างอุปสรรคต่อธนาคารสาขาและนวัตกรรมทางการเงิน

เมื่อ Bitcoin White Paper ได้เผยแพร่ออกมา ผมกำลังสร้างบริษัทที่ทำเกี่ยวกับธนาคารบนมือถือ หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือ การจัดการความต้องการที่แตกต่างกันไปของแต่ละธนาคารและการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมาย ข้อกำหนดดังกล่าวกลายเป็นการสร้างข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นในบริบทเช่นนั้น การแก้ปัญหา double-spend มันเปิดโลกของพื้นที่เทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่อนุญาตให้มีการทดลอง การดีไซน์ การใช้งานของภาคการเงินรูปแบบใหม่

ความสวยงามของ Bitcoin คือมันเป็นระบบคอมพิวเตอร์แบบ open-source code ที่ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของหรือถูกควบคุมโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด มันสามารถเข้าถึงได้จากทั่วโลกเพียงแค่มีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

เมื่อกำเนิด Bitcoin ขึ้น Satoshi ได้เตือนถึงการช่วยเหลือทางการเงินของธนาคาร ประวัติศาสตร์ทิ้งร่องรอยเอาไว้สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าใจและอาจจะทำผิดพลาดซ้ำรอย

ระบบเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

การแก้ปัญหาเรื่อง double-spend ไม่ได้เป็นสิ่งที่ง่าย แต่เราสามารถรู้ได้ว่าเศรษฐกิจที่ไม่จำเป็นต้องมีการขออนุญาตและมีการกระจายตัวจะส่งผลอย่างไรได้บ้าง

ในประเด็นนี้ มันชัดเจนว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์ใหม่ของระบบเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว แต่มันเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ระบบเศรษฐกิจที่ถูกสร้างจากพื้นฐานที่แตกต่างกับเศรษฐกิจที่ดำรงอยู่ก่อนหน้านี้

โดยการตัดตัวกลางที่ขึ้นอยู่กับส่วนกลางออกไป Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ของธนาคาร ด้วยการออกแบบ โครงสร้างพื้นฐานของมันจึงปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ มันถูกสร้างเป็นโปรโตคอลที่อนุญาตให้เลเยอร์อื่น ๆ แอพพลิเคชั่นหรือการบริการสามารถสร้างบน Bitcoin ได้

ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Bitcoin เพิ่มมากขึ้น เช่น Lightning Abra และ LocalBitcoins

ตอนนี้บริษัทหลายแห่งสร้างการบริการ Bitcoin ตั้งแต่การให้บริการเป็นเว็บเทรดที่ให้บริการในการโอนเงินจากระบบแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบของคริปโตเคอร์เรนซี บริษัทใหม่ ๆ ใช้ Bitcoin ในธุรกิจสินเชื่อ ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ใช้เทคโนโลยีในการสร้างตัวตนบนโลกดิจิทัลให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

เงินที่สามารถโปรแกรมได้

มันน่าตื่นเต้นเมื่อคิดว่าทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ด้วย Bitcoin ที่ทำให้เราสามารถสร้างอนาคตที่มีเงินที่สามารถตั้งโปรแกรมได้

ในอนาคต Bitcoin จะสามารถสร้างนวัตกรรมทางการเงินให้สามารถเป็นไปได้ ที่ Abra พวกเรามีความกระตือรืนร้นที่จะทำให้เงินนั้นปราศจากพรมแดน บริษัทก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในเรื่องของการโอนเงินโดยแทบจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเป็นการโอนโดยตรงแบบตัวต่อตัว

พวกเรายังสนใจในเรื่องของการที่ Bitcoin จะเข้ามาทำให้สินทรัพย์ทางการเงินของผู้บริโภคสามารถที่จะจัดการแบบ pay-as-you-go ได้ ลองเปรียบเทียบว่ามันเป็นฮาร์ดแวร์ในรูปแบบการบริการที่ไม่เพียงแต่จะมีการนำไปใช้อย่างแพร่ในเศรษฐกิจกำลังพัฒนาแต่ยังสร้างโอกาสที่จะแก้ปัญหาเรื่องของความยากจนและสาธารณสุข

นอกจากนี้เรายังมองเห็นอนาคตของโลกในแง่ที่เป็นโลกของการลงทุนขนาดเล็กในหุ้นพันธบัตร กองทุนรวม เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถตั้งโปรแกรมใน Bitcoin ได้ สินทรัพย์ที่สร้างขึ้นของ Abra คือสัญญาค้ำประกันแบบ Bitcoin ซึ่งทำให้ประเภทของการลงทุนขนาดเล็กนี้เป็นจริงในปัจจุบัน เป้าหมายของเราคือการสร้างประชาธิปไตยในการเข้าถึงโอกาสการลงทุนในระดับโลก

การตั้งโปรแกรมของ Bitcoin ทำให้แนวคิดเหล่านี้เป็นไปได้และส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือผู้บริโภคหรือนักลงทุนไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากำลังใช้ Bitcoin เช่นเดียวกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันที่ไม่รู้ข้อมูลส่วนบุคคลของ TCP / IP เมื่อดูวิดีโอ Netflix หรือ Youtube ประสบการณ์การใช้งานของ Bitcoin จะมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

การแก้ปัญหา double-spend จะช่วยให้อินเทอร์เน็ตก้าวหน้าไปถึงการเป็นระบบเครือข่ายข้อมูลแบบเปิด ด้วยกความที่ Bitcoin ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลภายนอกที่น่าเชื่อถือ Bitcoin จึงกลายเป็นรากฐานของเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงสุด

ที่มา Coindesk

Read previous post:

บทความวิเครา...

Close