<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

เมื่อราคา Bitcoin ร่วงทะลุแนวรับลงมา กราฟราคามักจะเดินรอยตามรูปแบบเดิม ๆ

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในการพิจารณาราคา Bitcoin ในอนาคตก็จำเป็นที่จะต้องเริ่มที่ดูราคาที่ผ่านมาของมันก่อน

ไม่ว่าเราจะทำการวิเคราะห์อีกกี่ครั้ง ราคาของ Bitcoin ก็เป็นประเด็นที่ต้องทำการสำรวจอยู่เสมอเพราะ Bitcoin เป็นเหรียญคริปโตที่มีการแกว่งของราคาสูงมาก

หลังจากที่ราคาของ Bitcoin ตกต่ำลงกว่าแนวรับที่ $6,000 ทั้งที่ราคาเคยพุ่งขึ้นสูงถึง $20,000 เห็นได้ชัดเลยว่าประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยอีกครั้ง

bitazza-may-768x90

กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่าราคาของ Bitcoin จะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบเฉพาะตัวเมื่อมันอยู่ในสภาวะฟองสบู่และมีแนวโน้มที่จะแตกตัวไปในทิศทางที่ตรงข้ามกันโดยมีระยะห่างเท่ากับช่วงที่ราคาอยู่ในจุดสูงสุด

ราคาที่ตกต่ำลงในรูปแบบของสามเหลี่ยมสมมาตร

Symmetrical Triangle หรือสามเหลี่ยมแบบสมมาตรประกอบไปด้วยเส้น 2 เส้นที่คู่กันขนานกันไป ฉะนั้นเราสามารถที่จะทำนาย triangle breakout หรือ breakdown target  ได้คร่าว ๆ

พิจารณาจากกราฟตามรูปข้างต้นซึ่งเป็นกราฟในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมปี 2016 รูปซ้ายมือมีระยะห่างจากเส้น base ที่ 30% หากลองพิจารณาตามหลักการ ‘opposite but equal’ breakdown ที่ได้กล่าวไปข้างต้นอาจทำนายได้ว่าราคาน่าจะผ่านจุดต่ำสุดโดยจะต่ำกว่าจุดที่ราคาเคย breakout อยู่ 30%

ตามรูปทางด้านซ้ายมือจะเห็นได้ว่าราคาลดต่ำลงประมาณ 30% (-29.5%) ซึ่งเป็นไปตามคาด

กฎเกณฑ์การใช้มาตรวัดดังกล่าวนำมาใช้พิจารณาราคาของ Bitcoin ในปีต่อ ๆ มาได้เมื่อราคามันก่อตัวในรูปแบบของสามเหลี่ยมสมมาตร ตัวอย่างนี้มีระยะห่างจากเส้น base อยู่ที่ 28% และหากพิจารณาตามหลักการข้างต้นเราสามารถทำนายได้ว่าจะมีจุด Bottom ต่ำกว่าจุด Breakdown Point อยู่ที่ 28%

ราคาที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ เป็น Triangle Breakdown

กราฟดังต่อไปนี้ก็เป็นไปตามกฎ opposite but equal breakdown เช่นกัน

จากกราฟด้านบนเป็นรูปของตลาดหมีในปี 2011 จะเห็นว่า Descending Triangle (การเกิดเส้นแนว strong support ตัดกับเส้นเทรนด์แนวโน้มขาลง) เป็นแกนหลักของโครงสร้างตลาดซึ่งมีเส้น base อยู่ที่ $5.43

พิจารณาตามหลักการเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าราคาจะลดลงต่ำกว่าจุด Breakdown ประมาณ 26% จากที่เห็นในกราฟราคาของ BTC จะ bottom out ที่ราคาต่ำกว่าจุดนี้ประมาณ 24%

อาจกล่าวได้ว่ากราฟตลาดหมีในปี 2014 เป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้นของตลาดหมีในปี 2011

จากรูปกราฟล่างจะเห็นได้ว่า base range ของสามเหลี่ยมอยู่ที่ 65% ซึ่งหากพิจารณาตามหลักการ opposite but equal เราอาจทำนายได้ว่าราคาจะลดต่ำลงจากจุด Bottom ประมาณ 62%

ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้งหรือไม่?

พิจารณาสภาวะตลาดหมีปี 2018 หากเรามองย้อนกลับไปในอดีตเราอาจคาดการณ์ราคาของ Bitcoin ได้ว่ามันจะ Breakdown จากสามเหลี่ยมในระยะห่างเท่ากันจากเส้น Base Range

จากกราฟข้างต้น Base Range ของ Descending Triangle จะอยู่ที่ 54 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์ว่าจุด Breakdown จะอยู่ที่ $2,676

จึงสามารถทำนายได้ว่าราคา Bitcoin มันจะเป็นไปตามหลักการที่ว่าเมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น จุด Breakdown ของมันจะอยู่ในทิศทางที่ตรงข้ามกันโดยมีระยะห่างจากเส้น Base เท่ากับจุดที่ราคาพุ่งสูงขึ้น

จากที่ผ่านมาราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นไปกว่า $19,666 โดยมีระยะห่างจากจุด Breakdown ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นอาจจะคาดการณ์ได้ว่าจุด Breakdown จะอยู่ที่ $1,725

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่าราคาของ Bitcoin เป็นไปตามหลักการ opposite but equal (ราคาที่ตรงกันข้ามโดยมีระยะห่างจากเส้น Base เท่ากัน) เมื่อพิจารณาจาก Triangle Pattern Breakdown

อาจจะกล่าวได้ว่าจุด Bottom ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่อยู่ในสภาวะตลาดหมีจะอยู่ในช่วงระหว่าง $2,676 ถึง $1,725

หมายเหตุ : การลงทุนในตัวเหรียญ Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ทางสยามบล็อคเชน จะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียใดๆในทุกกรณี

ที่มา coindesk

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

miningpro-may-768x90