<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

3 สิ่งที่พึงต้องระวังถ้าจะลงทุนเกี่ยวกับคริปโตในปี 2019

ปี 2019 ถือเป็นอีกปีแห่งความหวังของนักลงทุนคริปโต เนื่องจากในปี 2018 ที่ผ่านมา มันคงไม่ต่างกับฝันร้าย เนื่องจากตลาดเป็นขาลงอย่างหนัก ที่แม้แต่คริปโตอย่าง Bitcoin เองก็ร่วงยับกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จากต้นปี ทำเอานักลงทุนที่คัทลอสไม่ทันขาดทุนกันเป็นแถบ ๆ

ในปีนี้มีความอย่างมากมายว่า ตลาดจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งเช่นปี 2017 เนื่องจากมีนักวิเคราะห์และกูรูหลายต่อหลายคนออกมาทำนายว่าจะเป็นขาขึ้น เช่นนาย Micheal Novogratz ที่ได้ทำนายว่า Bitcoin จะมีราคาไปแตะจุดสูงสุดอีกครั้งในไตรมาสที่ 1 หรือ 2 ของปี 2019 เนื่องจากเงินที่ไหลเข้ามาจากสถาบันการเงิน โดยอ้างอิงว่า แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Bakkt จะทำให้นักลงทุนระดับสถาบันเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในปลายเดือนนี้

ถึงแม้ปัจจัยหลาย ๆ อย่างจะฟังแล้วมันดูเย้ายวนน่าลงทุนเป็นอย่างมาก แต่ก็อย่าเพิ่ง FOMO รีบ All-in ไปก่อน ให้ลองมีพิจารณาอีกครั้งว่า มันคุ้มที่จะเสี่ยงลงทุนเลยหรือไม่

ระวังถ้าจะลงทุนในการขุด

สำหรับนักลงทุนสายขุดที่มองว่าตลาดจะกลับเป็นขาขึ้นอีกครั้งแล้ว และกำลังจะตัดสินใจขยายเหมืองเพิ่มหลังจากที่ชักปลั๊กไปนานก็ขอให้หยุดคิดก่อนว่า มันคุ้มที่จะลองหรือไม่

หากลองสังเกตดูดี ๆ จะพบว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่โหดหินมาก ๆ สำหรับนักขุดไม่ว่าจะใช้ ASIC หรือการ์ดจอก็ตาม ยิ่งเป็นนักขุดรายย่อยในไทยแล้วขอให้คิดดี ๆ เพราะว่าในปี 2018 ค่า Difficulty นั้นเพิ่มขึ้นมาเยอะจนทำให้ได้คริปโตน้อยลงมากหากเทียบต้นปีกับท้ายปี และในอนาคตมันก็มีทีท่าว่าจะเพิ่มเรื่อย ๆ ไม่หยุด กล่าวคือถ้าเราทำให้ต้นทุนถูกลง หรือซื้อเครื่องใหม่ก็ไม่สามารถเอาชนะคนอื่น ๆ ได้

เจ้าใหญ่อย่าง Bitmain ผู้ผลิตเครื่องขุด Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกยังพบกับการขาดทุนในบางไตรมาส และมีการปลดพนักงานจำนวนมากในปี 2018 เช่นกัน

ในประเทศไทยเองไม่ใช่ประเทศที่มีค่าไฟฟ้าที่ถูกนัก หากเทียบกับบางประเทศที่มีไฟฟ้าที่ถูกและอากาศที่หนาว พวกเขาได้เปรียบกว่าเรามาก ทิศทางในอนาคตมีแต่จะวัดกันว่าใครจะเป็นผู้ที่มีสายป่านยาวที่สุดจึงจะอยู่รอด ถ้าเกิดไม่พร้อมกระโดดเข้าไปสู้กับยักษ์ใหญ่เหล่านั้นแนะนำว่า รอดูท่าทีก่อนดีกว่า เพราะยังไม่มีอะไรการันตีว่า ตลาดจะกลับเป็นขาขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ให้เราคิดถึงกรณีที่เลวร้ายไว้ที่สุดเสมอคือราคาของ Bitcoin อาจลงไปมากกว่านี้ และค่า Diff เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ เราจะยังสู้ไหวอยู่หรือไม่ ? หรือมีทางเลือกในการลงทุนอื่นที่ดีกว่า ?

ระวังถ้าลงจะทุนใน ICO

ปี 2017 คือปีทองของ ICO ที่นักลงทุนได้เงินกันเป็นว่าเล่น แต่มันเริ่มยากขึ้นมาก ๆ ในปี 2018 ที่ราคาคริปโตร่วงหนัก โปรเจกต์ต่าง ๆ ที่เก็บเงินไว้ในรูปแบบคริปโตก็พบกับปัญหาเรื่องเงินทุน ค่าใช้จ่ายไม่พอจนลุกลามไปทำให้โปรเจกต์ล่ม กล่าวคือโปรเจกต์ใช้เงินลงทุนจนหมดนั่นเอง

ในปี 2019 กระแส ICO อาจไม่ได้มาแรงเท่าที่คิด ซึ่งนักลงทุน ICO ส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่คนที่ลงทุนในระยะยาวกันอยู่แล้ว จะเน้นขายหลังลิสต์ขึ้นเว็บเทรดและถ้ากระแสไม่ดี ราคาก็มีสิทธิร่วงหนักสูง ให้ลองพิจารณาในทางเลือกอื่นเช่น STO ที่กำลังมาแรงและมีศักยภาพจะดีกว่า

ถึงแม้การที่ลงทุนใน STO จะยังไม่แพร่หลายมาก แต่มันก็มีโอกาส Moon ง่ายกว่า ICO เพราะว่า นักลงทุนส่วนใหญ่มาคาดหวังกับ STO แทน นอกจากความปลอดภัยที่ให้นักลงทุนมากกว่า และกระแสที่ดีกว่า นักลงทุนยังได้รับโทเคนที่แสดงความเป็นเจ้าของโปรเจกต์ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนตามประกอบการอีกด้วย

ระวังราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่านี้

ถึงแม้ Bitcoin จะร่วงมาต่อเนื่องกว่า 1 ปีแล้วก็ตาม และตอนนี้จะดูเหมือนเป็นโอกาสอันหอมหวานในการลงทุนใน Bitcoin แต่ก็ควรจะเผื่อเงินไว้ด้วยว่า ราคามันอาจร่วงลงต่ำกว่าระดับ 3,000 ดอลลาร์ จนไปถึง 1,000 ถึง 2,000 ดอลลาร์ได้ อย่าเพิ่งรีบ All-in ในราคานี้ไปซะหมด

ถ้าดูจากตารางแล้วจะพบว่า Bitcoin นั้นมีวัฏจักรเสมอ มีการทะยานขึ้นและร่วงลงวนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่อดีต และมันเคยร่วงลงหนักสุด 94 เปอร์เซ็นต์ในปี 2011 ซึ่งในการร่วงลงรอบล่าสุดนั้นมันยังร่วงลงเพียง 85 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (คำนวณจากจุดสูงสุด 19,900 ดอลลาร์และจุดต่ำสุด 3,200 ดอลลาร์) ยังมีโอกาสร่วงลงได้มากกว่านี้อีก โดยหากมันร่วงลง 94 เปอร์เซ็นต์ราคาจะเหลือเพียง 1,200 ดอลลาร์เท่านั้น ให้เตรียมเงินไว้รอช้อนในจังหวะนั้นด้วยเช่นกัน

สรุป

ยังไม่มีอะไรมายืนยันทั้งนั้นว่ากำลังจะกลายเป็นขาขึ้นแล้ว เพราะโดยปกติหลังจากที่ Bitcoin ทะยานทำ All-Time High มันจะร่วงลงเรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีก่อนที่จะ Sideway อีกสักพักประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปทำ All-Time High ใหม่อีกครั้ง

ถ้าต้องการลงทุนในคริปโตตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกใดก็ตาม ให้ลงแบบแบ่งไม้เผื่อไว้จะปลอดภัยและไม่เครียดที่สุด

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญ Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read previous post:

ไม่แน่ว่าปี 2019 อาจเป็นปีของวงการคริปโตก็เป็นได้

Close