bitkub-banner

Michael Saylor โพสต์ส่งสัญญาณ “ต้องหาสีใหม่เพิ่ม” หลัง Strategy เว้นซื้อ Bitcoin 4 สัปดาห์ติด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Saylor โพสต์กราฟประวัติการซื้อ Bitcoin ของ Strategy พร้อมแคปชัน “เราคงต้องเพิ่มสีใหม่แล้ว” ซึ่งนับเป็นโพสต์บอกใบ้ครั้งที่ 5 นับตั้งแต่บริษัทประกาศซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน
  • นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ Strategy เว้นช่วงการซื้อ Bitcoin นานถึง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยไม่มีการซื้อ Bitcoin เพิ่มเข้าพอร์ตเลยแม้แต่เหรียญเดียว
  • ค่า Enterprise mNAV ของบริษัทลดลงต่ำกว่า 1 ทำให้การออกหุ้นใหม่เพื่อซื้อ Bitoin เพิ่มอาจไม่คุ้มค่าเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่พอร์ต Bitcoin ของบริษัทกำลังขาดทุนทางบัญชีราว 8.6 พันล้านดอลลาร์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

สัญญาณจาก Saylor เป็นเพียงการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่นักลงทุนคุ้นเคยมานาน แต่ตัวเลขพื้นฐานอย่าง mNAV ที่ต่ำกว่า 1 และภาระเงินปันผลที่ต้องจ่ายเป็นเงินสดต่างหากที่จะกำหนดทิศทางการซื้อ Bitcoin ของ Strategy จริง ๆ ในระยะถัดไป ตลาดจึงน่าจะรอดูการยื่นเอกสาร 8-K มากกว่าจะตอบสนองต่อโพสต์บนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว

Michael Saylor ได้โพสต์กราฟประวัติการเข้าซื้อ Bitcoin ของบริษัท Strategy ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย  X เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมแคปชันว่า “เราคงต้องเพิ่มสีใหม่แล้ว” ซึ่งถือเป็นโพสต์บอกใบ้ครั้งที่ 5 ของเขา นับตั้งแต่บริษัทได้เปิดเผยรายงานการซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุด ไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน

ที่ผ่านมา  หุ้น MSTR  มักถูกมองว่า เปรียบเสมือนตัวแทนในการเก็งกำไร Bitcoin แบบมีเลเวอเรจของ Michael Saylor และยังมีบริษัท Treasury อีกหลายสิบแห่งที่นำโมเดลของ Saylor ไปใช้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ บริษัท Strategy เว้นช่วงยาวนานถึง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยไม่ได้ช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มเข้าพอร์ตเลยแม้แต่เหรียญเดียว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หาก Saylor โพสต์กราฟ Bitcoin ในคืนวันอาทิตย์ ก็มักจะตามมาด้วยการยื่นเอกสาร 8-K ในวันจันทร์ เพื่อประกาศซื้อ Bitcoin เพิ่ม แต่ช่วงหลังสัญญาณนี้เริ่มไม่แม่นเหมือนเดิม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เขาเคยโพสต์ว่า  “เราคงต้องใช้กราฟเพิ่มแล้วล่ะ”  แต่สิ่งที่ตามมาคือ การเปิดตัวกรอบการบริหารเงินทุนใหม่ ไม่ใช่การซื้อ Bitcoin 

ตามมาด้วยโพสต์ในวันที่ 5 กรกฎาคม ที่เขาโพสต์ในลักษณะคล้ายกัน ก่อนที่บริษัท Strategy จะประกาศ เทขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ Strategy เคยทำมา

ก่อนหน้านี้ Saylor ยังเคยใช้ “สี” เป็นการบอกใบ้หลายครั้ง เช่น ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เขาเคยพูดถึง “จุดสีเขียว” ก่อนจะประกาศถือเงินสดสำรองมูลค่า 1.44 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 130 BTC และต่อมาเมื่อวันที่ 4 มกราคม เขาก็ได้โพสต์ถามผู้ติดตามว่า “ส้ม หรือ เขียว?” เพื่อสื่อว่า รอบนั้นจะซื้อ Bitcoin หรือเก็บเงินสดสำรอง

ซึ่งโพสต์ล่าสุดนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก มียอดกดไลก์มากกว่า 11,000 ครั้ง และคอมเมนต์มากกว่า 1,400 ข้อความ แต่ Saylor กลับไม่ได้อธิบายว่าแคปชันดังกล่าวหมายถึงอะไร และทางบริษัท Strategy ก็ยืนยันว่ายังไม่มีการทำธุรกรรมใด ๆ เกิดขึ้น 

ตอนนี้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอาจไม่คุ้มเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค่า Enterprise mNAV ของ Strategy ลดลงต่ำกว่า 1 หมายความว่า มูลค่าหุ้น MSTR ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่า Bitcoin ที่บริษัทถืออยู่

ในสถานการณ์แบบนี้ หากบริษัทออกหุ้นใหม่เพื่อนำเงินไปซื้อ Bitcoin เพิ่ม จะไม่ได้ช่วยเพิ่มจำนวน Bitcoin ต่อหุ้น แต่กลับทำให้ Bitcoin ต่อหุ้นลดลง 

ขณะเดียวกัน Strategy ยังต้องจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ โดยเฉพาะ STRC ที่เพิ่งเพิ่มอัตราผลตอบแทนเป็น 12% ซึ่งต้องจ่ายเป็นเงินสด

ปัจจุบัน Strategy มีประวัติการเข้าซื้อ Bitcoin รวม 113 ครั้ง ถือครอง Bitcoin รวม 843,775 BTC ซึ่งมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,476 ดอลลาร์ต่อ BTC รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6.369 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ 

แต่เมื่อคำนวณจากราคา Bitcoin ปัจจุบันที่ประมาณ 65,283.96 ดอลลาร์ ทำให้มูลค่าพอร์ตของบริษัทลดลงเหลือประมาณ 5.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการขาดทุนทางบัญชีอยู่ประมาณ 8.6 พันล้านดอลลาร์

ที่มา : cryptopolitan


มุมมองผู้เขียน : ด้วยค่า mNAV ที่หลุดต่ำกว่า 1 และภาระเงินปันผลที่ต้องจ่ายเป็นเงินสดจำนวนมาก ทำให้ Strategy อยู่ในจุดที่ต้องระมัดระวัง เรื่องการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitoin เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

โพสต์ของ Saylor อาจเป็นเพียงการรักษาความสนใจของตลาดและผู้ถือหุ้นเอาไว้ มากกว่าจะเป็นสัญญาณที่นำไปสู่การซื้อจริงในระยะสั้น หากสถานการณ์ราคา Bitcoin และ mNAV ยังไม่ฟื้นตัว เราอาจได้เห็น Strategy ปรับกลยุทธ์ไปสู่การบริหารกระแสเงินสดและหนี้สินมากกว่าการไล่ซื้อ Bitoin เพิ่มแบบที่ผ่านมา