<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

FDA แห่งสหรัฐฯ นำ Blockchain มาใช้ทดสอบเพื่อพัฒนาระบบซัพพลายเชนของการผลิตยา

องค์การอาหารและยา Food and Drug Administration (FDA) แห่งประเทศสหรัฐฯ กำลังพยายามที่จะพัฒนาความปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยี blockchain โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้บริษัทผลิตยาในประเทศมีความรับผิดชอบต่อขั้นตอนและกระบวนการที่มากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวนั้นถูกอ้างอิงจาก press release ของ FDA

โครงการทดสอบดังกล่าวนั้นจะทำให้บริษัทผลิตยาที่เข้าร่วมสามารถสร้างความโปร่งใสให้กับระบบซัพพลายของพวกเขาผ่านขั้นตอนการตรวจสอบแบบใหม่ ที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่น่าสงสัย และผิดกฎหมายนั้นจะไม่สามารถเข้ามาในระบบซัพพลายเชนได้ ซึ่งเป้าหมายของโครงการนี้คือการเปิดตัวระบบตรวจจับของอุตสาหกรรมดังกล่าวภายในปี 2023

ในการที่จะพัฒนาระบบที่ว่านี้ ผู้ที่เข้าร่วมทดสอบจะใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันไป เพื่อดูว่ามันจะถูกนำเข้ามาใช้กับระบบ tracking เหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งเป้าหมายหลัก ๆ คือการทำให้ยาปลอมนั้นไม่สามารถเข้ามาในระบบ supply chain เพื่อเข้ามาทำร้ายผู้ป่วยในประเทศได้

นาย Scott Gottlieb หรือกรรมาธิการจาก FDA กล่าวว่า

“เพื่อให้เป็นไปตามความพยายามของเราในการปกป้องระบบซัพพลายของยา ในวันนี้พวกเราได้ให้โอกาสทางอุตสาหกรรมในการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ที่จะสามารถช่วยกระตุ้นความรับผิดชอบของผู้เข้าร่วมให้มากขึ้นในระบบซัพพลายเชน และพัฒนาความสามารถของเราในการตรวจใบสั่งยาใยทุก ๆ จุดของเชนอีกด้วย”

ไม่เพียงแค่นั้น เขายังกล่าวด้วยว่าเขายังสามารถเพิ่มระบบความปลอดภัยโดยรวมของระบบปิดของพวกเขา นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งในขั้นตอนของอีกหลายขั้นตอนที่ทาง FDA กำลังทำเพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยของซัพพลายของยา

ทาง FDA ได้จ้างนาย Fran Yiannas หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีที่ใช้ติดตามอาหารและยาทั่วโลก โดยเขาจะเป็นผู้ช่วยดูแลโครงการที่ว่านี้

ซึ่งหากทดสอบสำเร็จนั้น เราอาจจะได้เห็นมาตรฐานใหม่ของการยกระดับระบบซัพพลายเชนตรวจสอบยา ที่จะทำให้การปลอมแปลงยานั้นทำได้ยากขึ้นอีกมาก และทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกับมันอีกต่อไป