<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“Cryptocurrency นั้นโคตรไร้ประโยชน์” กล่าวโดยนักถอดรหัสจากมหาวิทยาลัย Harvard

นาย Bruce Schneier นักคริปโตกราฟเฟอร์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดมีความเห็นว่าคริปโตเคอเรนซีไม่มีประโยชน์กับใครเลย นอกจากขบวนการที่ชั่วร้ายหรือคนที่พยายามจะเอาเงินออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านสายตาของรัฐบาล

นาย Schneier เชื่อว่าระบบปฏิบัติของ bitcoin นั้นมีแต่ความยุ่งยากและเต็มไปด้วยความเสี่ยง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าใช้ bitcoin ไปก็ไร้ประโยชน์

คริปโตเคอเรนซี: เราสามารถไว้ใจระบบที่ไม่น่าไว้วางใจได้ไหม?

นาย Schneier เผยบล็อกของเขา Wired ว่าคริปโตเคอเรนซีล้มเหลวในประเด็นเรื่องความไว้วางใจ กล่าวคือเมื่อมีระบบการดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจเกิดขึ้นและเทคโนโลยีบล็อกเชนเองก็ไม่สามารถทำงานโดยปราศจากความไว้ใจได้ ข้อดีที่ว่าบล็อกเชนเป็นระบบที่ดี ไร้ตัวกลางควบคุมจึงนำมาใช้ยันไม่ได้เลย

ผู้ใช้คริปโตต้องเชื่อใจว่านักขุดจะทำตามขั้นตอนในการขุดที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ bitcoin มา และยังจะต้องเชื่อใจว่าระบบจะไม่ล่มจนทำให้เงินของพวกเขานั้นหายไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น bitcoin ทำงานโดยเอาความปลอดภัยในเทคโนโลยีมาอ้าง ไม่ใช่ความเชื่อใจของผู้ใช้ bitcoin

Schneier อธิบายเพิ่มเติมในจุดนี้ว่า

“ถ้าตลาดถูกแฮ็ค เราจะเสียเงินทั้งหมด ถ้า wallet ของเราถูกแฮ็ค เราจะเสียเงินทั้งหมด ถ้าเราลืมสิ่งที่ใช้ในการ log in เราจะเสียเงินทั้งหมด ถ้าเกิดมี bug ใน smart contract ของเรา เราจะเสียเงินทั้งหมด หรือถ้ามีคนที่สามารถแฮ็คระบบบล็อกเชนได้สำเร็จ เราจะเสียเงินทั้งหมดเช่นเดียวกัน ดังที่ได้กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า การเชื่อใจเทคโนโลยีนั้นยากกว่าเชื่อใจคน และอยากจะตั้งคำถามว่า เราจะเชื่อใจระบบกฎหมายที่คิดขึ้นโดยมนุษย์หรือรายละเอียดที่เกิดขึ้นโดยการใส่ code เข้าไปในคอมพิวเตอร์ซึ่งเราไม่มีความรู้ที่จะสามารถตรวจสอบได้เลยมากกว่ากัน?”

ความกังวลโดยภาพรวมและข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด

ในขณะที่มีกลุ่มคนบางกลุ่มยืนยันถึงมาตรการการตรวจสอบความถูกต้องของเทคโนโลยี แต่ Schneier ก็ยังคงอ้างถึงข้อโต้แย้งในเรื่องการใช้พลังงานจำนวนมากในการขุดคริปโตอยู่เสมอเพื่อสนับสนุนว่าคริปโตเคอเรนซีนั้นไร้ประโยชน์ ซึ่งเขาไม่เคยพูดถึงประเด็นนี้ในที่ไหนมาก่อนว่าคริปโตเป็นอันตรายกับทุก ๆ คนเนื่องจากมันใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก

นาย Schneier โต้แย้งว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับ bitcoin เช่น ค่าธรรมเนียม นั้นถูกปกปิดเอาไว้ ซึ่งแตกต่างกับค่าดำเนินการของธนาคารที่สามารถคำนวณได้โดยง่าย ซึ่งทุกคนก็ยังสงสัยในประเด็นนี้อยู่

เขายังกล่าวเสริมอีกว่าการดำเนินการโดยใช้มนุษย์นั้นดีกว่าระบบปฏิบัติการอัตโนมัติเสมอ และในทางทฤษฏีแล้ว เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถวางใจได้เลย แต่ในทางปฏิบัติผู้ใช้คริปโตก็ยังคงต้องเชื่อใจตลาดคริปโตเคอรเนซีและ wallet เมื่อพวกเขาต้องการทำธุรกรรมต่าง ๆ อยู่ดี

Schneier กล่าวโจมตีคริปโตเคอเรนซีว่า ความไม่เปลี่ยนแปลงขงเทคโนโลยีบล็อกเชนนี้เป็นปัญหา เพราะว่าหากมีข้อผิดพลาดขึ้นมา เงินฝากของเราทั้งหมดจะหายไป และในมุมมองของ Schneier คริปโตเคอเรนซีเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์และไม่มีความจำเป็นเลย

โดยสรุปแล้วการกระทำทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะนำไปสู่ข่าวมรณกรรมที่เกิดจาก bitcoin

ที่มา ccn

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read previous post:

ความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมานานระหว่างผู้ที่ต้องการให้มีความเป็นส่วนตัวและผู้ที่ต้องการจะเอาความเป็นส่วนตัวออกไป ซึ่งเห็นได้ชัดในกรณีของ bitcoin กล่าวคือบริษัทที่ดูแลเรื่องบล็อกเชนก็ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเอเจนซี เจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแล และรัฐบาล แต่อีกนัยหนึ่งพวกนักคริปโตกราฟเฟอร์และนักพัฒนาก็กำลังหา protocol เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว

Close